เจาะลึก Honda Grom 2026 มินิไบค์ 125cc คล่องตัวแบบรถเล็ก แต่สนุกแบบรถมีเกียร์

Honda Grom 2026 เปิดตัวในประเทศญี่ปุ่น พร้อมการอัปเดตสีใหม่และการเสริมภาพลักษณ์ให้ดูสปอร์ตมากขึ้น โดยเฉพาะสีแดง Gaiety Red ที่มาพร้อมอันเดอร์คาวล์ติดตั้งมาให้จากโรงงาน ทำให้ตัวรถมีอารมณ์ใกล้เคียงรถสนามมากกว่าเดิม
แต่ถ้ามองให้ลึกกว่าแค่สีใหม่ Grom ยังคงเป็นรถที่มีตำแหน่งทางการตลาดน่าสนใจมาก เพราะมันไม่ใช่รถใช้งานพื้นฐาน ไม่ใช่สกู๊ตเตอร์ และไม่ใช่รถสปอร์ตเต็มตัว แต่เป็นมินิไบค์ที่ตั้งใจขาย “ประสบการณ์การขี่” ในแบบที่รถเล็กทั่วไปให้ไม่ได้ง่ายๆ นี่คือรถที่เครื่องยนต์ไม่ได้แรงมาก ตัวรถไม่ได้ใหญ่ แต่มีเสน่ห์จากความกะทัดรัด น้ำหนักเบา เกียร์ธรรมดา คลัตช์มือ และฟีลลิ่งการควบคุมที่ทำให้ผู้ขี่รู้สึกมีส่วนร่วมกับรถตลอดเวลา

Grom คือรถเล็กที่มีฐานแฟนชัดเจนมาก
เหตุผลที่ Honda Grom ยังมีความสำคัญ ไม่ใช่เพราะมันเป็นรถ 125cc ที่ประหยัดที่สุด หรือแรงที่สุดในตลาด แต่เพราะมันเป็นรถที่มีตัวตนชัดเจนมากในกลุ่มมินิไบค์
Grom เป็นรถที่คนซื้อไม่ได้มองแค่การเดินทางจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง แต่ซื้อเพราะอยากได้รถเล็กที่ขี่สนุก แต่งง่าย ควบคุมง่าย และมีความเป็นของเล่นสำหรับผู้ใหญ่ในเวลาเดียวกัน
สำหรับบางคน Grom คือรถคันแรกที่ไม่กดดันเกินไป สำหรับบางคนมันคือรถคันที่สองไว้ขี่เล่นในวันหยุด และสำหรับบางคนมันคือแพลตฟอร์มสำหรับแต่งซิ่ง ลงสนามเล็ก หรือทำโปรเจกต์รถในสไตล์ของตัวเอง
นี่คือจุดที่ทำให้ Grom แตกต่างจากรถ 125cc ทั่วไป เพราะมันไม่ได้ขายด้วยเหตุผลล้วนๆ แต่ขายด้วยอารมณ์และไลฟ์สไตล์อย่างชัดเจน
รุ่นปี 2026 ไม่เปลี่ยนพื้นฐาน แต่เพิ่มคาแรกเตอร์ให้ชัดขึ้น
Honda Grom 2026 ไม่ได้เปลี่ยนพื้นฐานหลักของตัวรถ แต่เน้นการเพิ่มสีใหม่ 3 สี ได้แก่ Gaiety Red, Splendid Blue และ Pearl Shining Black
ถ้ามองแบบผิวเผิน นี่อาจเป็นเพียงการเปลี่ยนสีตามรอบปี แต่ในตลาดมินิไบค์ สีและกราฟิกมีผลมากกว่าที่คิด เพราะผู้ใช้ Grom จำนวนมากให้ความสำคัญกับบุคลิกของตัวรถพอๆ กับสเปก
สีแดง Gaiety Red คือสีที่เด่นที่สุดในรอบนี้ เพราะได้อันเดอร์คาวล์มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานจากโรงงาน ช่วยทำให้รถดูเต็มขึ้นและมีอารมณ์เรซซิ่งชัดกว่าอีก 2 สี ขณะที่ Splendid Blue ให้บุคลิกสดและสปอร์ต ส่วน Pearl Shining Black ให้ภาพลักษณ์สุขุม เรียบ และแต่งต่อได้ง่าย
