HUjZIk.gif
HUjcLt.gif

เปิดตัว Kawasaki KLX150SM 2027 ซูเปอร์โมโตรุ่นใหม่ เริ่ม 73,000 บาท

Kawasaki KLX150SM และ KLX150SM SE รุ่นปี 2027 เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศอินโดนีเซีย โดยยังคงวางตำแหน่งเป็นรถซูเปอร์โมโตขนาดเล็กที่เน้นความคล่องตัว น้ำหนักเบา และการขี่สนุกทั้งในเมืองกับถนนคดเคี้ยว

การอัปเดตครั้งนี้ไม่ได้เปลี่ยนพื้นฐานเครื่องยนต์หรือโครงสร้างครั้งใหญ่ แต่เน้นเพิ่มความสดใหม่ผ่านชุดสีใหม่ พร้อมรักษาความแตกต่างระหว่างรุ่นมาตรฐานกับรุ่น Special Edition ที่ให้อุปกรณ์ตกแต่งและฟีเจอร์ใช้งานมากกว่า


จุดเด่นของ KLX150SM คือการนำพื้นฐานรถสายวิบากของตระกูล KLX มาปรับให้เหมาะกับการใช้งานบนถนน ด้วยล้อขนาด 17 นิ้ว หน้า หลัง ยางทางเรียบ ดิสก์เบรกขนาดใหญ่ และช่วงล่างระยะยุบมากกว่ารถสตรีททั่วไป

HHQmzD.jpeg

ซูเปอร์โมโตขนาดเล็กสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการความคล่องตัว

Kawasaki KLX150SM ถูกวางไว้เป็นรถซูเปอร์โมโตระดับเริ่มต้นในตลาดอินโดนีเซีย โดยอยู่ต่ำกว่า KLX230 และโมเดลพิกัดใหญ่กว่าที่จำหน่ายในตลาดอื่น

รูปแบบของรถประเภทนี้จะผสมตัวถังทรงวิบากเข้ากับล้อและยางสำหรับถนน ทำให้ได้ท่านั่งตัวตรง แฮนด์กว้าง ระยะห่างจากพื้นสูง และการควบคุมที่คล่องตัวในความเร็วต่ำถึงกลาง

คาแรกเตอร์ดังกล่าวเหมาะกับการขี่ในเมืองที่ต้องเปลี่ยนทิศทางบ่อย การผ่านพื้นถนนที่ไม่เรียบ รวมถึงการขี่บนเส้นทางคดเคี้ยวที่ผู้ขี่ต้องการรถน้ำหนักเบาและตอบสนองรวดเร็ว


ดีไซน์สายวิบาก แต่ปรับให้เหมาะกับถนน

รูปลักษณ์ของ KLX150SM 2027 ยังคงเส้นสายแบบรถ Motocross และ Enduro ชัดเจน ทั้งบังโคลนหน้าทรงสูง แฟริ่งด้านข้างแบบบาง เบาะยาว และท้ายรถที่กระชับ

ตัวรถมาพร้อมไฟหน้า LED ทั้งรุ่นมาตรฐานและรุ่น SE ซึ่งช่วยเพิ่มภาพลักษณ์ทันสมัยขึ้น ขณะที่ล้อซี่ลวดขนาด 17 นิ้ว หน้า หลัง ช่วยรักษากลิ่นอายแบบรถวิบากไว้ แม้จะเปลี่ยนมาใช้ขนาดล้อสำหรับการขี่บนถนนแล้วก็ตาม

การเลือกใช้ล้อ 17 นิ้วทั้งสองด้านยังช่วยให้มีตัวเลือกยางทางเรียบและยางสปอร์ตหลากหลายกว่าเมื่อเทียบกับล้อวิบากขนาดใหญ่

