เปิดตัว Peugeot Django Evo 125 รถสกู๊ตเตอร์คลาสสิกผสมโมเดิร์น

Peugeot Motocycles เปิดตัว Django Evo 125 อย่างเป็นทางการในประเทศอินโดนีเซีย เพิ่มทางเลือกใหม่ให้กับตระกูล Django ที่เดิมมีทั้ง Classic, Sport และ Café Racer โดยรุ่น Evo ถูกวางตำแหน่งให้มีภาพลักษณ์ร่วมสมัยมากขึ้น แต่ยังคงกลิ่นอายสกู๊ตเตอร์ยุโรปแบบดั้งเดิมเอาไว้
ความเปลี่ยนแปลงของ Django Evo ไม่ได้มีเพียงการปรับสีหรือกราฟิก แต่เป็นการเปลี่ยนภาษาการออกแบบหลายจุด ตั้งแต่ชุดไฟหน้า เส้นสายแฟริ่ง ล้อ ไปจนถึงหน้าจอและระบบกุญแจ ทำให้บุคลิกโดยรวมดูทันสมัยกว่ารุ่นเดิมอย่างชัดเจน

ดีไซน์ใหม่ ลดความกลม เพิ่มเส้นสายคมขึ้น
Django Evo ยังคงพื้นฐานทรงสกู๊ตเตอร์คลาสสิก แต่ปรับเส้นสายตัวรถให้มีความเหลี่ยมและคมมากขึ้น
ไฟหน้าถูกเปลี่ยนเป็น LED รูปทรง Hexagonal ขนาดกะทัดรัดกว่าเดิม พร้อมชุด DRL แนวตั้งบริเวณแฟริ่งด้านหน้า
ด้านท้ายยังใช้ลวดลายไฟ LED ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกรงเล็บสิงโต ซึ่งเชื่อมโยงกับโลโก้ของ Peugeot โดยตรง
มือจับผู้โดยสารด้านหลังถูกออกแบบใหม่ให้รวมเข้ากับตัวรถมากขึ้น ขณะที่ล้อเปลี่ยนมาใช้ดีไซน์ Y-Shape ที่ดูโมเดิร์นกว่าแบบก้านหลายซี่ของ Django รุ่นก่อน

เครื่องยนต์ 125cc ระบายความร้อนด้วยน้ำ
หัวใจของ Django Evo 125 เป็นเครื่องยนต์ 1 สูบ 4 จังหวะ 4 วาล์ว ขนาด 124.8cc ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมระบบหัวฉีด EFI
ให้กำลังสูงสุดประมาณ 9.3 kW หรือ 12.65 PS ที่ 8,500 รอบต่อนาที
เครื่องยนต์ชุดนี้ถูกวางมาเพื่อการใช้งานในเมืองเป็นหลัก เน้นความนุ่มนวลและความคล่องตัว มากกว่าการเร่งสมรรถนะปลาย
ตัวรถมีน้ำหนักประมาณ 138 กก. ถือว่าไม่เบานักเมื่อเทียบกับสกู๊ตเตอร์ 125cc ทั่วไป แต่ก็แลกมากับตัวถังขนาดใหญ่และอุปกรณ์ที่ค่อนข้างครบ
เบาะสูง 780 มม. ล้อ 12 นิ้ว
Django Evo มีความสูงเบาะประมาณ 780 มม. ซึ่งถือว่าเข้าถึงได้ง่ายสำหรับผู้ใช้ในเอเชีย
ตัวรถมีขนาดยาว 1,932 มม. กว้าง 753 มม. และสูง 1,110 มม. ฐานล้อ 1,369 มม.
ล้อหน้าและหลังขนาด 12 นิ้ว ใช้ยางหน้าขนาด 110/70 และหลัง 120/70
การเลือกใช้ล้อ 12 นิ้วช่วยคงบุคลิกของสกู๊ตเตอร์แนวคลาสสิกเอาไว้ และยังช่วยให้ตัวรถดูมีสัดส่วนที่กระชับ