การอัปเดตแบบนี้จึงไม่ได้เปลี่ยนตัวตนของ Grom แต่เป็นการเติมทางเลือกให้ผู้ใช้เลือกคาแรกเตอร์ของรถได้ชัดขึ้น

ดีไซน์เล็กแต่ไม่จืด จุดแข็งของ Grom คือสัดส่วน
Honda Grom 2026 ยังคงใช้แนวทางดีไซน์แบบมินิสปอร์ตที่มีสัดส่วนแน่นและกระชับ ตัวรถมีขนาดเล็ก แต่ไม่ได้ดูบอบบาง เพราะใช้ชิ้นส่วนหลายจุดที่ให้ความรู้สึกจริงจังกว่ารถเล็กทั่วไป
ไฟหน้า LED แบบสองชั้นเป็นหนึ่งในจุดที่ช่วยสร้างเอกลักษณ์ให้ด้านหน้ารถ ดูทันสมัยและจดจำง่าย ส่วนไฟท้ายก็เป็น LED เช่นกัน ขณะที่ไฟเลี้ยวยังคงเป็นแบบหลอดไฟปกติ ซึ่งอาจไม่ล้ำที่สุด แต่ยังสอดคล้องกับแนวทางของรถที่เน้นความเรียบง่ายและดูแลไม่ซับซ้อน
สิ่งที่น่าสนใจคือ Grom ใช้สัดส่วนแบบรถเล็กที่ดู “ตั้งใจเล็ก” ไม่ใช่รถใหญ่ที่ถูกย่อส่วนแบบเสียสมดุล ตัวรถดูแน่น ล้อดูเต็ม และท่าทางโดยรวมมีความสนุกตั้งแต่ยังไม่เริ่มขี่
ล้อ 12 นิ้ว แต่ให้ฟีลควบคุมสนุก
Honda Grom 2026 ใช้ล้ออะลูมิเนียมหล่อ 5 ก้าน ขนาด 12 นิ้ว พร้อมยางหน้าขนาด 120 มม และยางหลังขนาด 130 มม
การใช้ล้อ 12 นิ้วคือหัวใจหนึ่งของคาแรกเตอร์ Grom เพราะทำให้รถเปลี่ยนทิศทางไว เลี้ยวง่าย และให้ความรู้สึกคล่องตัวมากเป็นพิเศษ เหมาะกับการขี่ในเมือง ทางแคบ หรือเส้นทางคดเคี้ยวที่ใช้ความเร็วไม่สูงมาก
ในขณะเดียวกัน ขนาดยางที่ค่อนข้างอวบเมื่อเทียบกับตัวรถ ช่วยให้ Grom ดูแน่นและมีความมั่นคงทางสายตามากขึ้น นี่เป็นหนึ่งในสูตรที่ทำให้ตัวรถดูน่ารักแต่ไม่จืด และดูเล็กแต่ไม่บาง
โช้กหน้า Upside Down ทำให้รถเล็กดูจริงจังขึ้น
ช่วงล่างด้านหน้าของ Honda Grom 2026 เป็นโช้กหัวกลับขนาด 31 มม ส่วนด้านหลังเป็นโมโนโช้ก
สำหรับรถพิกัด 125cc การให้โช้กหน้าแบบ Upside Down ถือเป็นรายละเอียดที่ช่วยสร้างภาพลักษณ์ด้านสปอร์ตได้ดีมาก เพราะทำให้ตัวรถดูจริงจังขึ้นกว่ารถใช้งานพื้นฐานทั่วไป
แต่ประโยชน์ไม่ได้มีแค่เรื่องหน้าตา เพราะช่วงล่างลักษณะนี้ยังช่วยให้ฟีลด้านหน้าดูแน่นขึ้น เหมาะกับรถที่ตั้งใจให้ผู้ขี่เล่นกับการควบคุม การเข้าโค้ง และการเปลี่ยนทิศทางมากกว่าการขี่แบบเรื่อยๆ อย่างเดียว
ABS หน้าแบบ 1 Channel พร้อม IMU จุดเล็กที่สำคัญ
