HUjZIk.gif
HUjcLt.gif

เปิดตัว Honda Monkey 125 G-Craft สุดโหด สวิงอาร์มเดี่ยว อะลูมิเนียมจัดเต็มทั้งคัน

Honda Monkey 125 อาจเป็นรถมินิไบค์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความน่ารักและขี่สนุก แต่เมื่อผ่านฝีมือของ G-Craft สำนักแต่งชื่อดังจากญี่ปุ่น คันนี้ก็เปลี่ยนบุคลิกไปแบบแทบจำรถเดิมไม่ได้

ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ช่วงท้ายซึ่งถูกปรับจากระบบโช้กคู่แบบเดิม มาเป็นโมโนโช้กพร้อมสวิงอาร์มแขนเดี่ยว เผยให้เห็นล้อหลังอย่างเต็มตา พร้อมอัดชิ้นส่วนอะลูมิเนียมกลึงขึ้นรูปเข้ามาแทบทุกจุด จนกลายเป็น Monkey 125 ที่ดูเหมือนรถโชว์ระดับไฮเอนด์มากกว่ามินิไบค์สำหรับขี่เล่นทั่วไป


HNhSRr.jpeg

สวิงอาร์มแขนเดี่ยว เปลี่ยนภาพจำของ Monkey 125 ไปทันที

จุดที่เรียกสายตาได้มากที่สุดคือสวิงอาร์มหลังแบบแขนเดี่ยว หรือ Single-Sided Swingarm ซึ่งรองรับล้อจากด้านเดียว ทำให้ฝั่งตรงข้ามเปิดโล่งและมองเห็นดีไซน์ล้อได้เต็มรูปแบบ

รูปแบบนี้มักพบในรถสมรรถนะสูงหรือรถยุโรประดับพรีเมียมมากกว่า การนำมาใส่ใน Monkey 125 จึงสร้างความแตกต่างได้ทันที และทำให้ช่วงท้ายดูทั้งล้ำ หรู และจริงจังกว่ารถเดิมจากโรงงานหลายระดับ

ตัวต้นแบบที่นำมาแสดงใช้สวิงอาร์มยาวกว่ามาตรฐานประมาณ 10 ซม แต่ G-Craft ระบุว่าหากพัฒนาออกมาจำหน่ายจริง อาจปรับเหลือประมาณ 6 ซม เพื่อให้สัดส่วนเหมาะกับการใช้งานมากขึ้น


HNhDjw.jpeg

จากโช้กคู่สู่โมโนโช้ก ต้องปรับเฟรมใหม่จริงจัง

Monkey 125 รุ่นมาตรฐานใช้โช้กหลังคู่ แต่รถคัสตอมคันนี้เปลี่ยนมาใช้โช้กเดี่ยวติดตั้งบริเวณกึ่งกลางตัวรถ

การเปลี่ยนระบบช่วงล่างไม่ได้ทำได้ด้วยการถอดของเดิมแล้วใส่ของใหม่ทันที เพราะต้องสร้างตำแหน่งยึดโช้กหลังขึ้นมาใหม่ พร้อมคำนวณแนวการทำงาน ระยะยุบ และแรงที่ส่งเข้าสู่เฟรม

G-Craft จึงนำเฟรมอะลูมิเนียมบิลเล็ต GC-026 มาดัดแปลงบริเวณจุดยึดช่วงล่าง เพื่อให้สามารถทำงานร่วมกับสวิงอาร์มแขนเดี่ยวและระบบโมโนโช้กได้อย่างเป็นแพ็กเกจเดียวกัน

HNhALy.jpeg

เฟรม GC-026 งานบิลเล็ตทั้งชิ้น ราคาเฉพาะเฟรมกว่า 4 แสนเยน

พื้นฐานของรถคันนี้คือเฟรม GC-026 ซึ่ง G-Craft ผลิตสำหรับ Monkey 125 รหัส JB03 และ JB05

ตัวเฟรมใช้วัสดุอะลูมิเนียม A2017 หรือดูราลูมิน ขณะที่ซับเฟรมใช้วัสดุ 7N01 มีมิติหลักใกล้เคียงเฟรมมาตรฐาน จึงสามารถนำชุดแฟริ่งและสายไฟเดิมหลายส่วนมาติดตั้งต่อได้