HHQWrC.jpeg

เครื่องยนต์ 144cc สูบเดียว เน้นความเรียบง่าย

Kawasaki KLX150SM 2027 ใช้เครื่องยนต์สูบเดียวขนาด 144cc แบบ 4 จังหวะ SOHC 2 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยอากาศ และยังใช้ระบบจ่ายน้ำมันแบบคาร์บูเรเตอร์ Keihin NCV24

เครื่องยนต์ให้กำลังสูงสุด 8.6 kW หรือประมาณ 12 PS ที่ 8,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 11.3 นิวตันเมตร ที่ 6,500 รอบต่อนาที

ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้โดดเด่นในเชิงความแรง แต่เหมาะกับรถที่เน้นน้ำหนักเบา ความง่ายในการดูแล และการตอบสนองที่เพียงพอสำหรับการขี่ในเมืองกับเส้นทางระยะสั้นถึงกลาง

คาร์บูเรเตอร์ยังมีเสน่ห์ในรถสายเรียบง่าย

ในยุคที่รถรุ่นใหม่จำนวนมากเปลี่ยนไปใช้ระบบหัวฉีดแล้ว การที่ KLX150SM ยังใช้คาร์บูเรเตอร์อาจดูเป็นเทคโนโลยีแบบดั้งเดิม

แต่ข้อดีคือระบบมีโครงสร้างไม่ซับซ้อน ดูแลและปรับแต่งได้ง่ายสำหรับช่างที่มีประสบการณ์ อีกทั้งยังเข้ากับจุดยืนของรถที่เน้นความทนทานและการใช้งานตรงไปตรงมา

อย่างไรก็ตาม ระบบคาร์บูเรเตอร์อาจต้องการการดูแลและการปรับตั้งมากกว่าหัวฉีดในบางสภาพอากาศหรือเมื่อระดับความสูงเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ใช้ควรพิจารณาตามลักษณะการใช้งาน

เกียร์ 5 สปีด เหมาะกับการขี่เมืองและทางคดเคี้ยว

เครื่องยนต์ทำงานร่วมกับระบบเกียร์ 5 สปีดแบบรีเทิร์น ซึ่งเป็นชุดส่งกำลังที่เหมาะกับพิกัดและบุคลิกของรถ

อัตราทดเกียร์ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ขี่ใช้งานแรงบิดของเครื่องยนต์ได้ง่าย ทั้งการออกตัว การเร่งในเมือง และการขี่บนเส้นทางที่ต้องเปลี่ยนความเร็วบ่อย

แม้เกียร์ 6 สปีดอาจให้ความยืดหยุ่นในการเดินทางไกลมากกว่า แต่สำหรับรถ 144cc ที่เน้นความคล่องตัว เกียร์ 5 สปีดถือว่าเพียงพอกับรูปแบบการใช้งานหลัก

HHQLsO.jpeg

เฟรมเหล็กแบบ Perimeter

KLX150SM ใช้เฟรมเหล็กแบบ Perimeter ซึ่งช่วยสร้างความแข็งแรงให้กับโครงสร้าง ขณะเดียวกันยังรักษาน้ำหนักตัวรถให้อยู่ในระดับที่ควบคุมไม่ยาก

โครงสร้างลักษณะนี้เหมาะกับรถที่มีพื้นฐานจากสายวิบาก เพราะต้องรองรับแรงกระแทกและการทำงานของช่วงล่างที่มีระยะยุบมากกว่ารถสตรีททั่วไป

เมื่อปรับมาเป็นเวอร์ชันซูเปอร์โมโต เฟรมเดิมจึงช่วยให้รถยังคงความรู้สึกแข็งแรง ขณะที่ล้อ 17 นิ้วทำให้การควบคุมบนถนนมีความคล่องตัวขึ้น

โช้คหน้าหัวกลับ ระยะยุบ 175 มม

ระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็นโช้คหัวกลับขนาด 35 มม มีระยะยุบ 175 มม ส่วนด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวแบบ Uni-Trak มีระยะยุบ 192 มม และสามารถปรับพรีโหลดได้

