เปิดตัว Honda X-ADV 2027 รถบิ๊กสกู๊ตเตอร์สายลุยรุ่นใหม่!

Honda X-ADV รุ่นปี 2027 เปิดตัวอย่างเป็นทางการในยุโรป พร้อมปรับชุดสีใหม่ให้สดขึ้นทั้งรุ่นมาตรฐานและ Special Edition โดยเฉพาะสีแดง Grand Prix Red ที่ช่วยเปลี่ยนภาพลักษณ์ของแอดเวนเจอร์สกู๊ตเตอร์รุ่นใหญ่ให้โดดเด่นกว่าเดิม ขณะที่พื้นฐานสำคัญอย่างเครื่องยนต์ 2 สูบ 745cc ระบบเกียร์ DCT และชุดเทคโนโลยีช่วยขับขี่ยังคงถูกใส่มาอย่างครบถ้วน

X-ADV ถือเป็นรถที่มีคาแรกเตอร์เฉพาะตัวด้วยการผสมความสะดวกแบบสกู๊ตเตอร์เข้ากับสไตล์และช่วงล่างในแนว Adventure ทำให้สามารถรองรับได้ตั้งแต่การใช้งานประจำวัน การเดินทางไกล ไปจนถึงเส้นทางที่มีพื้นผิวหลากหลาย

ปี 2027 เพิ่มสีใหม่ พร้อม Special Edition แดงเด่นสะดุดตา
การเปลี่ยนแปลงหลักของ X-ADV 2027 อยู่ที่ชุดสีตัวถัง โดยฝั่งรุ่นมาตรฐานมีตัวเลือกใหม่อย่าง Mat Warm Ash Metallic, Pearl Deep Mud Grey และ Mat Ballistic Black Metallic
ส่วนรุ่น Special Edition ได้สี Grand Prix Red ซึ่งใช้สีแดงเป็นตัวหลัก พร้อมกราฟิกและโลโก้ขนาดใหญ่บนแฟริ่งด้านข้าง ช่วยสร้างความแตกต่างจากรุ่นมาตรฐานอย่างชัดเจน
ถือเป็นการเพิ่มบุคลิกให้ X-ADV ดูสปอร์ตมากขึ้น โดยยังคงรูปลักษณ์แบบ SUV Motorcycle ที่เป็นเอกลักษณ์ของรถรุ่นนี้เอาไว้

เครื่องยนต์ 2 สูบ 745cc กำลัง 58.6 PS
ขุมพลังยังคงเป็นเครื่องยนต์ Parallel Twin แบบ 2 สูบเรียง SOHC 8 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ความจุ 745cc
ให้กำลังสูงสุด 43.1 kW หรือประมาณ 58.6 PS ที่ 6,750 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 69 นิวตันเมตรที่ 4,750 รอบต่อนาที
เครื่องยนต์ถูกเซ็ตให้เน้นแรงบิดในช่วงรอบต่ำถึงกลาง เหมาะกับลักษณะการใช้งานของ X-ADV ที่ต้องรองรับทั้งการขับขี่ในเมือง การเดินทางด้วยความเร็วต่อเนื่อง และเส้นทางที่ต้องการการควบคุมกำลังอย่างละเอียด
ถังน้ำมันมีความจุ 13.2 ลิตร และ Honda ระบุอัตราสิ้นเปลืองประมาณ 3.6 ลิตร/100 กม. หรือราว 27.7 กม./ลิตร

DCT 6 สปีด ขับง่ายแต่ยังเลือกเปลี่ยนเกียร์เองได้
อีกหนึ่งจุดขายหลักของ X-ADV คือระบบเกียร์ Dual Clutch Transmission หรือ DCT แบบ 6 สปีด
ระบบสามารถเปลี่ยนเกียร์ให้โดยอัตโนมัติ ทำให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องใช้งานคลัตช์ด้วยตัวเอง แต่ยังสามารถเลือกควบคุมจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ผ่านสวิตช์บริเวณแฮนด์ได้ตามต้องการ
ระบบ DCT รุ่นปัจจุบันได้รับการปรับการตอบสนองในช่วงความเร็วต่ำให้ทำงานนุ่มนวลขึ้น ช่วยให้ควบคุมรถง่ายขึ้นโดยเฉพาะการขับในเมืองหรือขณะเคลื่อนตัวด้วยความเร็วต่ำ

