Honda CLICK160 VS Yamaha AEROX คันไหนตอบโจทย์กว่า?!

ตลาดรถจักรยานยนต์ออโตเมติกพิกัดประมาณ 150–160 ซีซี ในประเทศไทยมีการแข่งขันที่น่าสนใจขึ้นอีกครั้ง หลังการมาถึงของ New Honda CLICK160 รุ่นล่าสุด ซึ่งปรับดีไซน์และอุปกรณ์ใหม่หลายรายการ ทำให้สามารถนำมาเปรียบเทียบกับหนึ่งในคู่แข่งสายสปอร์ตโดยตรงอย่าง All New Yamaha AEROX ได้อย่างเต็มตัว
Honda CLICK160 เปิดราคาเริ่มต้น 69,900 บาท ขณะที่ Yamaha AEROX ราคา 85,900 บาท ทำให้ทั้งสองรุ่นมีส่วนต่างอยู่ที่ 16,000 บาท โดย AEROX แลกเงินที่เพิ่มขึ้นกับตัวรถที่มีความเป็นสปอร์ตมากกว่าในหลายด้าน ทั้งโครงสร้างเฟรม ช่วงล่าง ยางขนาดใหญ่ ระบบ Y-Connect และพื้นที่เก็บของ ส่วน CLICK160 มีจุดแข็งสำคัญที่น้ำหนักเบากว่า เบาะต่ำกว่า ตัวรถคล่องตัวกว่า และราคาที่เข้าถึงง่ายอย่างชัดเจน
เมื่อมองเพียงตัวเลขความจุเครื่องยนต์ ทั้งสองรุ่นอาจดูใกล้เคียงกันมาก แต่หากเจาะรายละเอียดจริง ๆ จะพบว่าแนวคิดของรถทั้งสองคันแตกต่างกันพอสมควร

ดีไซน์สปอร์ตเหมือนกัน แต่ AEROX ไปสุดกว่า
New Honda CLICK160 รุ่นล่าสุดได้รับการปรับแฟริ่งด้านหน้าใหม่ ใช้เส้นสายแบบซ้อนชั้นและเพิ่มเหลี่ยมสันให้ดูดุดันขึ้น ชุดไฟหน้า LED ได้รับการออกแบบใหม่พร้อมระบบไฟ Full LED รอบคัน ขณะที่แฟริ่งด้านข้างและมือจับผู้ซ้อนถูกปรับให้กลมกลืนกับเส้นสายตัวรถมากขึ้น
ภาพรวมของ CLICK160 ยังคงเป็นสปอร์ตสกู๊ตเตอร์ที่มีตัวรถค่อนข้างเพรียว ให้ความสำคัญกับความคล่องตัวในการใช้งานจริงบนถนนเมืองควบคู่ไปกับรูปลักษณ์สปอร์ต

Yamaha AEROX เลือกแนวทางที่ชัดเจนกว่าในด้านความเป็นรถสปอร์ต โดยนำแนวคิดจากรถตระกูล R-Series มาใช้ ทั้งแฟริ่งด้านหน้าที่มี Front Winglet ไฟหน้าแบบ Dual Projector LED พร้อม Daytime Running Light และส่วนท้ายที่ยกสูงกว่า
อีกหนึ่งความแตกต่างคือ AEROX มี Center Tunnel บริเวณกลางตัวรถ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของเฟรม แต่แลกกับรูปแบบพื้นที่วางเท้าที่ไม่เปิดโล่งเหมือน CLICK160
ดังนั้นหากเน้นความสปอร์ตด้านรูปลักษณ์ AEROX มีบุคลิกที่ชัดกว่า ส่วน CLICK160 จะดูเรียบง่ายและเหมาะกับการใช้งานทั่วไปมากกว่า
157 ซีซี eSP+ ปะทะ 155 ซีซี Blue Core VVA

Honda CLICK160 ใช้เครื่องยนต์ eSP+ สูบเดียว 4 จังหวะ SOHC 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ความจุจริง 156.93 ซีซี พร้อมระบบหัวฉีด PGM-FI ส่งกำลังผ่านระบบอัตโนมัติ V-Matic
พื้นฐานเครื่องยนต์ชุดนี้สามารถสร้างกำลังได้ประมาณ 15.4 PS โดยเน้นการตอบสนองตั้งแต่รอบต่ำถึงกลาง เหมาะกับการออกตัว การเร่งแซง และการใช้งานในเมือง

