Honda เตรียมเปิดตัว All New Africa Twin CRF1100L 24 มีนาคมนี้ ในประเทศไทย!

ทางค่ายปีกนก Honda ประเทศไทยนั้น ได้ทำการเปิดเผยออกมาแล้วว่า พวกเขาเตรียมที่จะเปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์สายลุยคันใหม่ ในวันที่ 24 มีนาคมนี้อย่างเป็นทางการ ซึ่งถึงแม้ว่าจะยังไม่ได้มีการระบุอย่างเป็นทางการว่าจะเป็นรุ่นไหน แต่ข้อมูลต่างๆ ก็ชี้ชัดว่ามันจะเป็น All New Honda Africa Twin CRF1100L รุ่นใหม่ล่าสุดนั่นเอง!

โดยข้อมูลจากทาง Honda Big Wing ประเทศไทยนั้นแจ้งไว้ดังนี้
Qc2Ug2.jpg

สายลุยห้ามพลาด! ฮอนด้าเตรียมส่งมอบความระทึกใจครั้งใหม่ 24 มี.ค.นี้

เจอกันแน่นอน อีกแค่ไม่กี่อึดใจ! สำหรับโมเดลแห่งประวัติศาสตร์โลก ตำนานแชมป์ Dakar Rally 4 ปีติดต่อกัน เจ้าของฉายา “ราชันย์แห่งทะเลทราย” จะกลับมาเขย่าวงการแอดเวนเจอร์ไบค์ให้สะเทือน ด้วยดีไซน์ใหม่หมดจดรอบคัน ดุดันถึงขั้นสุด จัดเต็มทุกระบบ หน้าจอ New Full-Colour Touchscreen 6.5 นิ้ว พร้อม Apple Carplay เพื่ออรรถรสในการเดินทางที่ดียิ่งขึ้น นี่เป็นเพียงแค่บางส่วนเท่านั้น

ห้ามพลาด! วันที่ 24 มีนาคมนี้ มาร่วมลุ้นและสัมผัสความตื่นเต้นครั้งใหม่ ซึ่งเป็นที่สุดแห่งโมเดลแอดเวนเจอร์ระดับตำนานได้ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ Honda BigBike : fb.com/HondaBigBikeTH

ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ค่อนข้างชัดเจนมากๆ ว่าจะเป็น All New Honda Africa Twin CRF1100L อย่างที่เราได้เกริ่นกันไป โดยจุดเด่นของรถคันนี้ในรุ่นท้อปนั้น จะมีการติดตั้งตัวป้องกันบอดี้รถมาให้ สามารถปรับสกรีนสูงต่ำได้ รวมไปถึงความสูงต่ำของเบาะนั่ง ถังน้ำมันจุมาให้อยู่มากถึง 24.8 ลิตร (สำหรับรุ่นสแตนดาร์ดจะจุมาให้อยู่ที่ 18.8 ลิตร) พร้อมไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ DRL และ Cornering Lights (ไฟเลี้ยวขณะเข้าโค้ง) ครูซคอนโทรล ฮีตเตอร์กริป (ตัวอุ่นมือ) Wheelie Control (ป้องกันล้อยก) และ Rear Lift Control หน้าจอแสดงผล MID ขนาด 6.5 นิ้ว TFT แบบทัชสกรีน รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และบลูทูธ

ctGZ9Z.jpg

นอกจากเครื่องยนต์แล้ว 2020 Honda CRF1100L Sfrica Twin ยังมีการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ อย่าง แกน IMU แบบหกแกน ที่จะเข้ามามีส่วนสำคัญในระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ต่างๆไม่ว่าจะเป็นระบบ HSTC (Honda Select Torque Control) ที่สามารถปรับค่าได้ถึง 7 ระดับ ระบบ EEB (Electronics Engine Brake) ที่จะปรับได้ 3 ระดับ และระบบใหม่ล่าสุด Wheelie Control ที่สามารถปรับได้ 3 ระดับ มีระบบ Cornering ABS ที่เสริมเข้ามาอีกด้วย ซึ่งระบบทั้งหมดนี้จะสามารถเปิดและปิดการทำงานได้อย่างอิสระ แน่นอนว่ารถในคลาสหนึ่งลิตรแบบนี้ต้องมาพร้อมกับคันเร่งไฟฟ้า Ride-by-Wire ที่จะมีโหมดในการขับขี่ให้เลือกใช้งานสี่โหมด Urban,Tour, Gravel และ Off-Road และยังมีโหมด User Mode ให้ผู้ขับขี่สามารถปรับแต่งได้อีกถึง 2 โหมด

ctGgpP.jpg

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ตามสมัยนิยมมากมายไม่ว่าจะเป็นระบบไฟแบบ LED พร้อมด้วยระบบไฟ DRL แบบ LED ช่องเสียบชาร์จอุปกรณ์พกพา และที่ล้ำสมัยกว่าใครคือหน้าจอแสดงผลแบบ TFT ขนาด 6.5 นิ้วที่สามารถแตะสัมผัสสั่งการได้ และยังสามารถเชื่อมต่อกับโทรศัพท์สมาร์ทโฟนผ่าน Bluetooth และมีการติดตั้ง Apple CarPlay Navigation สำหรับแสดงผลเส้นทางบนหน้าจอได้ทันที นอกจากนี้ยังมีระบบ Cruise Control ระบบ Cornering Light ระบบ Emergency Stop Signals รวมไปถึงชุดแต่งเบาะนั่งที่จะปรับความสูงได้ตามต้องการ โดยมาตรฐานจากโรงงานจะอยู่ที่ 850 -870 มิลลเมตร และยังมีสองชุดแต่งสำหรับผู้ขับขี่ที่สรีระที่แตกต่าง โดยชุด Lew Seat จะสามารถปรับระยะความสูงได้ 825 -845 มิลลิเมตร และ High Seat 875-895 มิลลิเมตร เรียกได้ว่าเอื้อประโยชน์ให้กับคนทุกๆไซส์จริงๆ

แล้วเจอกัน 24 มีนาคมนี้!!!

v9Oy8I.gif