HUjZIk.gif
HUjcLt.gif

เปิดตัวของแรง Kawasaki Ninja ZX-4R SE และ ZX-4RR 2027 4 สูบ 80 แรงม้า รุ่นใหม่

Kawasaki ประกาศเปิดตัว Ninja ZX-4R SE และ Ninja ZX-4RR รุ่นปี 2027 ในประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ โดยทั้งสองรุ่นยังคงจุดขายเดิมของรถสปอร์ตฟูลแฟริ่งพิกัด 400cc ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบเรียงรอบจัด ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์สำคัญที่ทำให้ ZX-4R Series แตกต่างจากรถในคลาสเดียวกันอย่างชัดเจน

สำหรับรุ่นปี 2027 การเปลี่ยนแปลงหลักจะอยู่ที่ Ninja ZX-4R SE ซึ่งเพิ่มสีใหม่ Galaxy Silver เข้ามาเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ส่วน Ninja ZX-4RR ยังคงสีและกราฟิกเดิมจากรุ่นก่อนหน้า โดยสเปกหลักของทั้งสองรุ่นยังคงต่อยอดจากรุ่นปี 2026

451dafece5cb4ee52c653ce5892f1d49603d3847 xlarge

จุดขายเด่นคือเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 399cc

หัวใจสำคัญของ Kawasaki Ninja ZX-4R SE และ ZX-4RR คือเครื่องยนต์ 399cc แบบ 4 สูบเรียง DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นมาเฉพาะสำหรับตระกูล ZX-4R

เครื่องยนต์บล็อกนี้ให้กำลังสูงสุด 77 แรงม้า ที่ 14,500 รอบต่อนาที และเมื่อระบบ Ram Air ทำงาน จะสามารถเพิ่มกำลังสูงสุดได้ถึง 80 แรงม้า ที่ 14,500 รอบต่อนาที ถือเป็นตัวเลขที่โดดเด่นมากสำหรับรถสปอร์ตพิกัด 400cc

เสน่ห์ของเครื่องยนต์ 4 สูบไม่ได้อยู่แค่เรื่องตัวเลขแรงม้าเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่คาแรกเตอร์การลากรอบ เสียงเครื่องที่จัดจ้าน และฟีลการขับขี่ที่มีความเป็นซูเปอร์สปอร์ตชัดเจน ซึ่งเป็นสิ่งที่รถ 2 สูบในคลาสใกล้เคียงให้ไม่ได้

11ad4cbee0e5c9cc520c5b9dfb713c3b558eff90 xlarge

Ram Air และระบบไอดีแบบจริงจัง

เพื่อรีดสมรรถนะจากเครื่องยนต์ 399cc ให้ได้มากที่สุด Kawasaki ติดตั้งระบบ Center Ram Air และ Downdraft Intake มาให้กับ ZX-4R Series โดยออกแบบให้ลมไหลเข้าสู่ระบบไอดีได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อรถวิ่งด้วยความเร็วสูง

นี่คือเทคโนโลยีที่สะท้อนชัดว่า ZX-4R ไม่ได้ถูกสร้างมาเป็นแค่รถสปอร์ตหน้าตาดุ แต่เป็นรถที่ได้รับแนวคิดจากซูเปอร์สปอร์ตจริงๆ ทั้งในด้านการหายใจของเครื่องยนต์ การตอบสนองรอบสูง และการสร้างพละกำลังที่โดดเด่นในคลาส 400cc

รุ่น SE ได้สีใหม่ Galaxy Silver

สำหรับ Ninja ZX-4R SE รุ่นปี 2027 จุดที่เปลี่ยนแปลงชัดเจนคือการเพิ่มสีใหม่ Galaxy Silver เข้ามา โดยเป็นโทนสีเงินที่ช่วยให้ตัวรถดูพรีเมียมและแตกต่างจากลุคสปอร์ตสีเข้มเดิม

นอกจากสีใหม่แล้ว รุ่น SE ยังมีสี Metallic Matte Graphenesteel Gray x Metallic Spark Black ให้เลือกต่อเนื่องจากรุ่นก่อนหน้า ทำให้ลูกค้าสามารถเลือกได้ระหว่างลุคสีเงินที่ดูสดใหม่ หรือสีเทาดำที่ให้ภาพลักษณ์เข้มและดุดันกว่า

