Kawasaki Z400 2027 เปิดตัวแล้ว! สปอร์ตเนกเกตรุ่นใหม่ ผลิตในประเทศไทย

Kawasaki Z400 รุ่นปี 2027 เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศญี่ปุ่น พร้อมชุดสีใหม่ Ebony × Metallic Carbon Gray ที่เปลี่ยนภาพลักษณ์ให้เข้มและดุดันกว่าเดิม โดยยังคงขุมพลัง 398cc แบบ 2 สูบเรียง ให้กำลังสูงสุด 48 PS น้ำหนักตัวเพียง 166 กก. และที่น่าสนใจสำหรับบ้านเราคือ รถรุ่นนี้ยังระบุประเทศไทยเป็นฐานการผลิต ก่อนเตรียมวางจำหน่ายในญี่ปุ่นวันที่ 5 กันยายน 2026

การปรับโฉมครั้งนี้ไม่ได้เปลี่ยนพื้นฐานทางวิศวกรรม แต่เป็นการอัปเดตสีและกราฟิก เพื่อรักษาความสดใหม่ของหนึ่งใน Naked Bike คลาส 400cc ที่โดดเด่นด้วยอัตราส่วนกำลังต่อน้ำหนักและความคล่องตัว


094efc9d457260457654f5f7971308149348a30d

สีใหม่ Ebony × Metallic Carbon Gray เน้นความดุดัน

ความเปลี่ยนแปลงหลักของ Z400 รุ่นปี 2027 คือชุดสี Ebony × Metallic Carbon Gray ที่ใช้สีดำเป็นพื้นฐาน ตัดด้วยรายละเอียดสีเทาเข้มในหลายตำแหน่ง

ทั้งบังโคลนหน้า ถังน้ำมัน ชุดแฟริ่งท้าย และรายละเอียดของเฟรมได้รับการปรับโทนสีใหม่ ทำให้เส้นสายของตัวรถดูเข้มขึ้น และเข้ากับแนวคิดการออกแบบ Sugomi ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของรถตระกูล Kawasaki Z

ด้านหน้าของรถยังคงเน้นรูปทรงกดต่ำและพุ่งไปด้านหน้า ขณะที่ส่วนท้ายมีขนาดกะทัดรัด ช่วยสร้างสัดส่วนแบบ Supernaked ที่ดูพร้อมเคลื่อนไหวแม้ขณะจอดนิ่ง


cf4ac27ffbb795464a7e1840561515a972db09e8

เครื่องยนต์ 398cc 2 สูบ ให้กำลัง 48 PS

Z400 2027 ยังคงใช้เครื่องยนต์แบบ 2 สูบเรียง DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ความจุ 398cc

ให้กำลังสูงสุด 48 PS ที่ 10,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 37 นิวตันเมตรที่ 8,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 6 สปีด

เครื่องยนต์ได้รับการออกแบบให้มีทั้งแรงบิดที่ใช้งานง่ายในรอบต่ำและกลาง พร้อมความสามารถในการลากรอบขึ้นไปได้สูงตามบุคลิกของเครื่องยนต์ Parallel Twin

ระบบจ่ายเชื้อเพลิงใช้หัวฉีดขนาด 32 มม. จำนวน 2 ชุด และมีถังน้ำมันความจุ 14 ลิตร

211050822611437391b5905052fcacca3c79e744

Assist & Slipper Clutch ช่วยให้ควบคุมง่ายขึ้น

ตัวรถติดตั้ง Assist & Slipper Clutch ซึ่งทำหน้าที่สองส่วน

Assist ช่วยลดแรงที่ต้องใช้ในการกำคลัตช์ ขณะที่ Slipper ช่วยลดแรง Back Torque ที่ส่งกลับมายังล้อหลังในกรณีลดเกียร์อย่างรวดเร็ว

ระบบดังกล่าวช่วยลดโอกาสเกิดอาการล้อหลังกระโดดหรือสูญเสียเสถียรภาพจาก Engine Brake ที่รุนแรง เหมาะกับรถที่มีบุคลิกการขับขี่แบบสปอร์ต

