Yamaha Grand Filano Hybrid ประหยัดถึง 62.5 กม./ล. เต็มถังวิ่งไกล 275 กม.

Yamaha Grand Filano Hybrid ไม่ได้มีจุดเด่นเพียงรูปลักษณ์แบบสกู๊ตเตอร์แฟชั่นพรีเมียม แต่ยังได้รับการพัฒนาให้เป็นรถออโตเมติกสำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ด้วยเครื่องยนต์ Blue Core Hybrid ขนาด 125 cc ซึ่งทำอัตราสิ้นเปลืองได้สูงสุดถึง 62.5 กม./ลิตร ภายใต้เงื่อนไขการทดสอบของผู้ผลิต

เมื่อแปลงเป็นปริมาณน้ำมันต่อระยะทาง 100 กม. ตัวรถจะใช้น้ำมันประมาณ 1.6 ลิตรตามตัวเลขทดสอบ จึงเหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องเดินทางไปทำงาน ไปเรียน หรือใช้งานในเมืองเป็นประจำ และต้องการควบคุมค่าเชื้อเพลิงในระยะยาว

HNxxWN.jpeg

เครื่องยนต์ Blue Core Hybrid หัวใจสำคัญของความประหยัด

Grand Filano Hybrid ใช้เครื่องยนต์สูบเดียว 4 จังหวะ SOHC 2 วาล์ว ขนาด 125 cc ระบายความร้อนด้วยอากาศ ทำงานร่วมกับระบบไฮบริดเพื่อช่วยสนับสนุนการออกตัว ซึ่งเป็นช่วงที่เครื่องยนต์ต้องใช้กำลังและเชื้อเพลิงมากกว่าการรักษาความเร็วคงที่

ระบบไฮบริดของรถรุ่นนี้ไม่ได้ทำหน้าที่ขับเคลื่อนตัวรถด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวเหมือนรถไฮบริดขนาดใหญ่ แต่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าช่วยเสริมแรงในช่วงออกตัว ทำให้เครื่องยนต์ไม่ต้องรับภาระทั้งหมดเพียงลำพัง

ผลที่ได้คือการออกตัวที่รวดเร็วและนุ่มนวล ขณะเดียวกันยังช่วยให้การใช้เชื้อเพลิงมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้งานในเมืองที่ต้องหยุดและออกตัวซ้ำหลายครั้ง

HNxkYu.png

ประหยัดสูงสุด 62.5 กม./ลิตร

ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองสูงสุด 62.5 กม./ลิตร มาจากการทดสอบในห้องปฏิบัติการตามมาตรฐานอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์ด้านความปลอดภัยและสารมลพิษจากเครื่องยนต์ ระดับ 7 หรือ มอก.2915-2561 ซึ่งทำการทดสอบเมื่อวันที่ 21–22 เมษายน 2566

ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงศักยภาพสูงสุดของเครื่องยนต์และระบบไฮบริดภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด ส่วนอัตราสิ้นเปลืองในการใช้งานจริงอาจแตกต่างกันตามน้ำหนักบรรทุก สภาพการจราจร แรงดันลมยาง การบำรุงรักษา และรูปแบบการเปิดคันเร่งของผู้ขี่

แม้ตัวเลขจริงอาจไม่ถึง 62.5 กม./ลิตรในทุกสถานการณ์ แต่พื้นฐานเครื่องยนต์ขนาด 125 cc น้ำหนักตัวรถไม่มาก และระบบช่วยประหยัดน้ำมันหลายรายการ ยังทำให้ Grand Filano Hybrid เป็นหนึ่งในสกู๊ตเตอร์ที่น่าสนใจสำหรับการเดินทางประจำวัน

HNx0Fa.png

เติมเต็มถังมีระยะทางตามทฤษฎีประมาณ 275 กม.