Yamaha AEROX ใช้เครื่องยนต์ Blue Core สูบเดียว 4 จังหวะ SOHC 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ความจุ 155 ซีซี พร้อมระบบวาล์วแปรผัน VVA
เครื่องยนต์เวอร์ชันล่าสุดได้รับการลดแรงเสียดทานภายใน พร้อมเปลี่ยนตัวดันโซ่ราวลิ้นเป็นระบบไฮดรอลิก และยังคงใช้ลูกสูบแบบ Forged ซึ่งเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของเครื่องยนต์ตระกูลนี้
VVA จะเข้ามาช่วยรักษาการตอบสนองของเครื่องยนต์ในช่วงรอบที่กว้างขึ้น ทำให้บุคลิกของ AEROX เน้นความต่อเนื่องของกำลังและความสนุกในการลากรอบมากกว่า
ส่วน CLICK160 ใช้แนวคิดเครื่องยนต์ eSP+ ที่พยายามสร้างสมดุลระหว่างสมรรถนะ ความเรียบง่าย และการใช้งานในชีวิตประจำวัน
เมื่อพิจารณาเฉพาะพิกัดเครื่องยนต์ จึงไม่ได้มีฝ่ายใดทิ้งห่างกันมาก แต่คาแรกเตอร์ของเครื่องยนต์และตัวรถจะเป็นตัวสร้างความแตกต่างมากกว่า

AEROX ไม่มี YECVT ต้องแยกจากรุ่น SP ให้ชัด
จุดสำคัญสำหรับการเปรียบเทียบครั้งนี้คือ All New Yamaha AEROX ราคา 85,900 บาท เป็นรุ่นมาตรฐาน ซึ่งยังใช้ระบบส่งกำลัง CVT อัตโนมัติตามปกติ
ระบบ YECVT, Riding Mode, Shift Down Function, Traction Control และหน้าจอ TFT 4.2 นิ้ว เป็นอุปกรณ์ที่เพิ่มเข้ามาใน AEROX SP รุ่นปี 2026 ราคา 99,900 บาท ไม่ได้ติดตั้งมาใน AEROX รุ่นมาตรฐานที่นำมาเปรียบเทียบครั้งนี้
ดังนั้นในด้านระบบส่งกำลัง CLICK160 และ AEROX รุ่นมาตรฐานจึงมีแนวคิดใกล้เคียงกัน คือเป็นรถ CVT ที่ผู้ขี่ควบคุมด้วยคันเร่งและเบรกโดยไม่ต้องเลือก Riding Mode หรือสั่งเปลี่ยนอัตราทดด้วยตัวเอง
CLICK160 เบากว่าถึง 9 กก.
เรื่องน้ำหนักเป็นหนึ่งในความแตกต่างที่เห็นได้ชัดที่สุด
Honda CLICK160 มีน้ำหนักประมาณ 118 กก. ขณะที่ Yamaha AEROX มีน้ำหนักพร้อมน้ำมันเครื่องและน้ำมันเชื้อเพลิงเต็มถัง 127 กก. เท่ากับ CLICK160 เบากว่าประมาณ 9 กก.
ความแตกต่างระดับนี้สามารถรู้สึกได้ในการใช้งานจริง โดยเฉพาะการเข็นรถ การกลับรถ การทรงตัวที่ความเร็วต่ำ หรือการลัดเลาะระหว่างรถในสภาพการจราจรหนาแน่น
CLICK160 จึงมีข้อได้เปรียบสำหรับผู้ที่ใช้งานในเมืองเป็นหลัก ขณะที่น้ำหนักที่มากขึ้นของ AEROX มาพร้อมกับโครงสร้างตัวรถที่เน้นความแข็งแรงและเสถียรภาพในการขับขี่แบบสปอร์ตมากกว่า

