Honda CB150R (Specs Review)

2016-honda-cb150r-streetfire-red

สำหรับเจ้า New Honda CB150R นั้นได้สร้างกระแสกันเป็นอย่างดีหลังจากทีเ่ปิดตัวกันเมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา พร้อมกับเจ้า New Sonic 150R แม้ว่าจะยังไม่มีข่าวคราวที่ชัดเจนว่าจะมาเปิดตัวกันในบ้านเราด้วยหรือเปล่า แต่เชื่อว่าก็พอมีความเป็นไปได้เพราะค่ายฮอนด้ายังไม่มีรถ NAKED ในคลาสนี้เลย อย่างไรก็ตามวันนี้เราจะมาดูรายละเอียดด้วยกันว่ามันจะเป็นอย่างไรกันบ้าง

สำหรับโมเดลนี้ถือว่าเป็นโฉมใหม่ของทาง Honda Street Fire ที่วางจำหน่ายในเมืองนอกกันมาหลายปีแล้ว แต่ได้ถูกปรับปรุงทั้งตัวโครงรถและเครื่องยนต์แบบใหม่เอี่ยมถอด้ามเลยทีเดียว ด้วยขุมกำลังเครืองยนต์ขนาด 149.16cc ให้แรงม้าอยู่ที่ 16.8 Bhp ที่ 9000  รอบต่อนาที และทอร์คก็จัดจ้านพอตัวเลยทีเดียวที่ 13.8 Nm ที่ 7000 รอบต่อนาที ซึ่งเครื่องยนต์ของเจ้านี้จะเป็นแบบ 4 จังหะว DOHC 4 วาล์ว แบบ 1 สูบ ซึ่งจะทำให้อัตราเร่งในช่วงต้นนั้นค่อนข้างดีก่อนที่จะไปแผ่วในช่วงปลาย (แต่กับรถคลาสนี้เราเองก็คงไม่ได้คาดหวังกับ TOP SPEED อยู่แล้ว)

สำหรับเรื่องระบบระบายความร้อนนั้น CB150R ใช้ระบบหม้อน้ำ และจุดระเบิดในการติดเครื่องแบบ Ignition มีกำลังอัดที่ 11.3:1 ขนาดกระบอกสูบเท่ากับ 57.3 mm และช่วงชักเท่ากับ 57.8 mm ขับเคลื่อยด้วยระบบเกียร์ 6 สปีดแบบ 1-N-2-3-4-5-6 ส่วนของคลัทช์นั้นใช้แบบเปียกนั่นเอง

มาดูกันต่อเลยในส่วนของโครงรถนั้นใช้เฟรมแบบ Diamond Steel (Truss Frame) ระบบเบรกนั้นใช้แบบดิสก์ทั้งหน้าและหลัง ดิสก์หน้ามีขนาด 276 mm แบบไฮดรอลิกดูอัลพิสตัน (2 ลูก) ส่วนเบรกหลังมีขนาด 220 mm แบบไฮดรอลิกเช่นกันแต่เป็นซิงเกิลพิสตัน (1 ลูก) และสำหรับระบบกันสะเทือนนั้นใช้โช๊คอัพหน้าแบบเทเลสโคปิก และโช๊คอัพหลังเป็นแบบสวิงอาร์มเดี่ยว (โปรลิงค์ ซิวเต็ม) ดูจากตรงนี้แล้วก็ถือว่าสอบผ่านตามมาตรฐานรถคลาสนี้ได้สบายๆ

สำหรับในเรื่องของยางนั้น ยางหน้าจะมีขนาด 100 / 80-17 52P ในขณะที่ยางหลังมีเส้นใหญ่กว่าที่ขนาด 130 / 70-17 62P ล้อเป็นแบบแม็กส์ (อัลลอย) และมิติของตัวรถนั้นถือว่ามีขนาดค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับรถในคลาสนี้ (เกือบๆ เท่ากับคลาส 300 ของทางฮอนด้าเองเลยทีเดียว) ที่ขนาด ความยาว 2019 mm กว้าง 719 mm และสูง 1039 mm ในขณะที่ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถนั้นเท่ากับ 169 mm และความสูงเบาะจะมีค่าเท่ากับ 797 mm และฐานล้อมีระยะห่างระหว่างล้อหน้าและหลังเท่ากับ 1293 ซึ่งทำให้น้ำหนักตัวของมัน (ยามที่ไม่ได้บรรจุพวกของเหลวต่างๆ ) จะเท่ากับ 136 กก. มากับถังน้ำมันขนาด 12 ลิตรซึ่งเพมาะกับการเดินทางไกลเลยทีเดียวสำหรับรถคลาส 150 cc แต่ให้ความจุถังน้ำมันมามากขนาดนี้

ส่วนของหน้าจอแสดงผลนั้นเป็นแบบ DIGITAL ทั้งหมดเลยดูทันสมัยมากๆ โดยในการเปิดตัวครั้งแรกนี้วางจำหน่ายด้วยกันทั้งหมด 3 สีคือ Quantum Red, Macho Black และ Rapid White ที่มาพร้อมกับราคาประมาณ 54,000 บาท (สำหรับประเทศอินโดนีเซีย) ก็ต้องลุ้นกันต่อไปว่าทางฮอนด้าบ้านเราจะว่ายังไงกับโมเดลนี้ เพราะว่าตอนนี้ในประเทศอินโดฯ นั้นมันก็กวาดยอดจองไปได้สวยเลยทีเดียว

ขอบคุณภาพจาก maxabout.com

อ่านข่าวบิ๊กไบค์จากทางฮอนด้าล่าสุด คลิกเลย

BXlsTa.gif
BXll79.gif
BqfGdE.jpg