ทำความรู้จัก Ural Weekender SE รถพ่วงข้างที่สเปกไม่ธรรมดา

ทำความรู้จัก Ural Weekender SE รถพ่วงข้างที่าเปกไม่ธรรมดา

ถ้าให้พูดถึงแบรนด์รถมอเตอร์ไซค์ Ural เชื่อได้ว่าเพื่อนๆ หลายๆ คนน่าจะกำลังเกาหัวและทำหน้างงๆ ว่ามันคือแบรนด์อะไร ไม่เคยรู้จักมาก่อน ใช่ครับอย่าว่าแต่เพื่อนๆ เลย ผู้เขียนที่พอมีประสบการณ์ในเรื่องของมอเตอร์ไซค์มาบ้างยังทำหน้างงๆ เล็กน้อยเมื่อได้รับเรื่องนี้จากกองบรรนาธิการ แต่เมื่อลงค้นหาข้อมูลลงไปในรายละเอียดแล้วพบว่า แบรนด์นี้ไม่ธรรมดาเลย และมันก็มีโมเดลที่น่าสนใจที่พึ่งจะเข้าไปทำตลาดในอเมริกาอย่างเจ้า Weekender SE รถมอเตอร์ไซค์ในแนวทางของ Sidecar หรือที่เรามักจะเรียกตามประสาชาวบ้านว่ารถพ่วงข้างนั่นเอง

cc6439f5b4f1ec89e90671520b233309.jpg

ก่อนอื่นต้องขอแนะนำแบรนด์ Ural กันสักหน่อย โดยชื่อเต็มๆ ของแบรนด์นี้คือ IMZ-Ural มีฐานบัญชาการใหญ่อยู่ที่เมือง Irbit ในจังหวัด Sverdlovsk Oblast ในประเทศรัสเซีย ก่อตั้งแบรนด์มาตั้งแต่ปี 1941 และผลิตภัณฑ์หลักของแบรนด์ก็คือมอเตอร์ไซค์ที่มีทั้งแบบ สองล้อทั่วๆไปและแบบ Sidecar และยังเคยร่วมมือกับแบรนด์ระดับโลกอย่าง BMW ในการสร้างโมเดลอย่าง R71 อีกทั้งยังเคยเป็นผู้ร่วมผลิตรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างที่ใช้ในกองทหารนาซี ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองอีกด้วย

306cb17f8171c53d6c025e094e7e20a8.jpg

ส่วนโมเดลที่เราอยากพาเพื่อนๆไปทำความรู้จักกันก็คือ Ural Weekender SE รถมอเตอร์ไซค์แนวทาง Sidecar ที่เน้นการเดินทางแบบขนสัมภาระเต็มพิกัด โดยเจ้า Weekender SE นั้นจะมาพร้อมกับขุมกำลังเครื่องยนต์ขนาด 749 ซีซี แบบสองลูกสูบนอน Boxer ขนาดกระบอกสูบxช่วงชักอยู่ที่ 78×78 มิลลิเมตร จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ อัตราส่วนกำลังอัด 8.6:1 ระบายความร้อนด้วยอากาศ ให้กำลังสูงสุด 41 แรงม้า (HP) ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 42 Ob-Ft ที่ 4,300 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์ 4 สปีดมาตราฐาน ระบบคลัตซ์มือแบบแห้ง Doule Disc ส่งกำลังสุดท้ายด้วยระบบเพลาขับ

e3144e74ea3d88765b1b551b461e8efa.jpg

ในส่วนของรูปแบบและโครงสร้างนั้น Weekender SE จะมาพร้อมกับงานออกแบบที่อิงกับรถในยุค 80’S ยุคแรกของการก่อตั้งบริษัท แต่จะมีการปรับปรุงสีสันให้สดใส โดยยังคงรักษาแนวทางของบริษัทด้วยการพ่นและทำสีชิ้นส่วนต่างๆ ด้วยมนุษย์ จึงทำให้ได้งานที่เนียบและปราณีตเป็นอย่างมาก ตัวรถมาพร้อมกับโครงสร้างแบบ Cradle Steel เน้นการรับน้ำหนักที่มากกว่าพิเศษ ที่ทั้งยังรองรับการติดตั้งอุปกรณ์เสริมสำหรับการลากจูงและบรรทุกที่มากกว่าผู้โดยสาร ระบบกันสะเทือนหน้าจะเป็นการผลิตจาก IMZ-Ural ไม่สามารถปรับระดับอะไรได้เลย แต่ในส่วนของระบบกันสะเทือนหลังแบบคู่ และSidecar จะเป็นโช้คอัพจากแบรนด์ SACH ที่มาพร้อมกับความสามารถในการปรับสปริง Preload ได้ ขอบล้อซี่ลวด 4 เส้น รวมยางอะไหล่จะเป็นแบบซี่ลวด ขนาด 19 นิ้ว ขนาดยาง 4.00 x 19 จากแบรนด์ Duro รุ่น HF-308 ทั้ง 4 เส้น ในส่วนของระบบเบรกนั้นจะเป็นจานดิสก์เดี่ยวแบบลอยตัว ด้านหน้าขนาด 295 มิลลิเมตร คาลิปเปอร์เบรกจาก Brembo แบบ 4 พอร์ต เช่นเดียวกับเบรก Sidecar ที่จะทำงานร่วมกับชุดเบรกหน้าและหลัง โดยจะเป็นแบบจานดิสก์เดี่ยวแบบลอยตัวขนาด 256 มิลลิเมตร ปั้มเบรก 2 พอร์ต ส่วนด้านหลังจะเป็นจานดิสก์แบบยึดขนาด 256 มิลลิเมตร คาลิปเปอร์เบรก 1 พอร์ตจากแบรนด์ HG ส่วนระบบนิรภัย ABS ไม่มีการติดตั้งบนรถรุ่นนี้แต่อย่างใด