CLICK160 เบาะต่ำกว่า 12 มม.
Honda CLICK160 มีความสูงเบาะประมาณ 778 มม. ขณะที่ Yamaha AEROX มีเบาะสูง 790 มม. ทำให้ CLICK160 ต่ำกว่าประมาณ 12 มม.
เมื่อรวมความสูงเบาะที่ต่ำกว่ากับน้ำหนักที่เบากว่า 9 กก. CLICK160 จึงเป็นมิตรกับผู้ขี่รูปร่างเล็กมากกว่า โดยเฉพาะเมื่อต้องหยุดรถบ่อยครั้งหรือขยับรถเข้าออกจากพื้นที่จอด
AEROX ไม่ได้มีความสูงเบาะในระดับที่สูงมาก แต่ตัวรถที่กว้างกว่า ประกอบกับน้ำหนัก 127 กก. ทำให้ผู้ขี่รูปร่างเล็กอาจรู้สึกถึงขนาดรถมากกว่า CLICK160

AEROX เฟรมและช่วงล่างเน้นเข้าโค้งกว่า
หนึ่งในพื้นที่ที่ Yamaha ลงรายละเอียดกับ AEROX อย่างชัดเจนคือโครงสร้างตัวรถ
โฉมล่าสุดเพิ่ม Center Tunnel เพื่อช่วยเพิ่มความแข็งแรงและลดการบิดตัวของเฟรมขณะรับแรงจากการเข้าโค้ง พร้อมขยายแกนโช้กหน้าจาก 26 มม. เป็น 30 มม. เพื่อเพิ่มเสถียรภาพและรองรับแรงกระแทกได้ดีขึ้น
ระบบกันสะเทือนด้านหลังเป็น Unit Swing พร้อมโช้กคู่ ซึ่งได้รับการปรับเซ็ตเพื่อรองรับบุคลิกการขี่แบบสปอร์ต
CLICK160 ใช้โช้กหน้าเทเลสโคปิกและระบบกันสะเทือนด้านหลังที่เน้นสมดุลของการใช้งานประจำวันมากกว่า
อย่างไรก็ตาม Honda มี CLICK160R Limited Edition ราคา 76,400 บาท ซึ่งเพิ่มโช้กหลัง Profender พร้อมกระปุก Sub-Tank แยกมาให้จากโรงงาน รวมถึงกราฟิกพิเศษและผลิตเพียง 500 คัน
แม้เลือก CLICK160R แล้ว ราคาก็ยังต่ำกว่า AEROX รุ่นมาตรฐานอยู่ 9,500 บาท
ยาง AEROX ใหญ่กว่าชัดเจน
ทั้งสองรุ่นใช้ล้อขนาด 14 นิ้ว แต่ขนาดยางแตกต่างกันพอสมควร
Honda CLICK160 ใช้ยางหน้าขนาด 100/80-14 และยางหลัง 120/70-14
Yamaha AEROX ใช้ยางหน้าขนาด 110/80-14 และยางหลัง 140/70-14
นั่นหมายความว่ายางหน้าของ AEROX กว้างกว่า 10 มม. และยางหลังกว้างกว่า CLICK160 ถึง 20 มม.
ยางหลังขนาด 140 มม. ช่วยสร้างบุคลิกแบบสปอร์ตและเพิ่มพื้นที่สัมผัสถนนให้กับ AEROX ขณะที่ CLICK160 ใช้ยางที่แคบกว่าเพื่อรักษาความคล่องตัวและน้ำหนักโดยรวมของรถ
หากมองเรื่องความสปอร์ตของชุดล้อและยาง AEROX เหนือกว่า แต่หากต้องการรถที่เปลี่ยนทิศทางได้ง่ายและเหมาะกับการลัดเลาะ CLICK160 มีข้อได้เปรียบจากชุดล้อที่เบากว่าและตัวรถโดยรวมที่มีน้ำหนักน้อยกว่า

ดิสก์เบรกหน้า-หลังทั้งคู่ พร้อม ABS
Honda CLICK160 รุ่นใหม่ในประเทศไทยใช้ดิสก์เบรกทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมระบบ ABS เพื่อช่วยลดโอกาสเกิดอาการล้อล็อกเมื่อต้องเบรกอย่างรุนแรง
Yamaha AEROX ก็ได้รับการอัปเกรดมาใช้ดิสก์เบรกทั้งหน้าและหลัง โดยด้านหลังเป็นจานขนาด 230 มม. และล้อหน้ามาพร้อมระบบ ABS
AEROX จึงมีรายละเอียดด้านระบบเบรกที่เน้นความเป็นสปอร์ตชัดขึ้นจากโฉมก่อน โดยเฉพาะการเปลี่ยนจากดรัมเบรกหลังมาเป็นดิสก์เบรก 230 มม.
สิ่งที่ต้องแยกอีกครั้งคือ AEROX รุ่นมาตรฐานราคา 85,900 บาทไม่มี Traction Control โดยระบบดังกล่าวเป็นอุปกรณ์ของ AEROX SP

