2018 Polaris Slingshot สามล้อที่ไม่ธรรมดา

image-4.xs

เพื่อนๆ อาจจะกำลังสงสัยว่านี้มันเป็น “รถยนต์” หรือว่า “มอเตอร์ไซค์” กันแน่ การตอบคำถามนี้มันมีเหตุผลบางอย่างที่สามารถใช้เป็นหลักฐานการยืนยันตัวตนของเจ้า Polaris Slingshot ได้เป็นอย่างดี วันนี้ทีมงาน GreatBiker อยากจะขอพาเพื่อนๆ มารู้จักกับเจ้า Polaris Slingshot SLR LE ที่เป็นตัวท๊อปสุดของทาง Polaris กันครับ

“ไม่เห็นจะต้องไปกังวลว่ามันจะเป็นรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ แต่สิ่งที่ควรจะกังวลมันคือความสนุกที่ได้ขับขี่มันต่างหาก” คำกล่าวของ Kevin Reilly หัวหน้าฝ่ายการตลาดของ Polaris ต้นสังกัดของเจ้า Slingshot ตันนี้ได้บอกไว้เมื่อนักข่าวถามว่าเจ้า Slingshot คันนี้มันคืออะไรกันแน่ ย้อนกลับไปในปี 2014 Polaris ค่ายรถ ATV และ Snowmobile จากอเมริกาได้มีความคิดริเริ่มที่จะหยิบเอาเครื่องยนต์ Snowmobile ที่ทางค่ายนั้นใช้งานอยู่มาพัฒนาต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ โดยได้รูปแบบของแรงบันดาลใจมาจาก Can Am Spider รถมอเตอร์ไซค์ 3 ล้อจากแคนนาดา ที่สร้างมาตรฐานใหม่ๆให้กับวงการมอเตอร์ไซค์ โดยแรงบันดาลใจครั้งนี้ไม่ใช่การ Copy แล้ว Paste แต่อย่างใด ซึ่งทาง Polaris เองก็ได้ทำการออกแบบเจ้า Slingshot ให้แตกต่างกับ Spider อย่างชัดเจน

Slingshot ใช้เครื่องยนต์ที่ได้รับการออกแบบจาก GM Ecotec หนึ่งในเครือบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของอเมริกา ความพิเศษของเจ้า Slingshot คันนี้คือมีระบบพวงมาลัย ระบบเกียร์ขับเคลื่อนแบบกระปุก ระบบคลัทซ์ เบรก และคันเร่งเป็นแบบแป้นเหยียบ เบาะนั่งแบบรถสปอร์ตพร้อมเข็มจัดนิรภัย โดยใช้ Layout แบบเดียวกันกับที่อยู่ในรถยนต์ทั่วไป ซึ่งแตกต่างจาก Cam Am Spider อย่างชัดเจน


Can Am “Spider”

กลับมาที่เครื่องยนต์กันอีกครั้ง เจ้า Slingshot คันนี้มาพร้อมกับขุมกำลังขนาด 2384 ซีซี 4 สูบเรียง  แบบ DOHC  โดยการออกแบบจาก GM Ecotec ที่มีรอบเครื่องยนต์สูงสุดที่ 7200 รอบต่อนาที ให้แรงม้าสูงสุดที่ 173 HP ที่ 6200 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดที่ 225 นิวตันเมตรที่ 4700 รอบต่อนาที มาพร้อมกับระบบวาล์วแปรผันหรือ VVT ที่จะทำให้การขับขี่นั้นไม่มีอาการสะดุด ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ 5 สปีด ระบบคลัทซ์แบบ Dry, Single Plate, Hydraulically Actuated ส่งกำลังสุดท้ายด้วย Carbon Fiber Reinforced Belt ขนาด 36mm x 147T

