8 โมเดลรถมอเตอร์ไซค์จากประเทศจีน ที่ได้รับการยอมรับจากตลาดยุโรป

8 โมเดลรถมอเตอร์ไซค์จากประเทศจีน ที่ได้รับการยอมรับจากตลาดยุโรป

บนโลกของรถมอเตอร์ไซค์ปัจจุบันปฎิเสธไม่ได้เลยว่า ผู้ผลิตจากประเทศจีน กำลังมีบทบาทสำคัญของแวดวงมอเตอร์ไซค์ไม่น้อย เพราะการออกแบบและประสิทธิภาพของตัวรถ ที่ช่วยลบภาพจำเดิมๆ ของผลิตภัณฑ์จากประเทศจีน ที่ต้องเป็นงานก๊อปปี้ ต้องไม่มีประสิทธิภาพ แต่เน้นที่ราคาถูกเป็นสำคัญ ซึ่งมันค่อนข้างแตกต่างในปัจจุบัน และก็ยังคงมีบางแบรนด์ที่ยังคงยึดถึงแนวทางที่พัฒนาไปข้างหน้ามากกว่าการเลียนแบบ จนเป็นที่มาของบทความที่เราจะมาเล่าให้เพื่อนๆ ได้ทราบไปพร้อมๆ กัน

CFMoto 700 CL-X

52aa565a77bcaadaa831eeb35c824799.jpg

แบรนด์ระดับพรีเมี่ยมจากประเทศจีน ใช้ระยะเวลาเกือบสองปี หลังจากเปิดตัวต้นแบบในงาน EICMA Show ในปี 2019 และพึ่งจะเข้าสู่ตลาดยุโรปเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยเจ้า CFMoto 700 CL-X นั้นจะเป็นรถมอเตอร์ไซค์ในแนวทางของ Neo-Retro ที่มีทั้งความทันสมัยและคลาสสิกย้อนยุค ผสมผสานกันอยู่ในตัวเอง โดยผู้ผลิตเองก็มีการแนะนำโมเดลนี้ในสามแนวทางที่เป็นรูปแบบมอเตอร์ไซค์ยอดนิยมในปัจจุบัน ทั้งในแนวทาง Heritage, Sport และ Adventure ซึ่งการออกแบบของตัวรถนั้นทาง CFMotot ได้ใช้บริการของ Kiska บริษัทที่ดูแลงานออกแบบให้กับแบรนด์ดังระดับโลกอย่าง KTM มารับหน้าสื่อในการออกแบบ โดยอาศัยแบบเครื่องยนต์ที่ซื้อลิขสิทธิ์แบบถูกต้องมาจาก Kawasaki ชุดเกียร์จาก BMW และโครงสร้างจาก KTM ด้วยสนนราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 6,400 ยูโร หรือประมาณ 249,730 บาท

Lexmoto LXS 125

13476ab386a4b075566accdfe184d1cb.jpg

มาถึงรถมอเตอร์ไซค์สปอร์ตฟูลแฟร์ริ่งระดับ A1-License ที่พกพาเอกลักษณ์ของงานออกแบบบนแนวทาง Sport Replica พร้อมกับขุมกำลังขนาด 124.8 ซีซี 1 ลูกสูบ 4 จังหวะ แบบ SOHC 2 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยของเหลว ให้กำลังสูงสุด 10.3 แรงม้า (Kw) ที่ 8,750 รอบต่อนาที ทำความเร็วสูงสุดได้เพียง 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถึงแม้ว่าเจ้า LXS 125 จะมีประสิทธิภาพที่ด้อยกว่าคู่แข่งอย่าง KTM RC125, Suzuki GSX-R125 หรือเจ้าตลาดอย่าง Yamaha YZF-R125 แต่ด้วยราคาจำหน่ายที่เพียง 2,800 ปอนด์ หรือประมาณ 128,331 บาท ซึ่งจัดว่าถูกกว่ารุ่นอื่นๆ อยู่พอสมควร และมันก็เป็นหนึ่งในโมเดลที่ขายดีที่สุดในคลาส A1 ในสหราชอาณาจักร อีกทั้งยังมีรุ่นย่อยอย่าง LXR125 และ LXR SE 125 จำหน่ายส่งเสริมกัน