052b182ecebb1b8b019e5ad98b73f38a3d6c001d xlarge

ZX-4RR ยังคงสี Lime Green

ด้าน Ninja ZX-4RR รุ่นปี 2027 ยังคงใช้สี Lime Green ต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสีประจำตัวของ Kawasaki สายสปอร์ต และเป็นลายที่เชื่อมโยงกับภาพจำของรถแข่งค่ายเขียวอย่างชัดเจน

การที่รุ่น RR ยังคงสีเดิม อาจสะท้อนว่า Kawasaki ยังต้องการรักษาภาพลักษณ์ของรุ่นท็อปให้เป็นตัวแทนของความสปอร์ตเต็มขั้นในตระกูล ZX-4R โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนกราฟิกมากนัก

ระบบอิเล็กทรอนิกส์ครบ ทั้ง KTRC และ Riding Mode

Kawasaki Ninja ZX-4R SE และ ZX-4RR 2027 มาพร้อมระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ช่วยให้การขี่ควบคุมได้มั่นใจมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น KTRC หรือ Kawasaki Traction Control ที่มี 3 โหมด พร้อมการตั้งค่าแบบ Manual

นอกจากนี้ยังมี Integrated Riding Mode ที่รวมการทำงานของ Traction Control และ Power Mode เข้าด้วยกัน โดยมีโหมดให้เลือก เช่น Sport, Road, Rain และ Manual ช่วยให้ผู้ขี่สามารถปรับคาแรกเตอร์ของรถให้เหมาะกับสภาพถนนและรูปแบบการขี่ได้ง่ายขึ้น

Quick Shifter สองทางเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

ทั้ง Ninja ZX-4R SE และ ZX-4RR มาพร้อม Kawasaki Quick Shifter หรือ KQS แบบสองทางเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน รองรับทั้งการเปลี่ยนเกียร์ขึ้นและลงโดยไม่ต้องกำคลัตช์ เมื่อเครื่องยนต์ทำงานเกิน 2,500 รอบต่อนาที

ฟีเจอร์นี้ช่วยเพิ่มความต่อเนื่องในการเร่งและลดภาระของผู้ขี่ โดยเฉพาะการขี่บนถนนคดเคี้ยวหรือสนามแข่ง เพราะสามารถเปลี่ยนเกียร์ได้เร็วและลื่นไหลขึ้น ขณะเดียวกันยังช่วยเสริมบุคลิกความเป็นซูเปอร์สปอร์ตของตัวรถให้ชัดเจนกว่าเดิม

ช่วงล่าง Showa และเบรกหน้าดิสก์คู่

ระบบช่วงล่างด้านหน้าของทั้งสองรุ่นใช้โช้ก Showa SFF-BP ขนาด 37 มม พร้อมระบบปรับตั้งพรีโหลด ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการควบคุม และรองรับการขี่ที่จริงจังมากกว่าสปอร์ตไบค์ใช้งานทั่วไป

จุดต่างสำคัญคือรุ่น ZX-4RR จะได้โช้กหลัง Showa BFRC-lite ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ยกระดับการควบคุมในจังหวะขี่สปอร์ตให้เหนือกว่ารุ่น SE

ด้านระบบเบรก ด้านหน้าใช้ดิสก์คู่ขนาด 290 มม แบบ Semi-floating ทำงานร่วมกับคาลิปเปอร์ Radial Mount Monoblock 4 ลูกสูบ ส่วนด้านหลังเป็นดิสก์เดี่ยว สเปกระดับนี้ถือว่าเหมาะสมกับตัวรถที่มีสมรรถนะสูงและเน้นการขี่แบบสปอร์ตจริงจัง

หน้าจอ TFT 4 จุด 3 นิ้ว พร้อมเชื่อมต่อสมาร์ตโฟน

ในด้านฟีเจอร์ใช้งาน Kawasaki Ninja ZX-4R SE และ ZX-4RR 2027 มาพร้อมหน้าจอสี TFT ขนาด 4 จุด 3 นิ้ว ซึ่งให้ข้อมูลการขับขี่ครบถ้วนและดูทันสมัย

ตัวรถยังรองรับการเชื่อมต่อสมาร์ตโฟน ช่วยให้ผู้ขี่ใช้งานฟังก์ชันที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลรถและการแจ้งเตือนต่างๆ ได้สะดวกขึ้น ถือเป็นการผสานระหว่างรถสปอร์ตสมรรถนะสูงกับเทคโนโลยีใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว

