วิเคราะห์ความเป็นไปได้ของเครื่องยนต์ V4 รุ่นใหม่ของ Honda

วิเคราะห์ความเป็นไปได้ของเครื่องยนต์ V4 รุ่นใหม่ของ Honda

หลังจากมีกระแสข่าวการพัฒนาเครื่องยนต์ V4 ใหม่ของทาง Honda โผล่ขึ้นมาบนโลกออนไลน์ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการพัฒนาเทคโนโลยีในครั้งนี้จะไปลงกับโมเดลไหนของทางค่าย ซึ่งเราทีมงาน Greatbiker เองก็ได้ทำการรวบรวมข้อมูลและความเป็นไปได้ที่อาจจะเกิดในอนาคตมาไว้ในบทความนี้

honda cb100x cbr1000r

จะว่าไปแล้วเครื่องยนต์ V4 ของทาง Honda นั้นอยู่คู่กับแบรนด์มาอย่างช้านาน โดยมีโมเดลที่เราคุ้นเคยอย่าง VFR1200 สปอร์ตทัวร์ริ่งที่เคยเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอยู่พักใหญ่ๆ แต่ก็หายไปหลังจากการหยุดพัฒนา เมื่อการมาถึงของระเบียบไอเสีย EURO4 ที่เจ้าเครื่องยนต์ชุดนี้ไม่ผ่านมาตรฐานที่เข้มงวดขึ้น และทางผู้ผลิตเองก็หันไปให้ความสนใจกับการพัฒนาเครื่องยนต์แบบ 4 สูบเรียง ที่ใช้งบประมาณที่น้อยกว่า รวมไปถึงต้นทุนการผลิตที่น้อยกว่า เพื่อสร้างให้เป็นจุดแข็งของผลิตภัณฑ์อย่างที่เราได้เห็นกันบน 650 และ 1000 ซีรี่ส์ของทางค่าย

ปัจจัยหนึ่งที่ทาง Honda ได้กลับไปใช้แผนเดิมอีกครั้งในการพัฒนาเครื่องยนต์ V4 นั้นก็คงต้องบอกเลยว่ามีส่วนไม่น้อยจากการมาถึงของโมเดลใหม่อย่าง Aprilia RS660 ที่ถึงแม้ว่าจะเป็นเครื่องยนต์แบบสองลูกสูบเรียงที่ตัดตอนมาจาก V4 ของ RSV4 แต่ก็ได้นำเอาเทคโนโลยีของเครื่องยนต์ V4 หลายๆ อย่างมาใช้งาน รวมไปถึงการมาของเจ้า Yamaha YZF-R7 ที่อาจจะดูไม่เข้าพวกสักเท่าไหร่ แต่มันก็คือไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ดึงดูดลูกค้าได้เป็นอย่างดี

ประเด็นสำคัญจากเอกสารในการยื่นของสิทธิบัตรของทาง Honda คือการใช้เทคโนโลยี V2-YECH ที่จากเดิมเครื่องยนต์ V4 มักจะประสบปัญหาในการออกตัว ที่ต้องใช้รอบเครื่องยนต์ที่สูงกว่าปกติ การบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงที่มาก ซึ่งดูเหมือนว่าทาง Honda เองจะใช้เทคโนโลยีนี้มาปรับใช้เพื่อแก้ไขปัญหา ซึ่งเหมือนกับที่ Ducati ทำบน Panigale V4S ที่จะตัดการทำงานลูกสูบคู่หลังในช่วงออกตัวและย่านความเร็วต่ำ แต่ในทางกลับกันของ Honda จะเพิ่มขีดจำกัดของการปิดลูกสูบคู่หลังได้ยาวนานกว่า และจะทำการจุดระเบิดลูกสูบคู่หลังในจังหวะที่เหมาะสม ทำให้ลูกสูบทั้งสี่ทำงานตามจังหวะได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แล้วจะได้อะไรจากการทำงานของระบบ V2-TECH ตอบแบบกำปั้นทุบดินได้เลยคือ การออกตัวจะใช้รอบที่ต่ำกว่า ซึ่งมันจะออกตัวได้ดีกว่าการทำงานแบบ V4 เต็มระบบ การประหยัดเชื้อเพลิงที่ต้องไหลเวียนจาก 4 ห้องเผาไหม้เหลือเพียง 2 ห้อง ก็สามารถบอกได้เลยว่าน่าจะประหยัดน้ำมันได้เกือบครึ่งหนึ่ง เพราะยังต้องมีน้ำมันบางส่วนเข้าไปไหลเวียนในสองลูกสูบคู่หลังอยู่ดี แต่ก็มั่นใจได้เลยว่าประหยัดกว่าอย่างแน่นอน แต่สิ่งที่หลายๆ คนอาจจะมองข้ามไป นั้นก็คือการไล่รอบเครื่องยนต์ที่จะมีประสิทธิภาพที่สูงกว่า เนียนกว่า และเพิ่มรอบใน Rev Limit ได้มากกว่าการทำงานของเครื่องยนต์ V4 แบบเดิม

