เปิดตัว Honda CB500 SUPER FOUR รุ่นใหม่สีไตรคัลเลอร์ ราคาเริ่ม 216,000 บาท

Honda เปิดตัว CB500 SUPER FOUR Classic Color Edition รุ่นพิเศษใหม่ในประเทศจีน ภายในงาน China International Motorcycle Expo 2026 ที่เมืองฉงชิ่ง ชูจุดเด่นด้วยชุดสีแดง ขาว น้ำเงินแบบ Tricolour พร้อมล้อสีทอง ถ่ายทอดบรรยากาศจาก CB1300 SUPER FOUR SP รุ่นใหญ่ลงมาสู่รถ 4 สูบพิกัด 500cc
นอกจากรูปลักษณ์ย้อนกลิ่นอาย Super Four ยุคคลาสสิกแล้ว ตัวรถยังคงใช้เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 502cc กำลัง 71.8 PS พร้อม Honda E-Clutch, คันเร่งไฟฟ้า และเทคโนโลยีสมัยใหม่ครบชุด

สี Classic ใหม่ ได้แรงบันดาลใจจาก CB1300 SUPER FOUR SP
จุดเด่นที่สุดของรุ่นนี้คือชุดสีแดง ขาว และน้ำเงิน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในลวดลายที่แฟน Honda คุ้นเคยกันดี
Honda ระบุว่าชุดสีดังกล่าวถูกสร้างขึ้นเพื่อแสดงความเคารพต่อ CB1300 SUPER FOUR SP ที่ใช้สี Tricolour ในลักษณะใกล้เคียงกัน
งานสีใช้การแบ่งพื้นที่แต่ละสีออกจากกันอย่างชัดเจน ช่วยให้เส้นสายบริเวณถังน้ำมันและแฟริ่งข้างดูมีมิติมากขึ้น
อีกหนึ่งรายละเอียดสำคัญคือล้อสีทอง ซึ่งช่วยให้รถดูพรีเมียมและเชื่อมโยงกับภาพจำของรุ่น SP มากยิ่งขึ้น
เครื่องยนต์ 502cc 4 สูบเรียง 71.8 PS
พื้นฐานเครื่องยนต์ยังคงเหมือน CB500 SUPER FOUR รุ่นปกติ ใช้เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง DOHC 16 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ความจุ 502cc
ให้กำลังสูงสุด 52.8 kW หรือประมาณ 71.8 PS ที่ 11,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 47.1 นิวตันเมตร ที่ 10,000 รอบต่อนาที
ขนาดกระบอกสูบและช่วงชักอยู่ที่ 60 x 44.4 มม พร้อมอัตราส่วนกำลังอัด 12.3:1
คาแรกเตอร์จึงเป็นเครื่องยนต์ Short Stroke ที่เน้นการทำงานในรอบสูง และมีบุคลิกแตกต่างจากรถ 2 สูบระดับกลางที่มักเน้นแรงบิดในรอบต่ำถึงกลาง