ระยะยุบระดับนี้มากกว่ารถสตรีททั่วไปอย่างชัดเจน ช่วยให้รถรองรับพื้นถนนขรุขระ รอยต่อถนน และหลุมขนาดเล็กได้ดี

ในขณะเดียวกัน โช้คหน้าหัวกลับยังช่วยเพิ่มภาพลักษณ์แบบสปอร์ต และให้ความมั่นคงกับส่วนหน้ารถในจังหวะเบรกหรือเปลี่ยนทิศทาง

รุ่น SE ได้โช้คหน้าสีทอง

KLX150SM SE เพิ่มความแตกต่างด้วยกระบอกโช้คหน้าสีทอง ซึ่งช่วยให้ภาพรวมของรถดูโดดเด่นและพรีเมียมกว่ารุ่นมาตรฐาน

สีทองไม่ได้เปลี่ยนสเปกการทำงานของโช้ค แต่ช่วยสร้างเอกลักษณ์ให้รุ่น Special Edition และเข้ากับกราฟิกตัวถังที่มีความดุดันมากกว่า

สำหรับผู้ใช้ที่ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ รุ่น SE จึงให้ความรู้สึกเหมือนรถที่ผ่านการตกแต่งมาจากโรงงานแล้ว ไม่ต้องซื้อของแต่งเพิ่มมากนัก

ดิสก์เบรกหน้า 300 มม หลัง 200 มม

ระบบเบรกใช้ดิสก์เบรกเดี่ยวด้านหน้าขนาด 300 มม และด้านหลังขนาด 200 มม ซึ่งถือว่าเป็นสเปกที่เหมาะกับรถซูเปอร์โมโตน้ำหนักเบา

ดิสก์หน้าขนาดใหญ่ช่วยเพิ่มแรงเบรกและการควบคุมการชะลอความเร็ว โดยเฉพาะในจังหวะขี่บนถนนคดเคี้ยวหรือใช้เบรกหน้าหนักกว่ารถวิบากทั่วไป

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่เผยแพร่ไม่ได้ระบุการติดตั้งระบบ ABS ทำให้ผู้ขี่ยังคงต้องควบคุมแรงเบรกด้วยตัวเอง โดยเฉพาะบนพื้นถนนเปียกหรือลื่น

ล้อ 17 นิ้ว หน้า หลัง พร้อมยางทางเรียบ

KLX150SM ใช้ล้อซี่ลวดขนาด 17 นิ้วทั้งด้านหน้าและด้านหลัง จับคู่กับยางหน้า 100/80-17 และยางหลัง 120/70-17

ขนาดยางดังกล่าวช่วยให้รถมีหน้าสัมผัสกับพื้นมากกว่ารถวิบากที่ใช้ยางแคบและลายบั้ง เหมาะกับการเข้าโค้งบนถนนลาดยางและการเบรกบนพื้นผิวปกติ

ล้อซี่ลวดยังช่วยรักษาภาพลักษณ์ของตระกูล KLX และรองรับแรงกระแทกจากพื้นถนนไม่เรียบได้ดี แม้อาจต้องดูแลซี่ล้อและระบบยางในมากกว่าล้อแม็กแบบ Tubeless

ระยะใต้ท้องสูง 275 มม

ตัวรถมีระยะต่ำสุดจากพื้น 275 มม ซึ่งสูงกว่ารถสตรีททั่วไปมาก

จุดนี้ช่วยให้ KLX150SM ผ่านลูกระนาด ทางลาด หลุม หรือพื้นถนนไม่เรียบได้อย่างมั่นใจ และยังลดโอกาสที่ใต้เครื่องจะกระแทกพื้น

แม้จะเป็นรุ่นซูเปอร์โมโต แต่ระยะใต้ท้องที่สูงยังช่วยรักษาความอเนกประสงค์จากพื้นฐานรถวิบากเอาไว้ เหมาะกับประเทศที่สภาพถนนมีความหลากหลาย