โหมดขับขี่ 5 รูปแบบ พร้อม HSTC
X-ADV 2027 มีโหมดการขับขี่ให้เลือกทั้งหมด 5 รูปแบบ ได้แก่
- Standard
- Sport
- Rain
- Gravel
- User
แต่ละโหมดจะปรับลักษณะการตอบสนองของเครื่องยนต์ Engine Brake และระดับการทำงานของ Honda Selectable Torque Control หรือ HSTC ให้เหมาะกับสภาพถนนและสไตล์การขับขี่
โดยเฉพาะ Gravel Mode ที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับเส้นทางที่มีพื้นผิวหลวมมากกว่าถนนลาดยางทั่วไป

โช้คหน้า USD 41 มม. พร้อมล้อซี่ลวดหน้า 17 นิ้ว
ช่วงล่างด้านหน้าใช้โช้คแบบ Upside Down ขนาดแกน 41 มม. แบบ SFF-CA มีระยะยุบ 153.5 มม.
ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวทำงานร่วมกับระบบ Pro-Link ให้ระยะยุบ 150 มม.
ล้อหน้าเป็นแบบซี่ลวดขนาด 17 นิ้ว ใช้ยาง 120/70R17 ส่วนด้านหลังขนาด 15 นิ้ว ใช้ยาง 160/60R15
การใช้ล้อหน้าที่มีขนาดใหญ่กว่าด้านหลังช่วยเสริมบุคลิกในแนว Adventure และช่วยเพิ่มความมั่นใจเมื่อขับผ่านพื้นผิวที่ไม่เรียบ

ดิสก์เบรกหน้าคู่ 296 มม. คาลิเปอร์ Radial Mount
ระบบเบรกด้านหน้าใช้จานดิสก์คู่ขนาด 296 มม. ทำงานร่วมกับคาลิเปอร์แบบ Radial Mount 4 ลูกสูบ
ด้านหลังเป็นดิสก์เบรกขนาด 240 มม. พร้อมระบบ ABS
ชุดเบรกในลักษณะนี้ช่วยรองรับน้ำหนักตัวรถที่ 237 กก. รวมถึงสมรรถนะของเครื่องยนต์ระดับ 745cc ได้อย่างเหมาะสม
TFT 5 นิ้ว รองรับ Honda RoadSync
ชุดมาตรวัดเป็นหน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว รองรับระบบ Honda RoadSync สำหรับเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟน
ผู้ขับขี่สามารถเข้าถึงฟังก์ชันต่างๆ เช่น ระบบนำทาง การโทร และเพลงผ่านหน้าจอและชุดควบคุมบริเวณแฮนด์
นอกจากนี้ยังมี Cruise Control, Honda Smart Key, USB Type-C และระบบไฟ LED รอบคัน
ไฟ Daytime Running Light หรือ DRL ถูกรวมเข้ากับไฟเลี้ยวด้านหน้า ช่วยให้ดีไซน์ด้านหน้าดูเรียบและทันสมัยมากขึ้น
ชิลด์หน้าปรับระดับได้ เพิ่มความสะดวกเวลาเดินทาง
ชิลด์หน้าของ X-ADV สามารถปรับระดับความสูงได้หลายตำแหน่ง เพื่อเลือกได้ระหว่างการรับลมมากขึ้นสำหรับการขับในเมือง หรือยกสูงขึ้นเพื่อเพิ่มการป้องกันลมเมื่อต้องเดินทางด้วยความเร็วสูง
ตำแหน่งการนั่งยังคงเน้นความสบาย พร้อมแฮนด์ทรงกว้างและท่านั่งที่ให้มุมมองถนนสูงกว่าสกู๊ตเตอร์ทั่วไป
เบาะสูง 820 มม. ระยะฐานล้อ 1,590 มม. และมีระยะห่างจากพื้น 165 มม.

แม้รุ่นปี 2027 จะไม่ได้เปลี่ยนเครื่องยนต์หรือโครงสร้างครั้งใหญ่ แต่การเพิ่มชุดสีใหม่ โดยเฉพาะ Grand Prix Red ในรุ่น Special Edition ช่วยเพิ่มความสดใหม่ให้หนึ่งในรถ Adventure Crossover ที่มีเอกลักษณ์มากที่สุดของ Honda ขณะที่พื้นฐานอย่างเครื่องยนต์ 745cc, DCT, HSTC, Cruise Control และช่วงล่างแนว Adventure ยังคงเป็นจุดขายสำคัญเหมือนเดิม ส่วนประเทศไทยเรามารอติดตามการอัพเดทกันว่าจะเปิดตัวช่วงไหนของปีนี้
ที่มา autoby.jp

ผู้ก่อตั้ง GreatBiker.com คลุกคลีในวงการยานยนต์มากว่า 10 ปี เขียนข่าวและเจาะลึกมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ทั้งในไทยและต่างประเทศ พร้อมทดสอบขี่จริงด้วยตัวเอง