861628bc3f6c570e022756337b1266b78ce7fb84

ตัวรถเพียง 166 กก. คือหนึ่งในจุดเด่นสำคัญ

อีกหนึ่งจุดขายของ Z400 คือความเบา โดยมีน้ำหนักพร้อมใช้งานอยู่ที่ 166 กก. เมื่อจับคู่กับกำลังสูงสุด 48 PS จึงทำให้รถมีอัตราส่วนกำลังต่อน้ำหนักที่น่าสนใจสำหรับคลาสนี้

โครงสร้างหลักใช้เฟรมแบบ Trellis ผลิตจากเหล็ก High-Tensile โดยนำเครื่องยนต์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างตัวรถ เพื่อช่วยลดน้ำหนักและเพิ่มความแข็งแรง

ระยะฐานล้ออยู่ที่ 1,370 มม. ขณะที่เบาะสูงจากพื้นเพียง 785 มม. ทำให้ตำแหน่งการนั่งไม่สูงมากจนเกินไป

มิติตัวรถอยู่ที่ 1,990 x 800 x 1,055 มม. และมีระยะห่างจากพื้น 145 มม.

b52c07dda04e51a8b66a55594b5b24a5fceb5acb

โช้กหน้า 41 มม. พร้อม Uni-Trak ด้านหลัง

ระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็นโช้กเทเลสโคปิกขนาดแกน 41 มม. ให้ระยะยุบ 120 มม.

ด้านหลังใช้โช้กเดี่ยวทำงานร่วมกับระบบ Bottom-Link Uni-Trak ให้ระยะยุบ 130 มม. และสามารถปรับ Spring Preload ได้

ล้อเป็นขนาด 17 นิ้วทั้งหน้าและหลัง โดยด้านหน้าใช้ยาง 110/70R17 ส่วนด้านหลังขนาด 150/60R17

32ca0447fff5ea550adc277e5a36cb57fd969c6e

ดิสก์หน้า 310 มม. พร้อม ABS

ระบบเบรกด้านหน้าใช้จานแบบ Semi-Floating Petal Disc ขนาดใหญ่ 310 มม. ทำงานร่วมกับคาลิเปอร์ 2 ลูกสูบ

ด้านหลังใช้จาน Petal Disc ขนาด 220 มม. พร้อมคาลิเปอร์ 2 ลูกสูบ และมีระบบ ABS ติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

นอกจากนี้ยังมี Economical Riding Indicator ซึ่งจะแสดงสัญลักษณ์ ECO บนหน้าปัด เมื่อระบบตรวจพบว่าผู้ขับขี่กำลังใช้รถอยู่ในช่วงที่มีประสิทธิภาพด้านการประหยัดน้ำมัน

อัตราสิ้นเปลืองตามมาตรฐาน WMTC อยู่ที่ 25.7 กม./ลิตร

d207f3ed04461492edf4d5d208448b5dc9d3b934

ผลิตในประเทศไทย ก่อนวางขายญี่ปุ่นกันยายนนี้

Kawasaki Z400 2027 ระบุประเทศผู้ผลิตเป็นประเทศไทย และเตรียมเริ่มจำหน่ายในญี่ปุ่นวันที่ 5 กันยายน 2026 ด้วยราคาแนะนำ 770,000 เยน ประมาณ 159,000 บาท

แม้การเปลี่ยนแปลงในรุ่นปี 2027 จะเน้นไปที่สีและกราฟิก แต่พื้นฐานของ Z400 ยังคงน่าสนใจด้วยเครื่องยนต์ 398cc แบบ 2 สูบ 48 PS น้ำหนักเพียง 166 กก. เฟรม Trellis, Assist & Slipper Clutch และ ABS ซึ่งทำให้ยังคงเป็น Naked Bike ที่เน้นความคล่องตัวควบคู่กับสมรรถนะในแบบรถสปอร์ตอย่างชัดเจน ส่วนประเทศไทยเรามารอติดตามการเปิดตัวกันต่อไป

ที่มา autoby.jp