อธิบายเทคนิค Leg Dangle หรือแหย่ขาก่อนเข้าโค้งของนักแข่ง MotoGP

อธิบายเทคนิค Leg Dangle หรือแหย่ขาก่อนเข้าโค้งของนักแข่ง MotoGP

เพื่อนๆ ที่เคยดูการถ่ายทอดสดการแข่งขันรถมอเตอร์ไซค์ในสนามแข่ง อาจจะมีข้อสงสัยกันเกี่ยวกับการแหย่ขา ก่อนการเข้าโค้งของบรรดานักแข่งทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่น ที่เค้าทำไปนั้นเพื่ออะไร หรือเพราะว่าต้องการเพียงเพื่อจะเหมือนกับ Valentino Rossi แชมป์โลกระดับตำนานของ Yamaha เท่านั้น บทความนี้เรามีคำตอบให้ครับ

the man that started it all

เทคนิคการแหย่ขา หรือที่ฝรั่งจะเรียกกันว่า Leg Dangle จัดว่าเป็นเทคนิคเฉพาะตัวของนักแข่งอย่าง Valentino Rossi ยอดนักบิดชาวอิตาเลี่ยนของทีม Monster Energy Yamaha ซึ่งเริ่มแพร่หลายและนิยมใช้กันในสนามแข่งตั้งแต่ช่วงปี 2005 โดยสาเหตุของการเริ่มต้นใช้เทคนิคนี้นั้นไม่เป็นที่แน่ชัด เพราะเจ้าตัวเองไม่ยอมออกมาเปิดเผยถึงสาเหตุที่ตนเองได้ทำลงไป โดยเก็บเป็นความลับมาโดยตลอด ซึ่งทำให้บรรดานักแข่งคนอื่นๆได้ลองทำตามกัน ซึ่งก็มีทั้งถูกและผิดวิธีกันบ้างตามประสา

1331811189203 1

โดยล่าสุดนักแข่งทดสอบของ Ecstar Suzuki อย่าง Sylvain Guintoli ได้โพสต์วิดีโอวิเคราะห์เทคนิค Leg Dangle ได้อย่างมีหลักการและน่าเชื่อถือ บนช่องทาง Youtube Channel ส่วนตัว โดยทาง Sylvain Guintoli ได้ให้สาเหตุของการใช้เทคนิคนี้เพื่อการ “ถ่ายเทน้ำหนักและเพิ่มประสิทธภาพในการเบรก” โดยสิ่งที่สนับสนุนแนวคิดนี้ก็คือการที่เจ้าตัวเป็นถึง แชมป์โลก WorldSBK อดีตนักแข่ง MotoGP และปัจจุบันอยู่กับทีมโรงงาน Suzuki ในฐานะของนักแข่งทดสอบ


Video แนะนำเทคนิค Leg Dangle ของ Sylvain Guintoli 

โดยในวิดีโอ Sylvain Guintoli ได้อธิบายรายละเอียดการใช้เทคนิคได้อย่างละเอียด รวมไปถึงมีส่วนเสริมทฤษฎีที่เป็นไปได้จากผลลัพธ์ของการใช้เทคนิคนี้ โดยเราสรุปมาได้ดังนี้

-ลดศูนย์ถ่วงขณะเบรก
-ย้ายน้ำหนักไปทางด้านหลังของจักรยานมากขึ้น
-ปรับปรุงตำแหน่งร่างกายของผู้ขับขี่และทำให้ผู้ขับขี่ตัวตรงมากขึ้น
-เพิ่มแรงต้านอากาศพลศาสตร์และทำหน้าที่เหมือน Air Brake

Ecstar Suzuki MotoGP leg dangle 02 scaled

ชัดเจนว่าช่วงเวลาเพียวเสี้ยววินาทีของการใช้งานเทคนิคนี้ อาจจะมีส่วนทำให้ย่นระยะเวลาในการเบรกจากความเร็วสูงลงมาให้เพียงพอต่อการเข้าโค้ง ซึ่งจากคำอธิบายของ Sylvain Guintoli นั้นก็ดูจะมีความเป็นไปได้ และน่ายอมรับ แต่ถ้าจะให้ดีคงต้องให้ผู้ที่ริเริ่มเทคนิคนี้มาอธิบายด้วยตัวเองน่าจะดีที่สุด

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ www.asphaltandrubber.com

e3c5f26071a692f52c0a0ae44a03ec71.gif
a96bf05e3e035d09368c2ad5994a7a2d.gif
a5033c0952508ef29648d510d1a24ad6.gif