Yamaha Grand Filano Hybrid ติดตั้งถังน้ำมันความจุ 4.4 ลิตร เมื่อนำไปคำนวณร่วมกับอัตราสิ้นเปลืองสูงสุด 62.5 กม./ลิตร จะมีระยะทางตามทฤษฎีประมาณ 275 กม. ต่อการเติมน้ำมันเต็มถังหนึ่งครั้ง

ระยะทางระดับนี้เพียงพอสำหรับผู้ที่เดินทางวันละประมาณ 20–30 กม. ให้สามารถใช้งานได้หลายวันก่อนเติมน้ำมันอีกครั้ง ขณะที่ตำแหน่งฝาถังน้ำมันถูกย้ายมาไว้ด้านหน้า ทำให้เติมน้ำมันได้โดยไม่ต้องเปิดเบาะหรือนำสัมภาระออกจากช่องเก็บของ

ระบบ Smart & Easy Refuel ยังช่วยลดความยุ่งยากระหว่างเข้าปั๊ม ผู้ขี่สามารถเปิดฝาถังจากสวิตช์ด้านหน้าและเติมน้ำมันได้โดยไม่ต้องลงจากรถ

HNxqrP.jpeg

Stop & Start ลดการเผาผลาญน้ำมันขณะจอด

อีกหนึ่งระบบที่ช่วยลดการสิ้นเปลืองคือ Stop & Start System ซึ่งจะดับเครื่องยนต์โดยอัตโนมัติเมื่อรถหยุดนิ่งตามเงื่อนไขที่กำหนด ก่อนกลับมาติดเครื่องอีกครั้งเมื่อผู้ขี่บิดคันเร่ง

ระบบนี้ช่วยลดการเผาผลาญน้ำมันโดยไม่จำเป็นในช่วงจอดติดไฟแดงหรือการจราจรหนาแน่น ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่รถยังใช้น้ำมันอยู่ แม้ไม่ได้เคลื่อนที่ไปข้างหน้า

ผู้ขี่สามารถเลือกเปิดหรือปิดระบบได้ตามลักษณะการใช้งาน หากขับในเมืองที่ต้องหยุดรถบ่อย ระบบจะช่วยเสริมความประหยัดได้ชัดเจนกว่าการเดินทางบนเส้นทางที่รถเคลื่อนตัวต่อเนื่อง

HNx4sl.png

Smart Motor Generator สตาร์ตเงียบและออกตัวนุ่มนวล

Smart Motor Generator ทำหน้าที่เป็นทั้งชุดสตาร์ตเครื่องยนต์และส่วนหนึ่งของระบบไฮบริด ช่วยลดเสียงและแรงกระชากจากมอเตอร์สตาร์ตแบบเดิม

เมื่อเครื่องยนต์ต้องกลับมาทำงานหลังระบบ Stop & Start สั่งดับชั่วคราว ชุด Smart Motor Generator จะช่วยให้การติดเครื่องทำได้รวดเร็วและเงียบ ส่งผลให้ผู้ขี่สามารถใช้งานระบบดับเครื่องยนต์อัตโนมัติได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่รู้สึกรำคาญจากเสียงสตาร์ต

ระบบดังกล่าวจึงมีส่วนสำคัญต่อการประหยัดน้ำมันในสภาพการจราจรจริง เพราะทำให้การดับและติดเครื่องซ้ำระหว่างการเดินทางเกิดขึ้นอย่างราบรื่น

HNx3St.jpeg

เสื้อสูบ DiASiL ช่วยลดภาระและควบคุมความร้อน

เครื่องยนต์ Blue Core Hybrid ใช้เสื้อสูบแบบ DiASiL ซึ่งมีคุณสมบัติด้านการระบายความร้อนและความทนทาน พร้อมได้รับการออกแบบให้ลดการสูญเสียพลังงานและช่วยให้การเผาไหม้มีประสิทธิภาพ

เมื่อเครื่องยนต์สามารถควบคุมอุณหภูมิและลดแรงเสียดทานภายในได้ดี พลังงานจากเชื้อเพลิงจะถูกนำไปใช้ในการขับเคลื่อนได้มากขึ้น แทนที่จะสูญเสียไปในรูปของความร้อนหรือแรงเสียดทาน

แนวทางนี้ทำให้ความประหยัดของ Grand Filano Hybrid ไม่ได้พึ่งพาระบบมอเตอร์ช่วยเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการออกแบบเครื่องยนต์ ระบบสตาร์ต และระบบควบคุมการทำงานร่วมกันทั้งชุด