a257c7cd62657954d19594a4b45bdedc.jpg
7ee99335493b839a9cb12f1d087fd5e0.jpg
1bc0f57bbe3eabe06026b64d984043c6.jpg

มาดูกับที่มิติตัวรถกันสักหน่อย ตัวรถมาพร้อมกับความสูงเบาะนั่งที่ 32 นิ้ว พื้นที่โดยสารของ Sidecar มาพร้อมกับความจุขนาด 2.9 ลูกบาศก์ฟูต สามารถรับน้ำหนักผู้โดยสารได้มากถึง 100 กิโลกรัม อีกทั้งยังสามารถติดตั้งอุปกรณ์เสริมในส่วนท้ายให้สามารถขนย้ายจักรยานได้พร้อมกันทีเดียวถึง 3 คัน หรือจะติดตั้งโครงสร้างท้าย ที่จะเชื่อมต่อกับส่วนท้ายของตัวรถและ Sidecar ให้สามารถขนย้ายสัมภาระ ที่มีน้ำหนักประมาณ 60-70 กิโลกรัมได้อย่างสบายๆ นับได้ว่าเป็นรถมอเตอร์ไซค์ที่ใช้สำหรับการออกไปทำกิจกรรมอย่างแท้จริง

8291715fccaaff2e92fb2b4f2a021cb8.jpg
d332c626f428cc7b40d4e74a30bff543.jpg
ded229f43acfd89e7b463a372f4196a1.jpg

มาถึงตรงนี้แล้วเชื่อได้ว่าเพื่อนๆ น่าจะเริ่มสนใจเจ้า Ural Weekender SE กันพอสมควร และเรื่องที่น่าจะอยากรู้ที่สุดก็คือราคาจำหน่ายของมัน ในตลาดอเมริกานั้น Ural Weekender SE มีราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ $20,629 หรือประมาณ 868,565 บาท โดยผู้ซื้อจะได้รับอุปกรณ์เสริมอย่าง ล้ออะไหล่ ชุดโครงเหล็กติดตั้งส่วนหลัง พร้อมบริการและประกันเครื่องยนต์ 24 เดือน หรือ 20,000 ไมล์ (32,187 กิโลเมตร) พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง

83083e82d67155a836cf6c98bb6ce1fa.jpg

สำหรับ Ural Weekender SE นั้นจัดได้ว่าเป็นรถมอเตอร์ไซค์ที่สามารถนำไปเป็นยานพาหนะสำหรับการออกไปทำกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นการออกไปปั่นจักรยานในย่านชานเมืองพร้อมกันทั้งครอบครัว หรือการออกไปตั้งแคมป์ หรือการเดินทางในระยะกลางถึงไกล ที่มีความสามารถในการบรรทุกที่มีความเอนกประสงค์ในตัว สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจนั้นต้องบอกเลยว่าดีใจด้วยเพราะแบรนด์ Ural นั้นมีการทำตลาดในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพียงแต่ว่ามีโมเดล Sidecar วางจำหน่ายเพียง 2 รุ่น ประกอบไปด้วย M70 ในราคาเริ่มต้นที่ 870,000 บาท และ Ranger ในราคาเริ่มต้นที่ 919,000 บาท เพื่อนๆ ที่สนใจก็สามารถเข้าไปดูรายละเอียดและติดต่อสอบถามกับแบรนด์โดยตรงได้ที่ Ural Thailand ได้เลยครับ

9656859025860a66c43625a6dd0b2abe.jpg
Ural M70
c574538ad9e7d1019d617070c4f58c8b.jpgUral Ranger

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก www.uralthailand.com ultimatemotorcycling.com

d58b1dbc6d8ac28f10171ea1caf00eef.gif
uWoCOa.jpg
CuGyLE.gif
CuJw6a.gif
uslBKQ.jpg
8e49844b91ba44edf53bc3e7924967dd.jpg
sP2wYz.jpg