ระบบเบรกของ Honda Grom 2026 เป็นดิสก์เบรกทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พร้อม ABS แบบ 1 Channel ที่ทำงานร่วมกับ IMU
การมี ABS หน้าในรถเล็กพิกัด 125cc ถือว่าเป็นฟีเจอร์ที่มีประโยชน์จริง โดยเฉพาะกับรถที่ผู้ขี่มักนำไปใช้งานหลากหลาย ทั้งขี่ในเมือง ขี่เล่น หรือขี่แบบสนุกในโค้งสั้นๆ
จุดที่น่าสนใจกว่าคือการทำงานร่วมกับ IMU ซึ่งช่วยให้ระบบมีความแม่นยำขึ้นในจังหวะที่รถมีการเปลี่ยนท่าทางหรือเกิดแรงเฉื่อยบางแบบ แม้จะไม่ได้เป็นระบบระดับสูงแบบรถบิ๊กไบค์ แต่ก็ถือว่าเป็นการเติมความมั่นใจให้รถเล็กคันนี้ได้ดี

เครื่องยนต์ 123cc ไม่แรงจัด แต่เข้ากับตัวรถมาก
ขุมพลังของ Honda Grom 2026 เป็นเครื่องยนต์สูบเดียว 4 จังหวะ SOHC 2 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยอากาศ ขนาด 123cc ให้กำลังสูงสุด 10 แรงม้า ที่ 7,250 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 11 นิวตันเมตร ที่ 6,000 รอบต่อนาที
ตัวเลขนี้อาจดูธรรมดาหากเทียบกับรถสปอร์ตหรือสกู๊ตเตอร์ 150cc แต่สำหรับ Grom สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่แรงม้าสูงสุด แต่อยู่ที่น้ำหนักตัวรถ คาแรกเตอร์รอบเครื่อง และความง่ายในการควบคุม
เครื่องยนต์บล็อกนี้เหมาะกับ Grom เพราะมีความเรียบง่าย ทนทาน ดูแลไม่ยุ่งยาก และให้แรงบิดเพียงพอสำหรับการใช้งานจริง ยิ่งเมื่อจับคู่กับตัวรถที่มีน้ำหนักเพียง 103 กิโลกรัม ก็ทำให้รถมีความคล่องตัวและตอบสนองสนุกในความเร็วใช้งานทั่วไป
เกียร์ 5 สปีด คือเสน่ห์ที่สกู๊ตเตอร์ให้ไม่ได้
หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ Grom มีฐานแฟนเหนียวแน่น คือระบบเกียร์ 5 สปีด พร้อมคลัตช์มือ ซึ่งใช้พื้นฐานร่วมกับ Monkey 125
ในยุคที่รถเล็กจำนวนมากเป็นสกู๊ตเตอร์ออโตเมติก Grom เลือกยืนอีกฝั่งหนึ่งอย่างชัดเจน นั่นคือให้ผู้ขี่มีส่วนร่วมกับรถมากขึ้น ต้องกำคลัตช์ เปลี่ยนเกียร์ เลือกรอบเครื่อง และเล่นจังหวะการขี่ด้วยตัวเอง
นี่คือสิ่งที่ทำให้ Grom สนุก แม้แรงม้าไม่ได้มาก เพราะความสนุกของมันไม่ได้มาจากความเร็วสูงสุด แต่มาจากการได้ใช้รอบ ได้เปลี่ยนเกียร์ ได้คุมรถ และได้รู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของการขี่มากกว่าการบิดคันเร่งแล้วปล่อยให้ระบบจัดการทั้งหมด
