กำหนดวันวางจำหน่ายและราคาอย่างเป็นทางการของ Honda CROSS CUB 2018 กันแล้ว

001-5

เมื่อช่วงเวลาไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ ทางค่ายปีกนก Honda ประเทศญี่ปุ่นก็ได้ประกาศวันวางจำหน่ายรถมอเตอร์ไซค์คันใหม่อีกหนึ่งรุ่นจากทางค่ายในปี 2018 นี้ ซึ่งก็คือเจ้า Cross Cub 50/110 นั่นก็คือในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2018 หรืออีกไม่ถึง 20 วันนับจากนี้ไปนั่นเอง

เจ้า Honda Cross Cub 50/110 นั้นเป็นรถในแนวเดินทางที่สามารถลุยได้ประมาณหนึ่ง ซึ่งมาในขนาดคลาสเริ่มต้นที่ใช่พื้นฐานเครื่องยนต์เดียวกันกับ Super Cub 50 และ 110 นั่นเอง โดยที่ Super Cub 110 นั้นก็เพิ่งจะเปิดตัวกันในประเทศไทยไปก่อนหน้านี้ไม่นาน และเป็นการฉลองยอดขายรวมทั่วโลกจำนวน 100 ล้านคันด้วย โดยที่ครั้งนี้ยังมีการประกาศราคาอย่างเป็นทางการสำหรับเวอร์ชั่นที่จะวางขายในญี่ปุ่นกัน โดยเวอร์ชั่น Cross Cub 50 cc นั้นจะมีสองสีให้เลือกด้วยกันอย่างสีขาวคลาสสิก และสีแดงแมกน่า ซึ่งราคาจะอยู่ที่ 291,600 เยน หรือแปลงเป็นเงินไทยก็ประมาณ 84,500 บาท ส่วนเวอร์ชั่น Cross Cub 110 cc นั้นจะมีอูยู่สามสีให้เลือก นั่นก็คือสีเหลืองไข่มุก, สีเขียวขี้ม้า และสีแดงแมกน่า โดยราคาจะอยู่ที่  334,800 เยน หรือแปลงเป็นเงินไทยก็ประมาณ 97,000 บาท (แน่นอนว่าราคาเมื่อวางขายกันในประเทศอื่นจะมีการเปลี่ยนแปลงไปจากนี้)

โดยสไตล์ของตัวรถนั้นจะบ่งบอกถึงจิตวิญญาณของรถตระกูล Cub อยู่อย่างชัดเจน แม้ว่ามันจะกลายมาเป็นรถในแนวลุยๆ แบบนี้ก็ตาม มันมาพร้อมกับแฮนด์ด้านหน้าที่เชิดขึ้นมา และมีขนาดที่กว้างขึ้นมากกว่าเดิม ไฟหน้าแบบกลม LED ที่มีการ์ดครอบมาให้ ท่อแบบขนาดกระชับแต่ยาวออกไปที่ด้านท้ายเบาะคนซ้อน ในส่วนของเครื่องยนต์ทั้งขนาด 50cc และ 110cc นั้นจะเป็นการระบายความร้อนด้วยอากาศ 4 จังหวะ 1 สูบ โช้คอัพด้านหน้าเป็นแบบเทเลสโคปิด ส่วนด้านหลังเป็นแบบคอนล์สปริงคู่ ระบบเบรกเป็นดรัมเบรกทั้งหน้าและหลัง เบาะนั่งถูกแบ่งออกเป็นสองตอน โดยตัวโปรโมทที่เราเห็นกันนี้ด้านท้ายมันจะถูกวางด้วยแรคใส่ของ แต่ในความเป็นจริงแล้วก็สามารถใส่เบาะคนซ้อนแบบตรงรุ่นจากทาง Honda เข้าไปได้ด้วย ส่วนล้อนั้นเป็นแบบล้อซี่ตามแนวทางของตัวรถอย่างชัดเจน รวมไปถึงอุปกรณ์ส่วนควบต่างๆ ที่จะต้องถือว่ามันติดมาให้จากโรงงานมากกว่ารถมอเตอร์ไซค์รุ่นปกติทั่วไป

ภาพรวมแล้วเจ้า Honda Cross Cub 50/110 นั้นถือว่าเป็นรถที่ใช้งานในชีวิตประจำวันก็สามารถทำได้เป็นอย่างดี หรือจะเอาไปลุยกันในสภาพถนนที่ไม่โหดมากนักก็สามารถทำได้ ดูแล้วน่าจะถูกใจสายเดินทางทั้งหลาย ที่ไม่ต้องการรถที่เร็วแรงมากนัก แต่เน้นการเดินทางไกลแบบประหยัดน้ำมันและสโลว์ไลฟ์แบบชิลๆ กันอย่างแน่นอน

ขอบคุณภาพจาก young-machine.com

faLdVZ.gif
faL7SI.gif
fP0tnR.jpg
fP01d0.jpg
k7nOgV.gif
kugwcP.jpg