เจาะลึก Honda Giorno 2026 สกู๊ตเตอร์รุ่นใหม่ เบา 81 กก. ประหยัด 58.4 กม./ลิตร

Honda Giorno ยังคงทำตลาดในประเทศญี่ปุ่นในฐานะสกู๊ตเตอร์ขนาดเล็กที่มีคาแรกเตอร์ชัดเจน เน้นดีไซน์โค้งมนสไตล์แฟชั่น ขี่ง่าย และเหมาะกับการเดินทางระยะสั้นในเมือง โดยมีทั้งรุ่นมาตรฐานและ Giorno Kumamon Version สำหรับผู้ที่ต้องการความพิเศษมากขึ้น
แม้เครื่องยนต์จะมีความจุเพียง 49cc แต่จุดขายของ Giorno ไม่ได้อยู่ที่ความแรง เพราะรถถูกออกแบบให้เบาเพียง 81 กก. เบาะต่ำ 720 มม. พร้อมความประหยัดตามมาตรฐาน WMTC ถึง 58.4 กม./ลิตร
ดีไซน์เล็กน่ารัก เน้นความเป็นสกู๊ตเตอร์ญี่ปุ่น
รูปลักษณ์ของ Giorno ใช้เส้นสายโค้งมนตั้งแต่ไฟหน้า แฟริ่ง ไปจนถึงส่วนท้าย แตกต่างจากสกู๊ตเตอร์ยุคใหม่ที่เน้นเหลี่ยมคมและความสปอร์ต
Honda เลือกใช้สีตัวรถในโทนที่เข้ากับ Character แบบแฟชั่น ทำให้ Giorno ดูเป็นทั้งพาหนะและของใช้ไลฟ์สไตล์ในเวลาเดียวกัน
รุ่นมาตรฐานมีให้เลือก 5 สี ได้แก่
- Virgin Beige
- Pearl Deep Mud Gray
- Matte Armored Green Metallic
- Puko Blue
- Summer Pink
นอกจากนี้ยังมี Kumamon Version สี Graphite Black พร้อมรายละเอียดและกราฟิกของ Kumamon มาสคอตชื่อดังจากจังหวัดคุมาโมโตะ

เครื่องยนต์ eSP 49cc ระบายความร้อนด้วยน้ำ
Honda Giorno ใช้เครื่องยนต์ eSP สูบเดียว 4 จังหวะ OHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ ความจุ 49cc
ให้กำลังสูงสุด 3.3 kW หรือ 4.5 PS ที่ 8,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 4.1 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบต่อนาที
ระบบจ่ายเชื้อเพลิงเป็นหัวฉีด PGM-FI และส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ V-Matic
ตัวเลขนี้อาจดูเล็กเมื่อเทียบกับสกู๊ตเตอร์ 110-125cc ที่คนไทยคุ้นเคย แต่ Giorno ถูกสร้างมาตามรูปแบบรถ 50cc สำหรับการเดินทางระยะสั้นในญี่ปุ่น จึงให้ความสำคัญกับความคล่องตัวและต้นทุนการใช้งานมากกว่าความเร็ว
ประหยัด 58.4 กม./ลิตร ตามมาตรฐาน WMTC
ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองตามมาตรฐาน WMTC อยู่ที่ 58.4 กม./ลิตร
ส่วนการทดสอบด้วยความเร็วคงที่ 30 กม./ชม. ทำได้สูงถึง 80 กม./ลิตร
จุดนี้ควรแยกให้ชัด เพราะตัวเลข 80 กม./ลิตรเป็นการทดสอบแบบความเร็วคงที่ ไม่ใช่ตัวเลข WMTC ซึ่งใกล้เคียงกับการใช้งานจริงมากกว่า
ถังน้ำมันมีความจุ 4.5 ลิตร หากอ้างอิงค่า WMTC จะมีระยะทางทางทฤษฎีประมาณ 260 กม. ต่อหนึ่งถัง