ประหยัดระดับ 67.8 กม ต่อลิตร ใช้งานจริงได้สบาย
Honda Grom 2026 มีอัตราสิ้นเปลืองตามมาตรฐาน WMTC Mode อยู่ที่ 67.8 กิโลเมตรต่อลิตร เมื่อขี่ 1 คน
เมื่อรวมกับถังน้ำมันขนาด 6.0 ลิตร รุ่นนี้จึงเป็นรถที่ใช้งานประจำวันได้สบายมาก ไม่ต้องเติมน้ำมันบ่อย และมีต้นทุนการใช้งานต่ำตามสไตล์เครื่องยนต์ 125cc ระบายความร้อนด้วยอากาศ
จุดนี้ทำให้ Grom ไม่ได้เป็นแค่รถขี่เล่นอย่างเดียว แต่ยังสามารถใช้เป็นรถเดินทางในเมืองได้จริง สำหรับคนที่รับได้กับท่านั่งและขนาดตัวรถแบบมินิไบค์
มิติตัวรถเล็ก คล่อง และเป็นมิตรกับมือใหม่
Honda Grom 2026 มีมิติตัวรถยาว 1,760 มม กว้าง 720 มม สูง 1,015 มม ระยะฐานล้อ 1,200 มม ความสูงเบาะ 761 มม ระยะห่างใต้ท้องรถ 180 มม และน้ำหนักตัว 103 กิโลกรัม
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนชัดว่า Grom เป็นรถที่ควบคุมง่ายมาก ทั้งการเข็น การจอด การกลับรถ และการขี่ในพื้นที่แคบ ความสูงเบาะ 761 มม ก็ถือว่าเป็นมิตรกับผู้ขี่หลายสรีระ ไม่สูงจนกดดันเกินไป
สำหรับมือใหม่ Grom เป็นรถที่ช่วยให้เรียนรู้รถมีคลัตช์ได้ง่ายกว่าเครื่องใหญ่ เพราะน้ำหนักเบาและกำลังไม่ดุเกินไป ส่วนสำหรับคนมีประสบการณ์ มันคือรถที่ขี่เล่นได้สนุกโดยไม่ต้องใช้ความเร็วสูง

หน้าจอดิจิทัลให้ข้อมูลครบกว่าที่คิด
อีกหนึ่งจุดที่ทำให้ Honda Grom 2026 ดูทันสมัย คือหน้าจอดิจิทัลมัลติฟังก์ชันที่แสดงข้อมูลสำคัญหลายรายการ เช่น ความเร็ว มาตรวัดระยะทาง มาตรวัดรอบแบบบาร์กราฟ ตำแหน่งเกียร์ อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย นาฬิกา และ REV Indicator
การมีตำแหน่งเกียร์และ REV Indicator ถือว่าตรงกับคาแรกเตอร์ของรถมาก เพราะ Grom เป็นรถที่ผู้ขี่ต้องเล่นกับรอบและจังหวะเกียร์อยู่ตลอด การแสดงข้อมูลเหล่านี้จึงไม่ได้เป็นแค่ลูกเล่น แต่ช่วยให้การขี่สนุกและเข้าใจรถมากขึ้น
ทำไม Grom ถึงแต่งต่อได้สนุก
หนึ่งในเสน่ห์ที่ทำให้ Grom ได้รับความนิยมต่อเนื่อง คือความเป็นรถที่แต่งต่อได้ง่ายและมีวัฒนธรรมการแต่งรองรับชัดเจน
ด้วยโครงสร้างที่เรียบง่าย ขนาดตัวรถเล็ก และฐานผู้ใช้ทั่วโลก Grom จึงมีอะไหล่แต่งจำนวนมาก ตั้งแต่ท่อไอเสีย ชุดแฟริ่ง ช่วงล่าง ล้อ เบรก ไปจนถึงงานแต่งเครื่องยนต์