แล้วโมเดลไหนล่ะที่จะได้ใช้เทคโนโลยีนี้ ตรงนี้เป็นเรื่องที่ตอบยากพอสมควร เพราะทางทฤษฎีแล้วผู้ผลิตเองสามารถสร้างเครื่องยนต์ V4 แบบนี้ได้ทั้งขนาด 600 -1,1000 ซีซี ดังนั้นความเป็นไปได้ของโมเดลจึงกว้างมากๆ แต่ถ้าให้จำเพาะลงเป็นแบบแนวทางแล้ว โดยรูปแบบมันก็ยังคงกว้างอยู่ดี เพราะมันสามารถใข้งานได้ทั้งรถมอเตอร์ไซค์ในแนว สปอร์ตฟูลแฟร์ริ่ง ทัวร์ริ่ง หรือจะเป็นสปอร์ต-ทัวร์ริ่ง เหมือนกับ VFR1200 ที่เคยเป็นมา

Honda CBR600RR 2021 SOON 23082020 2
2021 Honda CBR600RR

เราลองวิเคราะห์ไปทีล่ะแนวทางกัน โดยเริ่มจากแนวทางของ สปอร์ตฟูลแฟร์ริ่ง ถ้าจำแนกแยกย่อยลงไปอีกในแนวทางของสปอร์ตเรปพลิก้านั้น ทาง Honda เองมีกันอยู่ 3 รุ่น เริ่มจากรุ่นเล็กสุด CBR250RR โมเดลนี้ตัดทิ้งไปได้เลย เพราะการจะทำเครื่องยนต์ V4 ในพิกัดนี้เป็นอะไรที่สิ้นเปลืองเกินไปและราคาของมันก็น่าจะแพงแบบมหาโหด แล้วรุ่นใหญ่สุดอย่าง CBR1000RR-R เองก็เป็นเครื่องยนต์ที่พัฒนาเพื่อการแข่งขัน WorldSBK การเปลี่ยนแปลงใหม่ในครั้งนี้น่าจะมีผลกระทบไม่น้อย ดังนั้นถ้าให้เก็งม้าสักตัวก็คงไม่พ้น CBR600RR ที่ถึงแม้ว่าจะมีโมเดลใหม่เข้ามาจำหน่ายในบ้านเราอย่างเป็นทางการ แต่โมเดลนี้เองก็ไม่สามารถเข้าไปจำหน่ายในโซนยุโรปได้ ด้วยการที่เครื่องยนต์ไม่ผ่าน EURO5 และยิ่งบวกกับเทคโนโลยีการปิดลูกสูบคู่หลัง ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการไล่เรียงรอบเครื่องยนต์และอัตราการสิ้นเปลืองที่น่าจะลดลงนั้น ดูมันก็เข้าท่าถ้ามันจะถูกติดตั้งในพิกัดนี้

9f566e51f08e8e97c523c3cff926da8f
2019 Honda CBX “Concept”