AJS Cadwell Clubman 125

48251a7a6d28947eee2f9fea6f4ad9ab.png

AJS หรือ A. J. Stevens & Co. Ltd เป็นอดีตแบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ชื่อดังจากเกาะอังกฤษ ที่ก่อนตั้งมาตั้งแต่ปี 1931 แต่มีการเข้ามาควบคุมกิจการจากกลุ่มธุรกิจสัญชาติจีนในปี 2012 แต่ยังคงรักษาแนวทางของการผลิตและออกแบบรถมอเตอร์ไซค์ในแนวทาง Classic-Retro ดั่งเดิมของทางค่ายไว้ โดยโมเดลที่เป็นรุ่นขายดีที่สุดในยุโรปก็คือ AJS Cadwell Clubman 125 มอเตอร์ไซค์บนแนวทางของ Cafe Racer ย้อนยุคที่มีการออกแบบที่อิงกับรถคลาสสิกช่วงปี 80’s ไฟหน้ากลมดวงโต กระปุกไมล์แบบอนาล็อกคู่ ชุดเบาะนั่งตอนเดี่ยว แฮนด์แบบจับหัวโช็ค ควบคู่ไปกับความทันสมัยด้วยขุมกำลัง 125 ซีซี 1 ลูกสูบ แบบ SOHC ระบายความร้อนอากาศ ที่มาพร้อมกับกำลังสูงสุด 10 แรงม้า (KW)

Herald Brute 500

29582cb000645d0151261ff66f9f87d9.jpg

รถมอเตอร์ไซค์บนแนวทางที่ผสมผสานความเป็น Scrambler และ Flat Track racer ที่ต่อยอดมาจากรุ่นเล็กอย่าง Brute 250 ที่ดูจะไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าไหร่นักในตลาด แต่เมื่อมีการขยายเครื่องยนต์ใหม่ ในพิกัด 500 ซีซี มันกลับได้รับเสียตอบรับอย่างล้นหลาม ด้วยการออกแบบที่ทันสมัย พร้อมกับขุมกำลังเครื่องยนต์ 449 ซีซี 1 ลูกสูบ ที่เน้นแรงบิดในรอบต่ำ ให้พละกำลังสูงสุด 42.9 แรงม้า (BHP) แรงบิดสูงสุด 40 นิวตันเมตร และมีราคาจำหน่าย 6,950 ปอนด์ หรือประมาณ 318,525 บาท ซึ่งมันอาจจะดูแพงไปสักหน่อยถ้าเทียบกับคู่แข่งอื่นๆในตลาด แต่ตัวรถกลับได้รับความนิยม และจัดว่าเป็นโมเดลขายดีที่สุดของแบรนด์เลยก็ว่าได้

MASH X-Ride

6d67d5a613c91bb6894b2b8c7453260b.jpg

สำหรับค่าย MASH มีต้นกำเนิดในประเทศฝรั่งเศส และได้ถูกบริษัทจากประเทศจีนเข้าซื้อกิจการไปเมื่อปี 2006 และทำการบูรณะใหม่จนกลับมาทำกิจการใหม่ในปี 2019 ที่ผ่านมา และโมเดลล่าสุดที่ทางแบรนด์ใช้เป็นโมเดลเรือธงของทางค่ายคือเจ้า X-Ride ที่มาในแนวทางของรถ Enduro ยุค 70’S โดยที่การออกแบบนั้นทำให้เรานึกถึงรถในตำนานอย่าง Yamaha XT500 ซึ่งเจ้า X-Ride นั้นพาขุมกำลังขนาด 643.7 ซีซี แบบ 1 ลูกสูบ ระบายความร้อนด้วยอากาศ ให้กำลังสูงสุด 40 แรงม้า (HP) ที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 46 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบต่อนาที มีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 4,999 ปอนด์ หรือประมาณ 229,126 บาท ซึ่งค่อนข้างยั่วใจบรรดาผู้ครอบครองใบขับขี่แบบ A2 ไม่น้อย