เบาะสูง 840 มม

ความสูงเบาะของ KLX150SM และ KLX150SM SE อยู่ที่ 840 มม

ระดับนี้ถือว่าค่อนข้างสูงสำหรับผู้ขี่รูปร่างเล็ก แต่เป็นผลจากช่วงล่างระยะยุบมากและระยะใต้ท้องที่สูง

อย่างไรก็ตาม ตัวรถมีช่วงตัวค่อนข้างแคบ ทำให้ผู้ขี่สามารถหุบขาและแตะพื้นได้ง่ายกว่ารถที่มีเบาะกว้างในระดับความสูงใกล้เคียงกัน

น้ำหนักเบาเพียง 119-120 กก

KLX150SM รุ่นมาตรฐานมีน้ำหนัก 119 กก ส่วนรุ่น SE มีน้ำหนัก 120 กก เพิ่มขึ้นเพียง 1 กก จากอุปกรณ์เสริมที่ติดตั้งมาให้

น้ำหนักระดับนี้ถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เพราะช่วยให้รถควบคุมง่าย เปลี่ยนทิศทางได้รวดเร็ว และจัดการตัวรถในความเร็วต่ำได้ไม่ยาก

สำหรับรถซูเปอร์โมโต ความเบามักมีผลต่อความสนุกมากกว่าแรงม้าสูง เพราะช่วยให้ผู้ขี่สามารถใช้กำลังที่มีอยู่ได้เต็มที่และควบคุมรถได้อย่างมั่นใจ

HHQZWZ.jpeg

รุ่น SE เพิ่มหน้าปัดดิจิทัลและอุปกรณ์สายลุย

KLX150SM SE ได้รับอุปกรณ์เพิ่มเติมจากรุ่นมาตรฐาน ทั้งหน้าปัดแบบดิจิทัล แฮนด์การ์ด และแผ่นกันกระแทกใต้เครื่อง

หน้าปัดดิจิทัลช่วยให้ภาพรวมของรถดูทันสมัยขึ้น และแสดงข้อมูลได้ชัดเจนกว่ามาตรวัดพื้นฐาน

แฮนด์การ์ดช่วยป้องกันมือกับก้านเบรกหรือก้านคลัตช์จากกิ่งไม้และแรงกระแทกเล็กน้อย ส่วนแผ่นกันกระแทกใต้เครื่องช่วยเพิ่มความมั่นใจเมื่อต้องผ่านพื้นถนนขรุขระ

สีใหม่แยกตามรุ่น

KLX150SM รุ่นมาตรฐานมาพร้อมสี Battle Gray ตัด Ebony ให้ภาพลักษณ์เรียบเข้มและใช้งานได้กว้าง

ส่วนรุ่น SE มีตัวเลือกสี Ebony, Neon Green/Ebony, Battle Gray และ Bright White โดยแต่ละสีมาพร้อมโช้คหน้าสีทองและอุปกรณ์ตกแต่งประจำรุ่น

สี Neon Green/Ebony สื่อเอกลักษณ์ของ Kawasaki ได้ชัดที่สุด ขณะที่ Ebony และ Battle Gray เหมาะกับผู้ใช้ที่ชอบความเข้ม ส่วน Bright White ให้ภาพลักษณ์สะอาดและแตกต่างจากสีสายวิบากแบบดั้งเดิม

HHQc8b.jpeg

ราคาอินโดนีเซียยังคงเดิม

Kawasaki KLX150SM รุ่นมาตรฐานเปิดราคาในอินโดนีเซียที่ 39.1 ล้านรูเปียห์ หรือประมาณ 73,000 บาท ขณะที่ KLX150SM SE ราคา 41.5 ล้านรูเปียห์ หรือประมาณ 78,000 บาท