นี่ทำให้ Grom เป็นเหมือนผืนผ้าใบสำหรับเจ้าของรถ บางคนแต่งสายเรซซิ่ง บางคนแต่งสายมินิสปอร์ต บางคนแต่งให้ดูคลาสสิกขึ้น หรือบางคนทำเป็นรถสนามเล็กเต็มตัว
จุดนี้สำคัญมาก เพราะ Grom ไม่ได้จบแค่รถที่ซื้อจากโชว์รูม แต่เป็นรถที่เจ้าของสามารถสร้างบุคลิกของตัวเองต่อได้
ราคาในญี่ปุ่นเริ่มราว 87,000 บาท
Honda Grom 2026 ในญี่ปุ่นมีราคาจำหน่าย 423,500 เยน สำหรับสี Splendid Blue และ Pearl Shining Black หรือประมาณ 87,000 บาท
ส่วนสี Gaiety Red ที่มาพร้อมอันเดอร์คาวล์ มีราคา 440,000 เยน หรือประมาณ 90,500 บาท โดยมีกำหนดวางจำหน่ายในญี่ปุ่นวันที่ 19 มิถุนายน 2026
เมื่อดูจากราคา รุ่นนี้ไม่ได้ถูกวางเป็นรถ 125cc ราคาประหยัด แต่เป็นมินิไบค์เฉพาะทางที่ขายทั้งงานประกอบ อุปกรณ์ ฟีลการขี่ และความเป็นไลฟ์สไตล์ ดังนั้นการตัดสินใจซื้อ Grom จึงมักไม่ได้เทียบกับรถบ้าน 125cc ตรงๆ แต่เทียบกับความสนุกและความพิเศษที่รถให้กลับมา
Honda Grom 2026 เหมาะกับใคร
Honda Grom 2026 เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการรถเล็กที่ขี่สนุก มีคลัตช์ มีเกียร์ และมีคาแรกเตอร์ชัดเจนกว่ารถใช้งานทั่วไป จุดขายของรุ่นนี้ไม่ได้อยู่ที่ความแรงสูงสุด แต่อยู่ที่ความคล่องตัว น้ำหนักเบา ฟีลควบคุมสนุก และความสามารถในการแต่งต่อที่แทบไร้ขีดจำกัด
รุ่นปี 2026 ยังคงพื้นฐานเดิมที่แฟนๆ คุ้นเคย ทั้งเครื่องยนต์ 123cc เกียร์ 5 สปีด ล้อ 12 นิ้ว โช้กหน้า Upside Down ดิสก์เบรกหน้า-หลัง ABS หน้าแบบ 1 Channel พร้อม IMU และหน้าจอดิจิทัลที่ให้ข้อมูลครบ
การเพิ่มสีใหม่และอันเดอร์คาวล์ในสี Gaiety Red อาจไม่ใช่การเปลี่ยนใหญ่ แต่เป็นการเติมคาแรกเตอร์ให้ Grom ดูเรซซิ่งและมีความสดใหม่มากขึ้น
ถ้ามองแบบเจาะลึก Grom คือรถที่พิสูจน์ว่า “ความสนุก” ไม่จำเป็นต้องมาจากเครื่องยนต์ใหญ่หรือแรงม้าสูงเสมอไป บางครั้งรถเล็กที่น้ำหนักเบา คุมง่าย และให้ผู้ขี่มีส่วนร่วมกับทุกจังหวะ ก็สามารถสร้างรอยยิ้มได้มากกว่ารถที่แรงกว่า แต่ไกลตัวกว่าอย่างชัดเจน

Sakon Supapornopas – Website founder greatbiker.com I like all types of motorcycles. Working in the automotive industry for more than 10 years, in-depth analysis of new motorcycle models. that will be launched in Thailand and abroad Review from actual use experience