AEROX ได้ Y-Connect ส่วน CLICK160 เน้นความเรียบง่าย
Honda CLICK160 ใช้หน้าจอดิจิทัลเต็มรูปแบบ แสดงข้อมูลสำคัญในการขับขี่ พร้อม Honda Smart Key ที่มีฟังก์ชันค้นหารถและสัญญาณป้องกันการโจรกรรม
Yamaha AEROX ใช้หน้าจอ Negative LCD ซึ่งสามารถแสดงความเร็ว รอบเครื่องยนต์ นาฬิกา และข้อมูลอื่น พร้อมแสดงสัญลักษณ์แจ้งเตือนสายเรียกเข้าหรือข้อความเมื่อเชื่อมต่อกับ Y-Connect
AEROX ยังรองรับ Y-Connect ผ่าน CCU สามารถส่งข้อมูลการขับขี่และข้อมูลรถไปยังสมาร์ตโฟน โดย Yamaha ระบุว่ารองรับฟังก์ชันการใช้งานทั้งหมด 9 รูปแบบ
จุดนี้ทำให้ AEROX มีความได้เปรียบสำหรับผู้ที่ต้องการ Connectivity ระหว่างรถกับโทรศัพท์
CLICK160 ไม่ได้เน้นระบบเชื่อมต่อในระดับเดียวกัน แต่แลกกับการใช้งานที่ตรงไปตรงมา ไม่ต้องเชื่อมต่อแอปเพื่อเข้าถึงฟังก์ชันหลักของรถ
USB Type-C มีให้ทั้งคู่
CLICK160 รุ่นใหม่เปลี่ยนช่องชาร์จภายในช่องเก็บของด้านหน้าเป็น USB Type-C พร้อมเพิ่ม Pop-up Hook สำหรับแขวนกระเป๋าบริเวณคอนโซลกลาง
AEROX ก็มี USB Type-C 5V 3A อยู่ภายในช่องเก็บของด้านหน้าเช่นเดียวกัน พร้อม Smart Key เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
ด้านอุปกรณ์พื้นฐานสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันจึงถือว่าใกล้เคียงกันมาก
AEROX ใต้เบาะใหญ่กว่า 7 ลิตร
พื้นที่เก็บสัมภาระเป็นอีกจุดที่ Yamaha เหนือกว่าอย่างชัดเจน
Honda CLICK160 มีพื้นที่เก็บของใต้เบาะประมาณ 18 ลิตร
Yamaha AEROX มี U-Box ใต้เบาะความจุ 25 ลิตร ทำให้มีพื้นที่มากกว่า CLICK160 ถึง 7 ลิตร
สำหรับผู้ที่ต้องพกเสื้อกันฝน กระเป๋า หรือสัมภาระประจำวันจำนวนมาก AEROX จึงตอบโจทย์กว่า
ถังน้ำมันของทั้งสองรุ่นมีความจุเท่ากันที่ประมาณ 5.5 ลิตร
เทียบข้อมูลสำคัญแบบตัวต่อตัว
Honda CLICK160 ใช้เครื่องยนต์ eSP+ 156.93 ซีซี 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ระบบ V-Matic น้ำหนักประมาณ 118 กก. เบาะสูง 778 มม. ถังน้ำมัน 5.5 ลิตร พื้นที่ใต้เบาะประมาณ 18 ลิตร ยางหน้า 100/80-14 และยางหลัง 120/70-14 พร้อม Smart Key หน้าจอดิจิทัล USB Type-C และ ABS
Yamaha AEROX ใช้เครื่องยนต์ Blue Core 155 ซีซี 4 วาล์ว VVA ระบายความร้อนด้วยน้ำ น้ำหนัก 127 กก. เบาะสูง 790 มม. ฐานล้อ 1,350 มม. ถังน้ำมัน 5.5 ลิตร พื้นที่ใต้เบาะ 25 ลิตร ยางหน้า 110/80-14 และยางหลัง 140/70-14 พร้อม Smart Key, Y-Connect, Negative LCD, USB Type-C และ ABS ล้อหน้า
