Honda NSR 150 SP Pro Arm รถมอเตอร์ไซค์ระดับไฮเอนด์ ที่ยังโลดแล่นมาถึงทุกวันนี้

nsr

วันนี้อาจจะดูแปลกตาไปสักหน่อยกับ GreatBiker เมื่อทางเราจะนำเสนอเกี่ยวกับรถ Honda NSR 150 SP Pro Arm ซึ่งถือว่าเป็นรถในตำนานคันหนึ่งของบ้านเรา เมื่อครั้งสมัยก่อนนู้นถือว่าทาง Honda ได้จัดเต็มกับคันนี้ โดยยัดเทคโนโลยีจากในสนามแข่งลงมาที่ตัวนี้อย่างครบครัน สิ่งที่เด่นสุดๆ ก็ตามชื่อรุ่นของมันกับเจ้าโปร์อาร์มนั่นเอง (สวิงอาร์มเดี่ยว) ซึ่งในสนามแข่งก็ทำขึ้นเพื่อเอาไว้ให้สามารถเปลี่ยนล้อได้อย่างรวดเร็วเพื่อทำเวลา ซึ่งต้นทุนในการผลิตก็แน่นอนว่าจะต้องสูงกว่าสวิงอาร์มทั่วไป และแน่นอนว่ามันทำให้ตัวรถนั้นหล่อขึ้นกว่าเดิมในสายตาผู้พบเห็นอีกด้วย

สำหรับ Honda NSR 150 SP Proarm นั้นมาในพิกัด 150cc 2 จังหวะ 1 สูบ โดยความแรงก็เทียบได้ประมาณรถ 300cc 4 จังหวะในสมัยนี้ ที่ได้รับการการันตีจากเหล่าไบค์เกอร์ในสมัยก่อนว่าแรงและเร็วจริง (มักจะถูกนำเอาไปแข่งกับ KR ของทาง Kawasaki กัน) มีขนาดช่วงชักของเครื่องยนต์อยู่ที่ 59 x 54.5mm แรงม้ามากถึง 39.5 ตัวที่ 10,500 รอบ ส่วรทอร์คหรือว่าแรงบิดนั้นอยู่ที่ 27.5 NM ที่ 10,000 รอบ ระบบเกียร์เป็นแบบ 6 สปีด ความยาว : 1,970 mm ความกว้าง : 685 mm ความสูง : 1,060 mm ฐานล้อ : 1,355 mm น้ำหนักตัวเท่ากับ : 122.4 kg ขนาดของยางอยู่ที่ (หน้า) 90/80-17, (หลัง) 120/80-17 or 130/80-17 จ่ายน้ำมันด้วยคาบูเรเตอร์ การเผาไหม้เป็นแบบ Electronic CDI unit และ RC Valve เป็นแบบดิจิตอลที่ทำงานได้ละเอียด ระบบกันสะเทือนหน้าเป็นแบบเทเลสโคปิกขนาด 35 mm และด้านหลังเป็นแบบโมโนโช้กของ Showa ทำงานร่วมกับสวิงอาร์มเดี่ยว (โปร์อาร์ม)

honda-nsr-150-sp-06

ซึ่งแม้ว่าเวลาจะผ่านมาเนิ่นนานแต่ว่าทุกวันนี้เราก็คงจะพอพบเห็นได้บ้างตามท้องถนนกันทั่วไป แถมในเรื่องของอะไหล่ก็ถือว่ายังหาใช้กันได้อีกยาว เพราะทางร้านก็สต็อกกันไว้เยอะพอสมควร สนนราคาตอนเปิดตัวมาในสมัยก่อนก็อยู่ที่ 85,000 บาทซึ่งถือว่าแพงมากๆ ในสมัยก่อน (ราวๆ 15-16 ปีก่อน สมัยที่ข้าวแกงยังจานละ 15 บาท) เรียกได้ว่าเป็นรถไฮเอนด์แบบเต็มตัว แต่ถ้าใครได้ครอบครองมันก็ถือว่าหล่อและเท่ที่สุดแล้ว ไปไหนมีแต่สาวๆ กรี้ดกัน ซึ่งราคานี้ถ้าจะว่ากันตามจริงแล้ว ก็ถือว่าสมเหตุสมผลกับของแต่ละอย่างที่ให้มากับตัวรถ

แน่นอนว่าสีที่โดดเด่นที่สุดของมันก็หนีไม่พ้นลาย Repsol สีเขียวส้มลายแข่งของทางค่าย Honda นั่นเอง โดยเอกลักษณ์ของมันก็คือเรื่องของเสียงที่จะกังวาลแสบแก้วหูมากกว่ารถ 4 จังหวะในปัจจุบัน และการที่เป็นรถ 2 จังหวะที่ซดออโตลูป นั้นทำให้การจุดระเบิดของเครื่องค่อนข้างถี่ซึ่งทำให้อัตราเร่งนั้นดีมากทีเดียว แต่ก็แลกมาด้วยการสึกหรอของเครื่องยนต์ที่จะสูงกว่ารถ 4 จังหวะ ซึ่งตรงนี้อาจจะไม่ใช่ปัญหาสำหรับนักบิดที่เสพติดความเร็วเท่าไหร่ ยิ่งเวลาซัดไปจนถึงอาร์ซีวาล์วเปิดแล้วด้วยนี่ฟินกันสุดๆ ไปเลย (วาล์วเปิด โลกเปลี่ยน!)

หากว่าใครสนใจเจ้าตัวนี้ก็เห็นมีขายกันมือสองตามร้านหรือตามเว็บทั่วๆ ไป ซึ่งราคาก็ไม่ได้แรงเท่าไหร่ ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับสภาพรถด้วย โดยเฉลี่ยทั่วๆไปก็น่าจะอยู่ที่ราวๆ 15,000 – 20,000 บาท แต่ถ้าสภาพสวยๆ จบๆ น่าจะอยู่ที่ราวๆ 25,000 – 30,000 บาท ซึ่งผู้ใช้งานจริงบางท่านแจ้งว่าหากรถสภาพสมบูรณ์ก็สามารถวิ่งได้ตั้งแต่ กทม. – เชียงใหม่ โดยไม่ต้องพักรถกันเลยก็ยังไหว หากใครเคยสัมผัสแต่รถ 4 จังหวะจะลองมาแว้นซ์กับเจ้า 2 จังหวะที่ครั้งหนึ่งมันเคยเป็น “ที่สุด” ของสองล้อมาแล้วก็ไม่เลวเหมือนกันใช่มั้ยครับ

ขอบคุณรูปจาก etc-bike.com thaisecondhand.com mocycdd.com dreamgate.ne.jp

BR6Nmy.gif
BXll79.gif
BqfGdE.jpg