เฉพาะเฟรม GC-026 รุ่นจำหน่ายปกติมีราคา 418,000 เยน หรือประมาณ 85,000 บาท และมีน้ำหนักประมาณ 10 กก โดยเป็นเฟรมสำหรับขี่คนเดียว ไม่รองรับการซ้อนท้าย

แต่เฟรมที่อยู่ในรถโชว์คันนี้ยังถูกปรับเพิ่มเติมจาก GC-026 รุ่นปกติ เพื่อรองรับจุดยึดโมโนโช้ก จึงไม่ใช่การนำเฟรมที่ขายอยู่มาใส่สวิงอาร์มแขนเดี่ยวได้ทันที

งานติดตั้งไม่ได้ง่าย ต้องย้ายอุปกรณ์ภายในหลายจุด

ความสวยของช่วงท้ายแบบแขนเดี่ยวแลกมากับงานดัดแปลงที่ค่อนข้างจริงจัง

ข้อมูลจาก G-Craft ระบุว่า การติดตั้งชุดต้นแบบต้องตัดแต่งกล่องแบตเตอรี่ รวมถึงย้ายตำแหน่งกล่องควบคุมเครื่องยนต์และอุปกรณ์ไฟฟ้าบางส่วน เพื่อเปิดพื้นที่ให้ระบบช่วงล่างชุดใหม่ทำงานได้

อย่างไรก็ตาม ระบบ ABS สามารถติดตั้งร่วมกับชุดนี้ได้โดยไม่ต้องย้ายชุดควบคุม ABS ออกทั้งหมด ซึ่งถือเป็นรายละเอียดสำคัญสำหรับรถที่ยังต้องการรักษาระบบความปลอดภัยเดิมเอาไว้

จุดนี้แสดงให้เห็นชัดว่าคัสตอมคันนี้ไม่ใช่งานเปลี่ยนของแต่งแบบถอดใส่ทั่วไป แต่เป็นการปรับโครงสร้างรถในระดับลึก

HNhwHz.jpeg

ล้อ 12 นิ้วแบบประกบ ดีไซน์ก้านตัว Y ใหม่ทั้งหมด

แม้ขนาดล้อยังคงอยู่ที่ 12 นิ้วเท่ากับ Monkey 125 รุ่นมาตรฐาน แต่ล้อที่ติดตั้งมากับรถคันนี้เป็นล้ออะลูมิเนียมแบบประกบ พร้อมชิ้นสเปเซอร์ออกแบบใหม่

ลวดลายภายในใช้ก้าน 5 ชุดทรงตัว Y ซึ่งทำให้ล้อดูคล้ายอุปกรณ์จากรถแข่งหรือรถคัสตอมระดับสูง มากกว่าล้อของรถมินิไบค์ทั่วไป

เมื่อฝั่งหนึ่งของล้อถูกเปิดโล่งด้วยสวิงอาร์มแขนเดี่ยว ดีไซน์ล้อจึงยิ่งกลายเป็นจุดเด่นสำคัญ เพราะสามารถมองเห็นรูปทรงทั้งหมดได้โดยไม่มีสวิงอาร์มอีกฝั่งบดบัง

เบรกหน้า Brembo GP-4 MINI แบบเรเดียลเมาท์

ช่วงหน้าของรถก็ถูกยกระดับอย่างจริงจังไม่แพ้กัน โดยติดตั้งคาลิเปอร์ Brembo GP-4 MINI แบบเรเดียลเมาท์

G-Craft ต้องผลิตกระบอกล่างของโช้กหน้าขึ้นมาใหม่ เพื่อรองรับตำแหน่งยึดคาลิเปอร์รูปแบบนี้โดยเฉพาะ ไม่ได้ใช้ขาจับแปลงธรรมดา

ชุดกระบอกล่างสำหรับ Brembo GP-4 MINI รองรับ Monkey 125 รหัส JB03 และ JB05 รุ่น ABS โดย G-Craft เคยระบุราคาเบื้องต้นไว้ที่ 120,000 เยนก่อนภาษี

เพียงชุดเบรกกับกระบอกโช้กก็มีมูลค่าสูงกว่าของแต่งพื้นฐานหลายรายการรวมกัน สะท้อนว่ารถคันนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อแสดงศักยภาพด้านงานวิศวกรรมมากกว่าการเน้นราคาที่ทุกคนเข้าถึงได้

