KTM เตรียมรุกตลาดรถคลาสใหม่ 500cc 2 สูบ เน้นราคาจับต้องได้ง่ายกว่าเดิม!

มีรายงานข่าวล่าสุดว่าโปรเจคท์ใหม่ของทางค่าย KTM กับการเตรียมพัฒนารถในคลาส 500cc นั้นกำลังคืบหน้าไปอย่างมากแล้ว หลังจากที่มีกระแสข่าวมาอย่างต่อเนื่องก่อนหน้านี้ รวมไปถึงการยืนอย่างจากทาง CEO ของทางค่ายเองเกี่ยวกับโปรเจคท์นี้ โดยประเด็นสำคัญก็คือมันจะเป็นการเตรียมเปิดกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ ให้สามารถจับต้องรถจากทาง KTM ได้ง่ายกว่าเดิม

KTM เตรียมเปิดตัวในไทย

โดยโปรเจคท์นี้จะเป็นการร่วมมือกันระหว่างทาง KTM และทาง Bajaja พาร์ทเนอร์รายสำคัญจากประเทศอินเดีย ซึ่งความจริงแล้วโปรเจคท์นี้ควรจะคืบหน้าไปกว่านี้เป็นอย่างมากในช่วงปี 2020 นี้ แต่เนื่องจากสถานการณ์ของโรคระบาด COVID-19 เลยทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกำหนดการไปบ้าง แต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่าในช่วงประมาณปี 2021 ข้างหน้าจะมีการเปิดตัวกันแล้ว และอาจจะวางขายจริงกันในช่วงปี 2022 เป็นต้นไป (หรือเร็วกว่านั้น)

KTM 490 ไทย

ทาง KTM เองจะเป็นผู้รับผิดชอบในการออกแบบตัวรถ ทั้งในเรื่องรายละเอียดของเครื่องยนต์ การดีไซน์ และฟีเจอร์ต่างๆ ในขณะที่ทาง Bajaj เองนั้นจะเป็นผู้รับผิดชอบในการผลิต โดยอ้างอิงจากภาพแผนการของทาง KTM ที่มีการเผยไลน์อัพของรถมอเตอร์ไซค์คลาสต่างๆ จากทางค่ายในคลาส 500 ที่เตรียมจะทำตลาดในอนาคตนั้น มันจะมาถึง 5 รุ่นด้วยกันคือ 490 Adventure แนวทัวร์ริ่ง, 490 Supermoto แนวโมตาร์ด, 490 Dual-Propose แนววิบาก, 490 Duke แนวเนกเกต และ RC490 แนวสปอร์ต โดยทั้งหมดนี้ยังไม่ใช่ชื่ออย่างเป็นทางการ แต่จะใช้เครื่องยนต์พื้นฐานเดียวกันในพิกัดประมาณ 500cc แบบ 2 สูบเรียง

KTM ราคา

ซึ่งฟีเจอร์เด่นๆ ของ KTM 490 ซีรี่ย์ (500cc) นั้นคาดว่าจะมีการติดตั้งคันเร่งไฟฟ้าพร้อมกับโหมดการขับขี่มาให้ และระบบกันสะเทือนหน้าแบบหัวกลับ Upside Down ของ White Power แบรนด์จากทางเนเธอร์แลนด์ที่ทาง KTM มีเอี่ยวอยู่ โดยดีไซน์ของตัวรถในแต่ละรุ่นนั้น เชื่อว่าจะอ้างอิงมาจากรุ่นพี่อย่าง 790 ซีรี่ย์ในหลายๆ จุดเลยทีเดียว และมิติของตัวรถก็น่าจะไม่หนีกันมากเท่าไหร่นัก ซึ่งจะต้องบอกว่า 790 ซีรี่ย์จาก KTM นั้นเป็นกลุ่มรถที่สร้างยอดขายได้ดีเอามากๆ ในตลาดสากลช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ยอดขายของทาง KTM เองนั้นก้าวกระโดดขึ้นมาเหนือคู่แข่งหลายๆ ค่ายในตอนนี้

คาดว่าราคาของ KTM KTM 490 ซีรี่ย์รุ่นใหม่นั้น น่าจะใกล้เคียงกับรถในคลาส 650cc จากทางประเทศญี่ปุ่น โดยทางค่ายเองมีการวางแผนในการทำตลาดในระดับสากล ซึ่งแน่นอนว่ามันจะต้องรวมไปถึงประเทศไทยของเราด้วยนั่นเอง และในช่วงปี 2021 ข้างหน้านี้เราจะได้เห็นรายละเอียดที่มากขึ้นของโปรเจคท์นี้กันแล้ว

e3c5f26071a692f52c0a0ae44a03ec71.gif
a96bf05e3e035d09368c2ad5994a7a2d.gif
a5033c0952508ef29648d510d1a24ad6.gif