Bullit Bluroc 250 รถมอเตอร์ไซค์ 250 ซีซี เครื่องยนต์ V-Twin

Bullit Bluroc 250 รถมอเตอร์ไซค์ 250 ซีซี เครื่องยนต์ V-Twin

Bullit ผู้ผลิตรถมอเตอร์ไซค์สัญชาติเบลเยี่ยม เตรียมการเปิดตัวโมเดลใหม่สำหรับสาย Street Tracker กับการพัฒนาเจ้า Bullit Bluroc 250 ที่ใช้เอกลักษณ์ที่แตกต่างสำหรับรถมอเตอร์ไซค์ในคลาส 250 ซีซี ด้วยเครื่องยนต์สองลูกสูบแบบ V-Twin ที่แตกต่างจากคู่แข่งรายอื่นๆ

2020 Bullit Bluroc 250 เครื่อง V-Twin

สำหรับชื่อแบรนด์ Bullit นั้นนับว่าเป็นแบรนด์ที่ชื่ออาจจะไม่ค่อยคุ้นหูสักเท่าไหร่ แต่ในวงการมอเตอร์ไซค์ของยุโรปแล้ว จัดว่าเป็นแบรนด์ Local ในประเทศเบลเยี่ยมที่เจาะตลาดกลุ่มลูกค้าในแนวทางของรถ Retro Classic และเน้นไปที่กลุ่มผู้ใช้งานเริ่มต้นคลาสเครื่องยนต์ 50 ซีซี และ 125 ซีซี โดยมีโมเดลเรือธงอย่าง Bullit Hero, Spirit และ Bluroc

bullit bluroc 125 goldblack ภาพ
2019 Bullit Bluroc 125

โดยล่าสุด Bullit เตรียมที่จะเปิดตัวโมเดลใหม่ที่แตกต่างออกไป โดยยังคงยึดเอาแนวทางของ Retro Classic เดิมของค่าย แต่มีการพัฒนาในด้านของประสิทธิภาพและขนาดเครื่องยนต์ที่ใหญ่ขึ้น โดยโมเดลใหม่นั้นจะเป็นรุ่น Bluroc 250 ที่จะใช้งานเครื่องยนต์แบบสองลูกสูบ V-Twin ที่ได้รับการพัฒนาโดยบริษัท Lifah จากประเทศจีน ซึ่งเจ้าเครื่องยนต์บล็อกนี้ถูกใช้งานมาแล้วในโมเดล Lifah Custom V250 โมเดลสาย Cruiser ของค่ายและยังมีวางจำหน่ายในประเทศไทยอีกด้วย

2020 Bullit Bluroc 250 เครื่อง V-Twin แฮนด์บาร์

โดยที่เครื่องยนต์ 250 ซีซี สองลูกสูบ V-Twin บล็อกนี้เป็นเครื่องยนต์จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด มาตรฐานไอเสีย EURO5 สามารถสร้างพละกำลังสูงสุด 17 แรงม้า (HP) สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 80 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือราวๆ 128.7 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตัวโครงสร้างรถนั้นจะมาในรูปแบบของ Dpuble-Cradle ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบ Telescopic แบบคลาสสิก รับกับวงล้อแบบซี่ลวดพร้อมยางแบบกึ่งวิบาก ระบบเบรกหน้าหลังแบบดิสก์เดี่ยวทรงคลื่นพร้อมระบบ ABS มาตรฐาน หน้าจอแสดงผลแบบกระปุกเดี่ยวอนาล็อกผสมดิจิตอลให้อารมณ์ Retro แบบสุดๆ

2020 Bullit Bluroc 250 เครื่อง V-Twin ส่วนหลัง

2020 Bullit Bluroc 250 เครื่อง V-Twin เต็มคัน

สำหรับราคาจำหน่ายนั้นยังไม่มีการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ แต่ถ้าให้เทียบราคาจำหน่ายจากโมเดลอื่นๆ ของทางค่ายและกระแสข่าวลือที่ออกมานั้นคาดว่าราคาเปิดตัวของเจ้า Bullit Bluroc 250 คันนี้จะอยู่ที่ราวๆ 4,000 ยูโร หรือประมาณ 144,000 บาท ซึ่งราคานั้นน่าจับต้องเอามากๆ เลยทีเดียว

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก www.rideapart.com

v9Oy8I.gif