ระบบเบรก iron Rotor, Aluminum Hub ขนาด 298 มิลลิเมตร ทั้งด้านหน้าและหลัง พร้อมระบบความปลอดภัย ABS  Traction control และระบบ ESC หรือ  Electronic Stability Control ที่จะช่วยเหลือการรักษาระดับของพวงมาลัยในการขับขี่  วงล้อหน้าอลูมิเนียมขนาด 18×7.5 J พร้อมยาง Kenda ss-799 ขนาด 225/45R16 วงล้อหลังอลูมิเนียมขนาด 20×11.0 J พร้อมยาง Kemda ขนาด 305/30R20 ระบบไฟส่องสว่างก้านหน้า Projector H9 65w พร้อมระบบไฟ Auxiliary Light แบบ Projector H3 55w หน้าจอแสดงผล อนาล็อกแบบแยกส่วน มาตรวัดความเร็ว และความเร็วรอบเครื่องยนต์ พร้อมทั้งมีจอ LED ขนาดใหญ่ที่สามารถใช้งาน GPS และเชื่อมต่อกับโทรศัพท์สมาร์ทโฟนได้ มิติตัวรถมีความกว้าง 1980 มิลลิเมตร ความยาว 3800 มิลลิเมตร และความสูง 1318 มิลลิเมตร ถังน้ำมันจุได้ 37.1 ลิตร น้ำหนักโดยรวม 794 กิโลกรัม

ทางค่าย Polaris ได้ให้คำนิยมกับเจ้า Slingshot คันนี้ไว้ว่า  “Autocycles” โดยแบ่งออกเป็นทั้งหมด 4 รุ่นด้วยกัน ประกอบด้วย S, SL, SLR และ SLR LE  โดยในรุ่นเล็กที่สุดก็คือ Slingshot S วางราคาไว้ที่ $19,999 หรือประมาณ 662,000 บาท โดยจะได้สเปกของข้อมูลทั้งหมดที่กล่าวไว้ข้างต้น  โดยมีสีให้เลือกเพียง 1 สี คือ Glass Black ในรุ่น Slingshot SL วางราคาไว้ที่ $25,499 หรือประมาณ 843,500 บาท โดยมีให้เลือกกันทั้งสิ้น 2 สี Navy Blue และสี Sunset Red และได้อัพเกรดส่วนของ โหมดในการขับขี่เข้ามา ระบบกล้องบันทึกภาพ เครื่องเสียง 100w ซิลด์บังลม วงล้อหน้า 18 นิ้ว และวงล่อหลังขนาด 20 นิ้ว


Polaris “Slingshot S”


Polaris “Slingshot SL สี Sunset Red”

Slingshot SLR วางราคาไว้ที่ $28,000 หรือประมาณ 926,000 บาท มีสีเดียวคือ Electronic Blue โดยรับการอัพเกรดระบบ GPS ใหม่ ยางหลังขนาดใหญ่กว่าเดิม ระบบเบรกแบบอัพเกรดให้มีประสิทธิภาพที่สูงขึ้น เบาะนั่งแบบเดียวกับรถสปอร์ต พร้อมการอัพเกรดชุดแต่งจาก Sparco ประกอบไปด้วย พวงมาลัย แป้นเหยียบแต่ง และหัวเกียร์แต่ง


Polaris “Slingshot SLR สี Eletronic Blie”

และรุ่นท๊อปสุด Slingshot SLR LE ทีได้รับการอัพเกรดระบบช่วงล่างใหม่เป็นของ Bilstein แบบ 10 way Adjustable เครื่องเสียงของ Rockford Fosgote ขนาด 200w รวมไปถึงเบาะนั่งแบบสปอร์ตที่ทำสีให้เข้ากับตัวรถ ในโทน Ghost Gray W/Lime โดยวางราคาไว้ที่  $30,999 หรือประมาณ  1,025,000 บาท


Polaris “Slingshot SLR LE สี Ghost Gray W/Lime”

ส่วนเรื่องของการวางตลาดในประเทศนั้นยังไม่มีการวางขายอย่างเป็นทางการ  หากเพื่อนๆ ท่านใดสนใจก็อาจจะต้องพึ่งพาผู้นำเข้าอิสระ ซึ่งราคาก็ต้องแล้วแต่ผู้นำเข้าอีกทีว่าจะบวกไปอีกเท่าไหร่และจะโดยภาษีนำเข้ามาอีกเท่าไหร่ แต่เชื่อได้เลยว่าถ้าเพื่อนๆได้ขับขี่เจ้า Polaris Slingshot คันนี้แล้วรับสองเลยว่าไม่มีใครเหมือนอย่างแน่นอนครับ

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก  www.polaris.com   www.rideapart.com

 

e3c5f26071a692f52c0a0ae44a03ec71.gif
a96bf05e3e035d09368c2ad5994a7a2d.gif
c47c2b8530b04ff3fab32b4195bd9c49.gif