ราคาของรุ่นปี 2027 ยังคงเท่ากับรุ่นก่อนหน้า แม้จะมีการเปลี่ยนสีและกราฟิกใหม่

ส่วนต่างราคาของรุ่น SE แลกกับหน้าปัดดิจิทัล แฮนด์การ์ด แผ่นกันกระแทกใต้เครื่อง และการตกแต่งเฉพาะรุ่น ซึ่งเหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการรถพร้อมใช้งานและมีภาพลักษณ์โดดเด่นขึ้นตั้งแต่โรงงาน

เหมาะกับใคร

Kawasaki KLX150SM 2027 เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการรถน้ำหนักเบา ท่านั่งสูง ควบคุมคล่อง และมีคาแรกเตอร์แตกต่างจากรถเนกเก็ตหรือรถสปอร์ตทั่วไป

รุ่นมาตรฐานเหมาะกับคนที่ต้องการพื้นฐานซูเปอร์โมโตแบบเรียบง่ายและเน้นความคุ้มค่า ส่วนรุ่น SE เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการอุปกรณ์ครบและภาพลักษณ์พิเศษขึ้น

หากต้องเดินทางไกลด้วยความเร็วสูงเป็นประจำ เครื่องยนต์ 144cc อาจไม่ใช่คำตอบที่เหมาะที่สุด แต่สำหรับการขี่ในเมือง ถนนคดเคี้ยว และการใช้งานที่ต้องการความคล่องตัว รถรุ่นนี้มีจุดเด่นชัดเจนมาก

โอกาสในตลาดไทย

สำหรับประเทศไทย ยังไม่มีข้อมูลการทำตลาด Kawasaki KLX150SM รุ่นปี 2027 อย่างเป็นทางการ

ตลาดไทยมีผู้ใช้ที่ชื่นชอบรถแนว Supermoto อยู่ไม่น้อย แต่รุ่นพิกัดเล็กต้องแข่งขันกับรถ Dual Purpose และรถเนกเก็ตที่มีเครื่องยนต์ใหญ่กว่าหรือฟีเจอร์มากกว่า

หากมีโอกาสเข้ามาจำหน่ายจริง จุดขายของ KLX150SM จะอยู่ที่น้ำหนักเบาเพียง 119 กก ช่วงล่างระยะยุบมาก ล้อ 17 นิ้ว และคาแรกเตอร์แบบซูเปอร์โมโตแท้ในขนาดที่ใช้งานได้ง่าย

ซูเปอร์โมโตพิกัดเล็กที่เน้นความสนุกมากกว่าความแรง

Kawasaki KLX150SM และ KLX150SM SE รุ่นปี 2027 ยังคงรักษาสูตรเดิมของรถซูเปอร์โมโตระดับเริ่มต้นเอาไว้ โดยเพิ่มความสดใหม่ผ่านชุดสีและกราฟิกรุ่นใหม่

จุดเด่นของรุ่นนี้คือเครื่องยนต์สูบเดียว 144cc กำลัง 12 PS แรงบิด 11.3 นิวตันเมตร เกียร์ 5 สปีด น้ำหนัก 119-120 กก เบาะสูง 840 มม ระยะใต้ท้อง 275 มม โช้คหน้าหัวกลับ ล้อซี่ลวด 17 นิ้ว หน้า หลัง และดิสก์เบรกทั้งสองล้อ

โดยรวมแล้ว KLX150SM 2027 ไม่ได้พยายามขายตัวเลขแรงม้าสูง แต่ขายความเบา ความคล่องตัว และอารมณ์การขี่แบบซูเปอร์โมโต โดยรุ่น SE ยิ่งเพิ่มความน่าสนใจด้วยหน้าปัดดิจิทัล แฮนด์การ์ด แผ่นกันกระแทกใต้เครื่อง และโช้คหน้าสีทอง ทำให้เป็นตัวเลือกที่โดดเด่นสำหรับคนที่ต้องการรถเล็กซึ่งขี่สนุกและมีบุคลิกเฉพาะตัว

ที่มา autoby.jp

HUjOHq.gif
HUjgjl.gif