CLICK160 ราคา 69,900 บาท ส่วน AEROX 85,900 บาท
ราคาเป็นจุดที่ทำให้การตัดสินใจระหว่างสองรุ่นนี้น่าสนใจที่สุด
New Honda CLICK160 รุ่นมาตรฐานมีราคาแนะนำ 69,900 บาท ขณะที่ CLICK160R Limited Edition ซึ่งเพิ่มโช้ก Profender และชุดตกแต่งพิเศษ มีราคา 76,400 บาท
All New Yamaha AEROX รุ่นมาตรฐานมีราคาแนะนำ 85,900 บาท และปัจจุบัน Yamaha ประเทศไทยยังคงระบุรถรุ่นนี้อยู่ในไลน์อัปที่จำหน่าย
หากเทียบรุ่นมาตรฐานกับรุ่นมาตรฐาน AEROX มีราคาสูงกว่า CLICK160 อยู่ 16,000 บาท
แต่หากขยับไป CLICK160R Limited Edition ส่วนต่างจะลดลงเหลือ 9,500 บาท
ถ้าเน้นใช้งานในเมือง CLICK160 ได้เปรียบ
CLICK160 มีน้ำหนักเบากว่า 9 กก. เบาะต่ำกว่า 12 มม. ใช้ยางที่เล็กกว่า และมีรูปทรงโดยรวมที่กะทัดรัดกว่า จุดเหล่านี้ล้วนมีประโยชน์โดยตรงกับการใช้งานท่ามกลางการจราจรในเมือง
การกลับรถ เข็นรถ ขี่ผ่านช่องว่างระหว่างรถ หรือจอดในพื้นที่จำกัดจะทำได้ง่ายกว่า โดยเฉพาะสำหรับผู้ขี่ที่ไม่ได้มีรูปร่างใหญ่
เครื่องยนต์ eSP+ 157 ซีซี ยังให้กำลังประมาณ 15.4 PS ซึ่งเพียงพอสำหรับการออกตัวและเร่งแซง โดยไม่จำเป็นต้องแลกกับตัวรถที่ใหญ่หรือหนักมากนัก
เมื่อรวมกับราคาเพียง 69,900 บาท CLICK160 จึงมีจุดแข็งด้านความคุ้มค่าอย่างชัดเจน
ถ้าเน้นขี่สปอร์ต AEROX เหนือกว่า
AEROX เริ่มแสดงข้อได้เปรียบเมื่อผู้ใช้ให้ความสำคัญกับการขี่มากกว่าความคล่องตัวเพียงอย่างเดียว
Center Tunnel เพิ่มความแข็งแรงของเฟรม แกนโช้กหน้า 30 มม. ยางหลังขนาด 140 มม. ดิสก์เบรกหลัง 230 มม. และเครื่องยนต์ VVA ล้วนถูกเลือกมาเพื่อสร้างบุคลิกการขับขี่แบบสปอร์ต
ฐานล้อยาว 1,350 มม. และน้ำหนัก 127 กก. อาจทำให้ AEROX เสียเปรียบในเรื่องความคล่องตัวที่ความเร็วต่ำ แต่กลับช่วยสร้างความรู้สึกมั่นคงเมื่อใช้ความเร็วมากขึ้น
นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ใต้เบาะ 25 ลิตรและ Y-Connect ซึ่งเพิ่มความครบเครื่องในการใช้งานประจำวัน
ดังนั้นเงินที่เพิ่มขึ้น 16,000 บาทไม่ได้ซื้อกำลังเครื่องยนต์ที่สูงกว่า CLICK160 อย่างก้าวกระโดด แต่ซื้อโครงสร้างรถ ช่วงล่าง ล้อและยาง พื้นที่เก็บสัมภาระ รวมถึงระบบเชื่อมต่อที่เหนือกว่า
CLICK160 เหมาะกับใคร
Honda CLICK160 เหมาะกับผู้ที่ต้องการรถออโตเมติกเครื่องยนต์ประมาณ 160 ซีซี ซึ่งสามารถใช้เป็นรถหลักในชีวิตประจำวันได้ง่าย
จุดเด่นคือเบา เบาะต่ำ คล่องตัว เครื่องยนต์มีกำลังเพียงพอ ดิสก์เบรกหน้าและหลัง มี ABS, Smart Key, USB Type-C และพื้นที่เก็บของสำหรับการใช้งานทั่วไป โดยทั้งหมดอยู่ในราคา 69,900 บาท