HNxfEq.jpeg

ตรวจสอบอัตราสิ้นเปลืองผ่าน Y-Connect

Grand Filano Hybrid รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ตโฟนผ่านแอปพลิเคชัน Y-Connect ซึ่งมีฟังก์ชันแสดงข้อมูลอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง พร้อมบันทึกประวัติการขับขี่และข้อมูลเกี่ยวกับตัวรถ

ข้อมูลดังกล่าวช่วยให้ผู้ใช้ตรวจสอบได้ว่ารูปแบบการขับขี่ของตนเองส่งผลต่อความประหยัดอย่างไร เช่น การเร่งเครื่องอย่างรวดเร็ว การขี่ด้วยความเร็วไม่คงที่ หรือการใช้งานท่ามกลางการจราจรหนาแน่น

ผู้ขี่จึงสามารถปรับพฤติกรรมให้เหมาะสม เช่น เปิดคันเร่งอย่างต่อเนื่อง รักษาความเร็วให้คงที่ ตรวจสอบแรงดันลมยาง และหลีกเลี่ยงการบรรทุกน้ำหนักเกินความจำเป็น เพื่อช่วยให้อัตราสิ้นเปลืองเข้าใกล้ตัวเลขที่ผู้ผลิตระบุมากขึ้น

พื้นที่เก็บของ 27 ลิตร รองรับการใช้งานประจำวัน

แม้จะเน้นความประหยัด แต่ Grand Filano Hybrid ยังให้พื้นที่เก็บสัมภาระใต้เบาะขนาด 27 ลิตร พร้อมไฟ LED ภายใน รองรับหมวกกันน็อกและสิ่งของสำหรับการเดินทางได้ โดยไม่ต้องติดตั้งกล่องสัมภาระเพิ่มเติมในทันที

รถยังติดตั้งช่องเก็บของด้านหน้าและช่องชาร์จ USB Type-A ทำให้สามารถชาร์จสมาร์ตโฟนระหว่างเดินทาง ขณะที่ชุดมาตรวัดแบบ LCD ผสมจอสี TFT สามารถแสดงสถานะการทำงานของระบบไฮบริดได้อย่างชัดเจน

ระบบไฟ Full LED รอบคันครอบคลุมไฟหน้า ไฟ Daylight ไฟเลี้ยว และไฟท้าย ช่วยเสริมทั้งรูปลักษณ์และการมองเห็น โดยใช้พลังงานไฟฟ้าน้อยกว่าระบบไฟแบบหลอดไส้ทั่วไป

HNx8x3.png

มีทั้งรุ่น Standard และ ABS

Yamaha Grand Filano Hybrid แบ่งออกเป็นรุ่น Standard ซึ่งติดตั้งระบบเบรก UBS ช่วยกระจายแรงเบรก และรุ่น ABS ซึ่งเพิ่มระบบป้องกันล้อหน้าล็อก พร้อม Smart Key System

รุ่น Standard มีราคาแนะนำเริ่มต้น 64,700 บาท ส่วนรุ่น ABS มีราคาแนะนำเริ่มต้น 69,200 บาท โดยทั้งสองรุ่นใช้เครื่องยนต์ Blue Core Hybrid 125 cc และระบบช่วยประหยัดน้ำมันพื้นฐานเดียวกัน

ผู้ซื้อจึงสามารถเลือกรุ่นตามอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยและความสะดวกที่ต้องการ โดยไม่ต้องลดจุดเด่นสำคัญด้านอัตราสิ้นเปลืองลง

Yamaha Grand Filano Hybrid จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการสกู๊ตเตอร์แฟชั่นสำหรับใช้งานจริงในระยะยาว ด้วยอัตราสิ้นเปลืองสูงสุด 62.5 กม./ลิตร ระบบไฮบริดช่วยออกตัว Stop & Start และ Smart Motor Generator ซึ่งทำงานร่วมกันเพื่อลดการใช้เชื้อเพลิง โดยยังคงให้พื้นที่เก็บของขนาดใหญ่ ฟังก์ชันเชื่อมต่อสมาร์ตโฟน และความสะดวกสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวันอย่างครบถ้วน