มีแวว?! Longjia VMAX 300 บิ๊กสกู๊ตเตอร์สเปคดี ราคาไม่แรง อาจได้วางขายในไทย!!!

สำหรับ Longjia VMAX 300 นั้นถือว่าเป็นรถบิ๊กสกู๊ตเตอร์ม้ามืดคันล่าสุด ที่เปิดตัวกันไปที่ประเทศจีนก่อนหน้านี้ ด้วยสเปคต่างๆ ของตัวรถที่ถือว่าจัดมาให้แบบเต็มๆ และก็มีราคาไม่แรงมาก (ที่จีนขายกันอยู่ที่ประมาณ 106,000 บาท) ล่าสุดก็มีกระแสในประเทศไทยเราว่า พอมีความเป็นไปได้ที่โมเดลนี้จะเป็นรถจากแดนมังกรอีกหนึ่งรุ่น ที่มีโอกาสเข้ามาทำตลาดกันในบ้านเรา

ลองย้อนไปดูที่มาของทาง Longjia  กันสักนิด พวกเขานั้นเป็นหนึ่งในธุรกิจของเครือ Zongshen โดยได้เริ่มต้นด้วยการเป็นผู้ผลิตเครื่องยนต์ขนาด 50 -250 ซีซี ทั้งแบบ 2 จังหวะและ 4 จังหวะ ให้กับผู้ผลิตรถมอเตอร์ไซค์ต่างๆ ทั้งในยุโรปและอเมริกา และได้เริ่มต้นผลิตรถมอเตอร์ไซค์เป็นของตัวเองตั้งแต่ปี 1996 ซึ่งในปัจจุบันมีโมเดลมากมายกว่า 10 โมเดลในสายการผลิต ล่าสุดทางผู้ผลิตได้มีการเปิดตัว VMAX 300 สกู๊ตเตอร์สปอร์ตตัวแรงระดับพรีเมี่ยม ที่นับว่าเป็นรถสกู๊ตเตอร์ ที่มีขุมกำลังเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่ค่ายเคยผลิตออกมาสู่ตลาดถึงปัจจุบันนี้

VMAX 300

Longjia VMAX 300 นั้น มาพร้อมกับขุมกำลังขนาด 278 ซีซี 1 ลูกสูบ 4 จังหวะ แบบ DOHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้พละกำลังสูงสุด 22 แรงม้า (PS) ที่ 7,250 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 23.5 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบต่อนาที จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ สามารถทำความเร็วตั้งแต่ 0 – 100 กม./ชม. ได้ในเวลา 9.9 วินาที ซึ่งเครื่องยนต์บล็อกนี้มันคือเครื่องยนต์บล็อกเดียวกันกับที่อยู่ใน Aprilia SR MAX สกู๊ตเตอร์สายพันธ์อิตาเลี่ยน

สำหรับการออกแบบโดยรวมของเจ้า VMAX 300 คันนี้ จะให้อารมณ์ที่ดุดัน มีความเป็นสปอร์ตสกู๊ตเตอร์สูง ด้วยรูปโฉมไฟและแฟร์ริ่งด้านหน้าที่โฉบเฉี่ยวทันสมัย รวมไปถึงช่วงท้ายที่เน้นเส้นสายแบบแหลมคม เพื่อเอาใจวัยรุ่นและวัยทำงานตอนต้นมากเป็นพิเศษ โดยฟีเจอร์เด็ดๆ ของเจ้า VMAX 300 คันนี้ จะมีระบบสมาร์ทคีย์หรือกุญแจรีโมท ที่ไม่ต้องเสียบรูกุญแจเพื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ หรือเปิดช่องเก็บของใต้เบาะนั่ง หรือแม้กระทั่งฝาถังน้ำมันก็สามารถเปิดช่องได้อย่างง่ายดาย

Longjia VMAX 300 เปิดตัว

ในส่วนของหน้าจอแสดงผลนั้น จะเป็นแบบอนาล็อกผสมหน้าจอดิจิตอล TFT ที่มีการติดตั้งระบบ GPS มาให้ใช้งานได้ทันที และยังสามารถเชื่อมต่อกับโทรศัพท์สามาร์ทโฟน พร้อมทั้งลง Application สำหรับค้นหาตำแหน่งตัวรถและอื่นๆ เพิ่มได้ ในขณะที่ระบบไฟรถนั้นจะเป็นแบบ LED รอบคัน ส่วนระบบช่วงล่างของตัวรถนั้นจะมาพร้อมกับเบรก ABS ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ทำงานร่วมกับปั้มเบรกแบบ Radiation Caliper ระบบกันสะเทือนทั้งหน้าและหลังจะเป็นแบบ Full Set ของ KYB

สำหรับโอกาสในการเปิดตัวในประเทศไทยเรา หากจะเป็นไปได้ก็อาจจะเป็นในช่วงกลางๆ ถึงปลายปี 2020 นี้ โดยคาดว่าจะใช้โรงงานในประเทศไทยประกอบเป็นคันขึ้นมา เพื่อจะได้ไม่ต้องมีภาษีนำเข้า รอติดตามข่าวความคืบหน้ากันต่อไป ทางเราจะอัพเดทกันทุกระยะ

ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก jorsindo.com newmotor.com.cn

v9Oy8I.gif