ถ้าให้ลองขยับไปสู่คลาสที่สูงขึ้น ก็คงไม่พ้นแนวทางของ สปอร์ต-ทัวร์ริ่ง ที่ปัจจุบันทาง Honda เองไม่มีโมเดลในแนวทางนี้ที่ใช้เครื่องยนต์มากกว่า 750 ซีซี เลยสักกะตัวเดียว เอาให้ใกล้เคียงที่สุดก็น่าจะเป็นโมเดล NC750X ที่ใช้เครื่องยนต์แบบสองลูกสูบคู่กับระบบเกียร์ DCT ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมันก็เป็นอีกหนึ่งโมเดลขายดีของทางค่าย ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงใหม่ครั้งนี้น่าจะยังไม่เกิดขึ้นกับ NC750X แต่ความเป็นไปได้ที่น่าจะมากที่สุดก็คือการเปิดไลน์โมเดลใหม่ในพิกัด 1,000-12,000 ซีซี โดยมีคู่แข่งที่ชัดเจนอย่าง Ducati Multistrada V4 และ Kawasaki Versys1000 โดยที่ตัวรถจะยึดเอาแนวทางของ สปอร์ต-ทัวร์ริ่ง ทางเรียบเป็นแกนหลักโดยมีความสามารถแบบกึ่ง Off-Road และเป็นไปได้ที่จะดึงเอสดีไซน์จาก CBX รถต้นแบบที่เคยเปิดตัวในงาน EICMA Show 2019 มาเป็นแนวทาง

195869 2020 HONDA CB1000R
2020 Honda CB1000R

อีกทางหนึ่งที่ยากเกิดจะมองก็คือ เนกเกตสปอร์ต ซึ่งในปัจจุบันทาง Honda มี CB1000R ตัว Neo Sport Cafe อยู่ในไลน์การผลิต และถ้าให้มองลึกลงไปในเรื่องของขุมกำลังนั้น มันคือเครื่องยนต์ที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2016 ที่ถูกปรับแล้วปรับอีก จนกระทั่งผ่านมาตรฐาน EURO5 ในปัจจุบัน ซึ่งก็ต้องยอมรับว่ากำลังของเครื่องยนต์ถูกลดทอนลงไปอย่างน่าใจหาย ถ้าเทียบกับคู่แข่งที่มีพิกัดเครื่องยนต์ไล่เลี้ยกันอย่าง Yamaha MT-10, Suzuki GSX-S1000 หรือแม้แต่ Kawasaki Z1000 ซึ่งการเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยี V4 ใหม่นี้ ก็จะช่วยยกระดับความแตกต่างให้กับโมเดลและยังเป็นการเปิดหน้าแลกกับผู้ผลิตจากยุโรปในปัจจุบันที่ Ducati มี Streetfighter V4 และ Aprilia มี Tuono V4 เป็นโมเดลเรือธง

honda cbx rr kardesign 004
Honda CBX RR “Concept”

อย่างไรก็ดีทั้งหมดทั้งมวลที่เล่ายาวให้เพื่อนๆได้อ่านกันนี้เป็นเพียงการนำเสนอแนวคิดของพวกเราทีมงาน Greatbiker เท่านั้น ทางผู้ผลิตเองไม่มีการออกมาให้ข้อมูลหรือยืนยันว่าทั้งหมดนี้จะเป็นความจริง 100% ดังนั้นแล้วหากเพื่อนๆ มีความคิดเห็นกันอย่างไร ก็สามารถไปทิ้งความเห็นกันได้ที่ Fanpage : Greatbiker.com กันได้เลยแล้วเราจะไปอ่านคอมเม้นท์กันเหมือนเดิม

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก www.visordown.com

d58b1dbc6d8ac28f10171ea1caf00eef.gif
uWoCOa.jpg
CuJ0zS.gif
CuGJMl.gif
8e49844b91ba44edf53bc3e7924967dd.jpg
sP2wYz.jpg