Honda E-Clutch ขี่ได้โดยไม่ต้องกำคลัตช์
CB500 SUPER FOUR มาพร้อม Honda E-Clutch ระบบควบคุมคลัตช์ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งช่วยให้ผู้ขี่ออกตัว เปลี่ยนเกียร์ และหยุดรถได้โดยไม่จำเป็นต้องกำคลัตช์
อย่างไรก็ตาม คลัตช์มือยังคงอยู่ ผู้ขี่สามารถเลือกกลับไปควบคุมคลัตช์ด้วยตัวเองได้ตามปกติ
ระบบทำงานร่วมกับ Throttle-by-Wire และยังรองรับฟังก์ชัน Blipping ขณะลดเกียร์ เพื่อช่วยปรับรอบเครื่องยนต์ให้สัมพันธ์กับเกียร์ที่เลือก
มี Riding Mode และ HSTC
ระบบคันเร่งไฟฟ้ายังเปิดทางให้ Honda ใส่ระบบควบคุมการขับขี่เข้ามามากขึ้น
ตัวรถรองรับ Riding Mode หลายรูปแบบ พร้อม Honda Selectable Torque Control หรือ HSTC สำหรับช่วยควบคุมการหมุนฟรีของล้อหลัง
จึงเป็นการนำบุคลิกดั้งเดิมของ CB SUPER FOUR มารวมกับระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่เหมาะกับรถยุคใหม่
TFT 5 นิ้ว พร้อม Honda RoadSync
เรือนไมล์เป็นหน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Honda RoadSync ผ่านสมาร์ตโฟน
สามารถใช้ฟังก์ชันต่างๆ เช่น Navigation ข้อมูลการเดินทาง และการเชื่อมต่ออุปกรณ์สื่อสารได้ตามระบบที่รองรับ
แม้ตัวรถจะใช้ไฟหน้าทรงกลมและเส้นสายแบบ Traditional Naked แต่เทคโนโลยีบริเวณ Cockpit จึงเป็นรถยุคใหม่เต็มตัว
น้ำหนัก 188 กก เบาะสูง 780 มม
CB500 SUPER FOUR มีความยาว 2,103 มม กว้าง 775 มม และสูง 1,083 มม
ฐานล้อยาว 1,412 มม เบาะสูง 780 มม และมีน้ำหนักพร้อมใช้งาน 188 กก
ถังน้ำมันมีความจุ 14.5 ลิตร
ด้านหน้าใช้ดิสก์เบรกคู่ ส่วนด้านหลังเป็นดิสก์เดี่ยว พร้อมล้อขนาด 17 นิ้ว
ยางหน้าขนาด 120/70ZR17 และด้านหลัง 160/60ZR17

Classic Color Edition ราคา 43,480 หยวน
Honda ตั้งราคา CB500 SUPER FOUR Classic Color Edition ไว้ที่ 43,480 หยวน สูงกว่าสีมาตรฐานซึ่งอยู่ที่ 42,980 หยวนเพียง 500 หยวน
เมื่อแปลงตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน รุ่น Classic Color Edition คิดเป็นเงินไทยประมาณ 216,000 บาท โดยเป็นเพียงการแปลงค่าเงินและไม่ใช่ราคาจำหน่ายในประเทศไทย
สำหรับลูกค้ากลุ่มแรก Honda ยังมีแพ็กเกจพิเศษสำหรับผู้สั่งจอง 300 คนแรกในประเทศจีนอีกด้วย
สีนี้อาจทำให้แฟน CB400 SUPER FOUR จับตามอง
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ CB500 SUPER FOUR ของจีนมีพื้นฐานใกล้เคียงกับ CB400 SUPER FOUR E-Clutch รุ่นใหม่ที่ Honda เพิ่งนำกลับมาทำตลาดในญี่ปุ่น
ปัจจุบัน CB400 SUPER FOUR ญี่ปุ่นมี 4 สี ได้แก่ Wolf Silver Metallic, Matte Ballistic Black Metallic, Ross White และ Candy Chromosphere Red
อย่างไรก็ตาม Honda เคยระบุว่าชุดสีของโมเดลจีนและญี่ปุ่นถูกพัฒนาสำหรับแต่ละตลาดแยกกัน ดังนั้นการมี Tricolour ใน CB500 SUPER FOUR จีนไม่ได้หมายความว่า CB400 SUPER FOUR ญี่ปุ่นจะได้สีเดียวกันทันที
แต่ด้วยชุดสีแดง ขาว น้ำเงินที่ผูกพันกับตระกูล Super Four มาอย่างยาวนาน Classic Color Edition คันนี้ย่อมทำให้การอัปเดตสีของ CB400 SUPER FOUR ในอนาคตน่าจับตามองขึ้นไม่น้อย
CB500 SUPER FOUR Classic Color Edition จึงไม่ได้มีความน่าสนใจเพียงเพราะเป็นสีใหม่ แต่เป็นการนำภาพจำของ CB1300 SUPER FOUR SP มาผสมกับแพลตฟอร์ม 4 สูบรุ่นใหม่ของ Honda ทั้งเครื่องยนต์ 502cc, E-Clutch, TBW และ TFT โดยยังรักษารูปลักษณ์แบบ Japanese Naked ที่เป็นหัวใจของชื่อ SUPER FOUR เอาไว้
ที่มา autoby.jp

ผู้ก่อตั้ง GreatBiker.com คลุกคลีในวงการยานยนต์มากว่า 10 ปี เขียนข่าวและเจาะลึกมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ทั้งในไทยและต่างประเทศ พร้อมทดสอบขี่จริงด้วยตัวเอง