อะลูมิเนียมกลึงคือพระเอกของรถทั้งคัน

เอกลักษณ์ของ G-Craft คือการผลิตชิ้นส่วนอะลูมิเนียมด้วยกระบวนการกลึงและกัดขึ้นรูปอย่างละเอียด ซึ่งมองเห็นได้แทบทุกตำแหน่งบนรถคันนี้

ทั้งเฟรม สวิงอาร์ม ชิ้นส่วนล้อ จุดยึดช่วงล่าง กระบอกโช้ก และขายึดต่างๆ ล้วนถูกออกแบบให้เห็นเนื้อวัสดุและรอยเครื่องจักรอย่างตั้งใจ

ความสวยจึงไม่ได้มาจากการปิดทับชิ้นส่วนด้วยแฟริ่ง แต่เกิดจากการเปิดให้เห็นโครงสร้างของรถและรายละเอียดในการผลิตโดยตรง

ยิ่งมองใกล้เท่าไร ก็ยิ่งเห็นว่ารถคันนี้ไม่ได้เน้นเพียงรูปทรงโดยรวม แต่ให้ความสำคัญกับผิวสัมผัส ขอบชิ้นงาน และตำแหน่งของนอตทุกตัว

HNhGug.jpeg

เครื่องยนต์ไม่ได้เป็นประเด็นหลักของงานนี้

ข้อมูลที่เผยแพร่ไม่ได้ระบุการปรับแต่งเครื่องยนต์อย่างละเอียด เพราะหัวใจของโปรเจกต์อยู่ที่เฟรม ช่วงล่าง ล้อ และระบบเบรก

นั่นหมายความว่ารถคันนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อโชว์แรงม้าสูงสุด แต่ต้องการแสดงให้เห็นว่าแพลตฟอร์ม Monkey 125 สามารถถูกยกระดับไปได้ไกลแค่ไหนในด้านโครงสร้างและงานคัสตอม

แม้เครื่องยนต์อาจยังใช้พื้นฐานเดิม แต่ภาพลักษณ์ของรถกลับเปลี่ยนไปอย่างรุนแรงจากการปรับช่วงล่างและสัดส่วนเพียงไม่กี่จุด

ท่อไอเสียยังเป็นชิ้นส่วนต้นแบบ

รถที่นำไปแสดงยังใช้ชุดท่อไอเสียต้นแบบ ซึ่งช่วยทำให้ช่วงท้ายดูโล่งและไม่บดบังสวิงอาร์มกับล้อหลัง

รูปทรงของท่อถูกออกแบบให้กระชับและรับกับแนวตัวรถ โดยไม่ใช้หม้อพักขนาดใหญ่แบบรถเดิมจากโรงงาน

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากยังเป็นต้นแบบ รายละเอียดทั้งรูปทรง เสียง ระดับความดัง และมาตรฐานไอเสียอาจเปลี่ยนแปลงได้ หากมีการพัฒนาสู่สินค้าจำหน่ายจริง

ไม่ได้สร้างมาเพื่อความสวยอย่างเดียว

แม้สวิงอาร์มแขนเดี่ยวจะโดดเด่นเรื่องภาพลักษณ์ แต่การออกแบบชิ้นส่วนลักษณะนี้ต้องคำนึงถึงความแข็งแรงอย่างมาก เพราะแรงจากล้อทั้งหมดจะถูกส่งผ่านสวิงอาร์มเพียงด้านเดียว

ผู้ผลิตจึงต้องควบคุมทั้งความแข็งแรงของวัสดุ จุดหมุน ลูกปืน ตำแหน่งโช้ก และการจัดวางระบบเบรกให้ทำงานร่วมกันได้อย่างเหมาะสม

การที่ G-Craft เลือกใช้เฟรมบิลเล็ตและผลิตชิ้นส่วนใหม่หลายรายการ แสดงให้เห็นว่าโปรเจกต์นี้ไม่ได้เป็นเพียงรถโชว์ที่เน้นรูปลักษณ์ แต่เป็นการทดลองทางวิศวกรรมจริงด้วย

HNhrbJ.jpeg

ชุดสวิงอาร์มยังไม่ประกาศวันขายและราคา

ในเวลานี้ ชุดสวิงอาร์มแขนเดี่ยวและระบบโมโนโช้กยังอยู่ในขั้นต้นแบบ

G-Craft ระบุว่ายังไม่กำหนดช่วงเปิดจำหน่ายและราคา โดยยังอยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียดของรุ่นผลิตจริง รวมถึงความยาวสวิงอาร์มที่เหมาะสม