ดิสก์เบรกหน้า-หลัง พร้อม ABS
ระบบเบรกใช้ดิสก์เบรกหน้าเส้นผ่านศูนย์กลาง 200 มม. และดิสก์หลัง 190 มม.
ข้อมูลจากการเปิดตัวในอินโดนีเซียระบุว่ารถมาพร้อมระบบ ABS โดยรายละเอียดอุปกรณ์อาจแตกต่างกันตามรุ่นย่อย
ระบบกันสะเทือนหน้าเป็นแบบ Telescopic ส่วนด้านหลังใช้ Monoshock ซึ่งต่างจากภาพลักษณ์คลาสสิกภายนอกที่ดูย้อนยุค
TFT 5 นิ้ว และ Smart Key
หนึ่งในจุดเด่นของ Django Evo คือหน้าจอ TFT สีขนาด 5 นิ้วในรุ่น Sport
หน้าจอรองรับการแสดงข้อมูลการขับขี่และการเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟน
นอกจากนี้ยังมีระบบ Smart Key หรือ Keyless ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเปิดรถและใช้งานระบบต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องเสียบกุญแจแบบเดิม
ระบบไฟทั้งหมดเป็น LED และมีช่องชาร์จไฟสำหรับอุปกรณ์พกพา
ยังคงพื้นวางเท้าแบบ Flat Floor
แม้ดีไซน์จะดูสปอร์ตและทันสมัยขึ้น แต่ Django Evo ยังคงความสะดวกในการใช้งานแบบสกู๊ตเตอร์เอาไว้
พื้นวางเท้าเป็นแบบ Flat Floor ช่วยให้ขึ้นลงรถง่าย และสามารถวางสัมภาระขนาดเล็กบริเวณพื้นรถได้
ใต้เบาะสามารถเก็บหมวกกันน็อกแบบ Jet พร้อม Visor ได้
ถังน้ำมันมีความจุประมาณ 7.9 ลิตร ซึ่งถือว่าเพียงพอสำหรับการใช้งานในเมืองและเดินทางระยะกลาง

มี 2 รุ่น Allure และ Sport
สำหรับตลาดอินโดนีเซีย Django Evo 125 แบ่งออกเป็น 2 รุ่น
รุ่น Allure มีสี Ink Black และ Cherry Red
ส่วนรุ่น Sport ใช้สี Silver ซึ่งเน้นภาพลักษณ์ทันสมัยและสปอร์ตมากขึ้น พร้อมอุปกรณ์ที่ครบกว่า
ราคาเริ่มประมาณ 131,500 บาท
Peugeot Django Evo 125 รุ่น Allure มีราคาจำหน่ายในกรุงจาการ์ตา 71 ล้านรูเปียห์ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 131,500 บาท
ส่วนรุ่น Sport ราคา 74 ล้านรูเปียห์ หรือประมาณ 137,100 บาท
ราคาดังกล่าวเป็นราคาแบบ On The Road ในกรุงจาการ์ตา และเป็นการแปลงเป็นเงินบาทตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน
Peugeot จะเริ่มเปิดรับจอง Django Evo 125 ในงาน GJAW x IMOS 2026 ระหว่างวันที่ 20–29 พฤศจิกายน 2026 ที่ ICE BSD City
การเปิดตัว Django Evo ครั้งนี้จึงถือเป็นการขยายแนวทางของตระกูล Django จากสกู๊ตเตอร์คลาสสิกแบบดั้งเดิม ไปสู่รถพรีเมียมที่ผสมดีไซน์ย้อนยุคเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่มากขึ้น ทั้งไฟ LED, TFT, Smart Key และระบบเชื่อมต่อสมาร์ตโฟน
ที่มา warungasep.net

ผู้ก่อตั้ง GreatBiker.com ทำงานในวงการมอเตอร์ไซค์มากว่า 15 ปี รายงานข่าวรถมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยเรียบเรียงจากข้อมูลของแต่ละแบรนด์ และทดสอบขี่จริงกับรถที่เปิดตัวในไทย