Idling Stop ช่วยลดการสิ้นเปลืองเมื่อจอด
Giorno มาพร้อม Idling Stop System ซึ่งจะดับเครื่องยนต์อัตโนมัติเมื่อรถหยุดนิ่งตามเงื่อนไขที่กำหนด เช่น การจอดรอสัญญาณไฟ
เมื่อผู้ขี่พร้อมออกตัว เครื่องยนต์จะกลับมาทำงานอีกครั้ง ช่วยลดการใช้น้ำมันโดยไม่จำเป็นระหว่างการเดินทางในเมือง
ระบบสตาร์ตมีทั้งสตาร์ตไฟฟ้าและคันสตาร์ต
เบาเพียง 81 กก. เบาะสูงแค่ 720 มม.
ความคล่องตัวคือหนึ่งในจุดแข็งที่สุดของ Giorno
ตัวรถมีมิติ
- ยาว 1,650 มม.
- กว้าง 670 มม.
- สูง 1,035 มม.
- ฐานล้อ 1,180 มม.
- เบาะสูง 720 มม.
- ระยะห่างจากพื้น 105 มม.
- น้ำหนัก 81 กก.
ทั้งน้ำหนักที่ต่ำและเบาะที่สูงเพียง 720 มม. ทำให้รถเข็นง่าย กลับรถง่าย และเหมาะกับผู้ขี่ที่ไม่ต้องการรถตัวใหญ่หรือเบาะสูง
ใต้เบาะ 20 ลิตร พร้อมช่องเก็บของด้านหน้า
แม้ขนาดตัวรถจะเล็ก แต่พื้นที่เก็บสัมภาระใต้เบาะมีความจุ 20 ลิตร
ด้านหน้ายังมีทั้ง Inner Rack สำหรับวางของขนาดเล็ก และ Glove Box แบบมีฝาปิด
ภายในมี Accessory Socket สำหรับจ่ายไฟให้สมาร์ตโฟนหรืออุปกรณ์พกพาผ่านอะแดปเตอร์ที่เหมาะสม
จึงยังมีพื้นที่ใช้งานเพียงพอสำหรับการเดินทางประจำวัน แม้ตัวรถจะมีขนาดเล็กมาก
ล้อ 10 นิ้ว พร้อม Combi Brake
Giorno ใช้ล้อขนาด 10 นิ้วทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมยางขนาด 80/100-10 เท่ากันทั้งสองล้อ
ระบบเบรกเป็นดรัมหน้าและหลัง พร้อม Combi Brake System ช่วยกระจายแรงเบรกระหว่างสองล้อให้สมดุลขึ้น
ระบบดังกล่าวไม่ได้เทียบเท่า ABS แต่สอดคล้องกับตำแหน่งของ Giorno ในฐานะสกู๊ตเตอร์ 50cc สำหรับการเดินทางด้วยความเร็วไม่สูง

ราคาเริ่ม 209,000 เยน หรือประมาณ 44,900 บาท
Honda Giorno ในญี่ปุ่นมีราคาแนะนำดังนี้
- Giorno รุ่นมาตรฐาน 209,000 เยน หรือประมาณ 44,900 บาท
- Giorno Kumamon Version 217,800 เยน หรือประมาณ 46,700 บาท
ราคาเงินบาทคำนวณตามอัตราแลกเปลี่ยนวันที่ 11 กันยายน 2026 และเป็นเพียงการเทียบราคาจากประเทศญี่ปุ่น ไม่ใช่ราคาจำหน่ายในประเทศไทย
Honda Giorno จึงเป็นรถที่มีจุดยืนค่อนข้างชัด ไม่ได้พยายามแข่งขันด้วยเครื่องยนต์ใหญ่หรืออุปกรณ์จำนวนมาก แต่เน้น ตัวรถเล็ก 81 กก. เบาะต่ำ 720 มม. ความประหยัด 58.4 กม./ลิตร และดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์
สำหรับผู้ที่ต้องการรถขนาดเล็กจริงๆ เพื่อเดินทางระยะสั้นในเมือง สูตรของ Giorno ยังคงเรียบง่ายและตรงจุด ขณะที่ประเทศไทยปัจจุบันไม่มีการจำหน่าย Giorno 50cc รุ่นนี้อย่างเป็นทางการ โดยต้องแยกออกจาก Honda Giorno+ 125 ที่ไทยฮอนด้าทำตลาดอยู่ในบ้านเรา

ผู้ก่อตั้ง GreatBiker.com คลุกคลีในวงการยานยนต์มากว่า 10 ปี เขียนข่าวและเจาะลึกมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ทั้งในไทยและต่างประเทศ พร้อมทดสอบขี่จริงด้วยตัวเอง