ดังนั้นรถที่นำมาแสดงจึงควรมองในฐานะตัวอย่างแนวคิดและการสาธิตฝีมือ มากกว่าชุดแต่งที่สามารถสั่งซื้อครบทุกชิ้นได้ทันที

อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทเปิดเผยข้อมูลด้านการติดตั้งและแนวทางผลิตไว้ค่อนข้างชัด ก็สะท้อนว่ามีความเป็นไปได้ที่จะพัฒนาสู่สินค้าจริง หากได้รับเสียงตอบรับเพียงพอ

มีเฟรมใหม่สำหรับ Monkey 50 รุ่นดั้งเดิมด้วย

นอกจาก Monkey 125 แล้ว G-Craft ยังนำเฟรมอะลูมิเนียมรุ่นต้นแบบสำหรับ Monkey 50 รุ่นดั้งเดิมมาแสดงด้วย

เฟรมดังกล่าวผลิตจากชิ้นอะลูมิเนียมบิลเล็ตแบบประกบซ้ายและขวา ลักษณะคล้ายโครงสร้างเปลือกสองฝั่ง พร้อมล้ออะลูมิเนียมกลึงขึ้นรูปขนาด 8 นิ้วชุดใหม่

แม้จะยังเป็นเพียงต้นแบบ แต่แสดงให้เห็นว่า G-Craft ยังไม่ได้มุ่งพัฒนาเฉพาะ Monkey 125 รุ่นใหม่เท่านั้น และยังคงให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้ใช้ Monkey 50 รุ่นคลาสสิกอย่างจริงจัง

คัสตอมที่ราคาอาจสูงกว่าตัวรถหลายเท่า

เพียงเฟรม GC-026 รุ่นมาตรฐานก็มีราคา 418,000 เยนแล้ว ยังไม่รวมชุดสวิงอาร์มแขนเดี่ยว โมโนโช้ก ล้อ กระบอกโช้กหน้า เบรก Brembo ท่อไอเสีย และค่าแรงประกอบ

หากรวมชิ้นส่วนทั้งหมดเมื่อมีการผลิตจริง งบประมาณของรถคันนี้มีโอกาสสูงกว่าราคาของ Monkey 125 เดิมหลายเท่า

แต่สำหรับกลุ่มลูกค้าของงานคัสตอมระดับไฮเอนด์ ตัวเลขราคาอาจไม่ใช่ประเด็นหลักเท่ากับคุณภาพการผลิต ความหายาก และความแตกต่างจากรถทั่วไป

รถคันนี้จึงไม่ได้พยายามเป็นชุดแต่งราคาประหยัด แต่เป็นเหมือนงานโชว์ความสามารถของผู้ผลิต ที่ต้องการผลักขีดจำกัดของ Monkey 125 ไปให้ไกลที่สุด

HNhb05.jpeg

Monkey 125 ที่แทบกลายเป็นงานศิลปะจักรกล

จุดที่ทำให้ G-Craft Monkey 125 คันนี้น่าสนใจ ไม่ใช่แค่การติดตั้งของแต่งราคาแพง แต่เป็นความลงตัวของทุกชิ้นส่วน

เฟรมบิลเล็ต โมโนโช้ก สวิงอาร์มแขนเดี่ยว ล้อรูปตัว Y เบรก Brembo และท่อไอเสียต้นแบบ ถูกออกแบบให้ทำงานและสร้างภาพลักษณ์ไปในทิศทางเดียวกัน

โดยรวมแล้ว นี่คือ Monkey 125 ที่ก้าวข้ามความเป็นรถมินิไบค์น่ารักไปสู่รถคัสตอมระดับไฮเอนด์อย่างเต็มตัว แม้ชุดสวิงอาร์มยังไม่มีกำหนดจำหน่ายและราคา แต่เพียงการได้เห็นรถคันนี้เกิดขึ้นจริง ก็เพียงพอที่จะทำให้คนรัก Monkey เริ่มจินตนาการแล้วว่า รถคันเล็กคันเดิมสามารถไปได้ไกลกว่าที่เคยคิดไว้มากแค่ไหน

ที่มา autoby.jp

HUjOHq.gif
HUjgjl.gif