CFMoto 650 GT

b50a5b4263bdcf38e6405388dba64ebe.jpg

สปอร์ตทัวร์ริ่งระดับกลาง ที่เคยเปิดตัวในประเทศไทย (แต่ยังไม่ขายในปัจจุบัน) ซึ่งคงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณของมันให้มากมาย เพราะเราเองก็เฝ้ารอการเข้ามาของมันอย่างใจจดใจจ่อ แต่ด้วยอะไรหลายๆ อย่าง เจ้า 650 vGT รุ่นคู่ขนานกับ 650 MT ก็ไม่ทำตลาดในประเทศไทยสักที แต่กลับไปเปรี้ยงปร้างในตลาดยุโรปเป็นอย่างมาก มันถูกจำหน่ายเฉพาะในยุโรปไปกว่า 1 แสนคันตลอดช่วงเวลา 4 ปีเศษๆ ที่ทำตลาดอยู่ และดูเหมือนว่ายอดจำหน่ายจะยังเดินหน้าต่อไปแบบไม่หยุดนิ่งอย่างแน่นอน

Zontes R310

a27c6c6fb52e5192b3be3b96a8a55c40.png

โมเดลเปิดตัวในตลาดยุโรปจากแบรนด์จีนระดับพรีเมี่ยม กับเจ้าเนกเกตสปอร์ตคลาสเริ่มต้น ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่ทางผู้ผลิตจะเลือกใช้วัสดุพิเศษในการผลิตแฟร์ริ่ง ที่การันตีว่าเมื่อรถเกิดล้ม หรืออุบัติเหตุที่ไม่ร้ายแรง แฟร์ริ่งจะมีความสามารถในการยืดหยุ่น โค้งงอ และไม่ฉีกขาดอย่างแน่นอน อีกทั้งตัวรถยังมาพร้อมระบบที่ทันสมัยไม่ว่าจะเป็นระบบไฟแบบ LED รอบคัน กุญแจรีโมท ที่สามารถเปิดฝาถังน้ำมันได้โดยไม่ต้องลงจากรถและไม่ต้องใช้กุญแจ ทั้งนี้ยังมีรุ่นท๊อปที่มาพร้อมกับเอกลักษณ์เพียง 1 เดียว ด้วยสวิงอาร์มหลังแบบแขนเดี่ยว ซึ่งนับว่าเป็นแบรนด์เดี่ยวที่เลือกใช้อุปกรณ์นี้บนรถมอเตอร์ไซค์พิกัดต่ำกว่า 400 ซีซี อีกด้วย

Benelli TRK 502

01aaaa7faae094765c5b9693a3a3c7ae.jpg

เดี๋ยวก่อน Benelli มันแบรนด์อิตาเลี่ยนไม่ใช่เหรอ เมื่อก่อนน่ะใช่ แต่ตอนนี้เค้าได้นายใหม่เป็นกลุ่ม Qianjiang Motors ซึ่งมีการแตกไลน์ย่อยแบรนด์ลูกอย่าง QJMotor ที่ทำตลาดเฉพาะในประเทศจีน ซึ่งมีการส่งต่อผลิตภัณฑ์ระหว่างสองแบรนด์นี้อย่างต่อเนื่อง แต่ถ้าให้ย้อนกลับไปยังบริบทเริ่มต้นการเข้ามาของ Qianjiang Motors แล้ว โมเดลนำร่องของกลุ่มก็คือการรื้อฟื้นเครื่องยนต์ในพิกัด 500 ซีซี ของทางค่าย และปฎิเสธไม่ได้เลยว่า โมเดลขายดีที่สุดของแบรนด์ Benelli ที่ทำให้บริษัทกลับมาลืมตาอ้าปากได้อีกครั้งก็คือ TRK501 และ TRK502 นั่นเอง

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก www.visordown.com

เรื่องฮิตล่าสุด!
d58b1dbc6d8ac28f10171ea1caf00eef.gif
03b9479b2c7b58f2ce1447a25bda2038.jpg
sy690Z.gif
1d568e15a0ec762f169de615fb1ebf93.gif
8e49844b91ba44edf53bc3e7924967dd.jpg
sP2wYz.jpg