หากไม่ได้ต้องการ Y-Connect ยางหลังขนาดใหญ่ หรือโครงสร้างที่เน้นการขี่สปอร์ตอย่างจริงจัง CLICK160 มีความคุ้มค่าที่โดดเด่นมาก
AEROX เหมาะกับใคร
Yamaha AEROX เหมาะกับผู้ที่ต้องการสปอร์ตออโตเมติกที่บุคลิกใกล้รถสปอร์ตมากขึ้น ทั้งด้านท่านั่ง โครงสร้างตัวรถ ช่วงล่างและขนาดยาง
เครื่องยนต์ 155 ซีซี VVA, Center Tunnel, โช้กหน้า 30 มม. ยางหลัง 140 มม. ดิสก์หลัง 230 มม. และ Y-Connect ล้วนเป็นองค์ประกอบที่สร้างความแตกต่างจาก CLICK160
พื้นที่ใต้เบาะ 25 ลิตรยังทำให้ AEROX ไม่ได้มีเพียงความสปอร์ต แต่สามารถรองรับการใช้งานประจำวันได้ดีเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ราคาที่สูงกว่า 16,000 บาทหมายความว่าผู้ซื้อควรถามตัวเองก่อนว่าอุปกรณ์และคาแรกเตอร์สปอร์ตเหล่านี้มีความสำคัญกับการใช้งานมากเพียงใด
ส่วนต่าง 16,000 บาท ทำให้เลือกง่ายขึ้น
เมื่อนำ Honda CLICK160 ราคา 69,900 บาท มาเทียบกับ Yamaha AEROX ราคา 85,900 บาท จะเห็นชัดว่าทั้งสองรุ่นไม่ได้พยายามเอาชนะกันด้วยสูตรเดียวกัน
CLICK160 ใช้วิธีทำรถให้เบา กะทัดรัด ใช้งานง่าย และให้อุปกรณ์จำเป็นมาในราคาที่ไม่สูงเกินไป จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการรถคล่องตัวสำหรับใช้งานทุกวัน แต่ยังต้องการสมรรถนะจากเครื่องยนต์ประมาณ 160 ซีซี
AEROX ยอมเพิ่มน้ำหนักและราคาขึ้น เพื่อแลกกับเฟรมที่เน้นการขี่สปอร์ตมากกว่า ช่วงล่างที่จริงจังกว่า ยางขนาดใหญ่กว่า พื้นที่ใต้เบาะมากกว่า และระบบ Y-Connect
ดังนั้นหากมองเรื่องความคุ้มค่าต่อราคาและการใช้งานในเมือง CLICK160 มีภาษีดีกว่าอย่างชัดเจน แต่หากต้องการฟีลลิ่งสปอร์ต ความมั่นคงของตัวรถ และอุปกรณ์ที่ครบกว่า AEROX ก็มีเหตุผลรองรับส่วนต่าง 16,000 บาทได้อย่างเหมาะสม
สุดท้ายแล้ว CLICK160 คือรถที่พยายามทำทุกอย่างให้ใช้ง่ายในชีวิตประจำวันโดยยังมีความสปอร์ต ส่วน AEROX คือรถที่นำความเป็นสปอร์ตมาเป็นแกนหลัก แล้วค่อยเพิ่มความสะดวกสำหรับการใช้งานประจำวันเข้าไป ซึ่งความแตกต่างตรงนี้น่าจะเป็นตัวตัดสินได้ชัดเจนกว่าการมองเพียงว่า 157 ซีซี หรือ 155 ซีซี คันไหนแรงกว่ากัน

Sakon Supapornopas – Website founder greatbiker.com I like all types of motorcycles. Working in the automotive industry for more than 10 years, in-depth analysis of new motorcycle models. that will be launched in Thailand and abroad Review from actual use experience