ความแตกต่างระหว่าง SE และ RR

ถ้าดูในภาพรวม Ninja ZX-4R SE และ ZX-4RR ใช้พื้นฐานเครื่องยนต์และตัวถังใกล้เคียงกัน แต่รุ่น RR จะถูกวางให้เป็นตัวท็อปที่มีความจริงจังด้านช่วงล่างมากกว่า โดยเฉพาะโช้กหลัง Showa BFRC-lite

ส่วนรุ่น SE จะเด่นในด้านความคุ้มค่าและอุปกรณ์ที่ให้มาครบ เช่น สโมกสกรีน ช่องจ่ายไฟ USB และเฟรมสไลเดอร์ที่เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ขณะที่บางรายการในรุ่น RR จะเป็นอุปกรณ์เสริม

พูดง่ายๆ คือ ZX-4R SE เหมาะกับคนที่ต้องการรถ 4 สูบ 400cc ฟีเจอร์ครบ ใช้งานได้หลากหลาย ส่วน ZX-4RR เหมาะกับคนที่ต้องการรุ่นท็อปที่มีช่วงล่างด้านหลังเหนือกว่า และภาพลักษณ์สายสนามมากขึ้น

มิติตัวรถและน้ำหนัก

ทั้งสองรุ่นมีมิติตัวรถเท่ากัน โดยมีความยาว 1,990 มม ความกว้าง 765 มม ความสูง 1,110 มม ฐานล้อ 1,380 มม ความสูงเบาะ 800 มม และความจุถังน้ำมัน 15 ลิตร

น้ำหนักตัวรถของ Ninja ZX-4R SE อยู่ที่ 190 กิโลกรัม ส่วน Ninja ZX-4RR อยู่ที่ 189 กิโลกรัม ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่สมเหตุสมผลสำหรับรถสปอร์ต 4 สูบที่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และช่วงล่างค่อนข้างจัดเต็ม

e507baa1d7f28bb5dc5cce483fbb81250b35d303

ราคาในญี่ปุ่นยังคงเดิม

Kawasaki Ninja ZX-4R SE 2027 มีราคาจำหน่ายในญี่ปุ่นที่ 1,177,000 เยน ประมาณ 241,000 บาท ส่วน Ninja ZX-4RR 2027 มีราคาจำหน่ายที่ 1,210,000 เยน ประมาณ 248,000 บาท โดยทั้งสองรุ่นยังคงราคาเดิมจากรุ่นปี 2026

กำหนดวางจำหน่ายในญี่ปุ่นคือวันที่ 1 สิงหาคม 2026 ซึ่งถือเป็นการอัปเดตโมเดลปี 2027 ที่เน้นการเพิ่มสีใหม่และรักษาความแข็งแกร่งของสเปกเดิมเอาไว้

Kawasaki Ninja ZX-4R SE และ ZX-4RR 2027 ยังคงเป็นรถสปอร์ต 400cc ที่มีจุดยืนโดดเด่นที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาด ด้วยเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 399cc ที่ให้กำลังสูงสุด 77 แรงม้า และเพิ่มเป็น 80 แรงม้าเมื่อ Ram Air ทำงาน

รุ่นปี 2027 ไม่ได้เปลี่ยนสเปกหลักแบบใหญ่โต แต่เพิ่มความสดใหม่ให้รุ่น SE ด้วยสี Galaxy Silver ขณะที่รุ่น RR ยังคงสี Lime Green และคาแรกเตอร์ตัวท็อปสายสปอร์ตไว้อย่างครบถ้วน

ด้วยอุปกรณ์อย่าง KTRC, Riding Mode, Quick Shifter สองทาง, โช้ก Showa SFF-BP, เบรกหน้าดิสก์คู่ Radial Mount, หน้าจอ TFT และเครื่องยนต์ 4 สูบรอบจัด ทำให้ ZX-4R Series ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากสำหรับคนที่ต้องการรถสปอร์ตพิกัดกลาง แต่ยังอยากได้ฟีลจัดจ้านแบบซูเปอร์สปอร์ตตัวจริง

ที่มา autoby.jp

HUjOHq.gif
HUjgjl.gif