ย้อนอดีต 1988-1993 BMW K1 สุดยอดวิศวกรรมยานยนต์แห่งยุค 90’S

ย้อนอดีต 1988-1993 BMW K1 สุดยอดวิศวกรรมยานยนต์แห่งยุค 90'S

เมื่อเราพูดถึงนวัตกรรมยานยนต์จากอดีตถึงปัจจุบัน ผู้รู้หลายๆ คนมักจะคิดถึง BMW K1 รถมอเตอร์ไซค์สายสปอร์ตทัวร์ริ่ง ที่ผลิตขึ้นมาจำหน่ายจริงในช่วงปี 1988-1993 ด้วยเทคโนโลยีในการผลิตที่ล้ำสมัย และยังเป็นพื้นฐานสำหรับรถมอเตอร์ไซค์ของบริษัทมาจนถึงปัจจุบัน วันนี้เราเลยอยากพาเพื่อนๆ ไปทำความรู้จักกับโมเดลนี้ให้มากขึ้นผ่านบทความนี้กันครับ

1 18

จุดเริ่มต้นของ BMW K1 ย้อนกลับไปในช่วงปี 1983 BMW ผู้ผลิตยานยนต์สัญชาติเยอรมันได้นำเสนอโมเดลใหม่อย่างเจ้า K100 ที่มาพร้อมกับขุมกำลังขนาด 987 ซีซีแบบ Flat-Four ระบายความร้อนด้วยอากาศ และด้วยความเหมือนของรูปแบบเครื่องยนต์และรูปลักษณ์ภายนอก มันถูกล้อเลียนว่าเป็นโมเดลที่ก๊อปปี้มาจาก Honda GL1000 Glod Wing จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งหลังจากการผลิตและจำหน่ายได้ 1 ปี BMW ก็ฉีกแนวคิดเดิมของยุคสมัยด้วยการผลักดันผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างเจ้า 1983 BMW K1 รถมอเตอ์ไซค์ในแนวทางสปอร์ตทัวร์ริ่งที่เน้นการขับขี่ด้วยความเร็วสูง อีกทั้งยังหนีจากแนวทางเดิมๆ ที่ถูกล้อเลียน แต่กลับสร้างบรรทัดฐานใหม่ๆให้กับวงการมอเตอร์ไซค์ในช่วงเวลานั้น ด้วยอุปกรณ์ขั้นสุดและนวัตกรรมยานยนต์ที่เหนือกว่าคู่แข่งแบบไม่เห็นฝุ่น

7 8

1983 BMW K1 มาพร้อมกับขุมกำลัง 987 ซีซีแบบ Flat-Four ชุดเดียวกับของ K100 แต่มีการปรับเปลี่ยนระบบระบายความด้วยการใส่ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวเข้ามา เพื่อให้เครื่องยนต์สามารถทำงานในรอบสูงได้เต็มประสิทธิภาพกว่าเดิม ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบในเรื่องของกำลังกันแล้ว K100 จะมีกำลังสูงสุดที่ 66 แรงม้า (KW) ที่ 8,000 รอบต่อนาที พร้อมกับแรงบิดสูงสุด 85.8 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบต่อนาที ทำความเร็วสูงสุดได้ 220 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในส่วนของ K1 จะให้กำลังสูงสุด 75 แรงม้า (KW) ที่ 8,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 100 นิวตันเมตร ที่ 6,750 รอบต่อนาที พร้อมกับความเร็วสูงสุดแบบทะลุนรก 307 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งนับว่าแรงที่สุดในช่วงเวลานั้น

1990 bmw k1 right side front angle closeup

สิ่งที่ท้าทายความคิดของทีมพัฒนาเจ้า K1 มากที่สุดคือการตั้งเป้าให้โมเดลนี้กลายเป็นรถมอเตอร์ไซค์สำหรับการขับขี่บนเส้นทางท้านรก Autobahn ทางหลวงที่ไร้ขีดจำกัดในเรื่องของความเร็ว ทำให้ตัวรถนั้นได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากรถยนต์ในระดับ Supersport จากแบรนด์ BMW อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์และระบบระบายความร้อน อย่างที่เกริ่นไปข้างต้น ด้วยเครื่องยนต์แบบ Flat-Four 4 ลูกสูบนอน 987 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ 4 จังหวะแบบ DOHC 4 วาล์วต่อสูบ จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์จาก BOSCH ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์ 5 สปีด ระบบคลัทซ์แบบ Single Dry-Clutch แผ่นเดียวโดดเหมือนกับที่ใช้ในรถยนต์ ส่งกำลังสุดท้ายด้วยเพลาขับไฟฟ้า BMW -Sensor Paralever ที่เสริมความปลอดภัยด้วยระบบป้องกันล้อล็อก ABS และชุดเบรกจากแบรนด์ Brembo ชุดล้อหน้าขนาด 17 นิ้ว และล้อหลังไซส์ใหญ่ 18 นิ้ว เพื่อให้สามารถขับแรงส่งจากเพลาไฟฟ้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

6 2048x1365

มาพูดถึงระบบเพลาขับไฟฟ้า BMW -Sensor Paralever กันสักหน่อย โดยเจ้าอุปกรณ์ชิ้นนี้ยังคงเป็นที่สุดของนวัตกรรมระบบส่งกำลังสุดท้ายที่ยังไม่มีใครสามารถล้มมันลงได้ ด้วยการให้ค่าสัมประสิทธิ์การลากที่ต่ำมากๆ เพียง .34 Co-Efficient Drag ซึ่งเป็นการให้ค่าที่ต่ำที่สุดในระบบส่งกำลังสุดท้าย ที่ถึงแม้เวลาจะผ่านมานานนับ 40 ปี แต่ยังไม่มีใครหน้าไหนสามารถลดค่าเสียดทานนี้ให้ต่ำกว่านี้ได้เลย และสิ่งหนึ่งที่เรียกได้ว่าเป็นที่สุดของที่สุดก็คือโหมดการขับขี่ที่จะปรับเจ้าเพลาไฟฟ้านี้ให้กลายเป็นตัวส่งกำลังแบบ Drifting-Sliding Bike ที่สามารถดริฟท์เข้าและออกในทางโค้งได้อย่างไม่น่าเชื่อ ถ้าคุณกล้าพอจะควบคุมตัวรถที่หนักกว่า 259 กิลกรัมและแรงม้าที่เกือบจะ 100 ตัวได้ไหว

8 8

ถึงแม้ว่าตัวรถ K1 จะใช้พื้นฐานบางส่วนมาจาก K100 บวกเข้ากับการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงทางด้านเครื่องยนต์ โครงสร้างของมันก็ถึงปรับด้วยเช่นกัน ด้วยโครงสร้างรูปแบบเดิม แต่มีการปรับขนาดของท่อให้สั้นลง และปรับให้ขนาดท่อที่สั้นลงไปนั้นมีขนาดที่ใหญ่กว่าเดิม บวกกับฐานล้อที่ยาวกว่า ทำให้ตัวรถมีประสิทธิภาพในการวิ่งที่เหนือกว่าในย่านความเร็วสูง แต่อาจจะมีจะอ่อนเล็กน้อยที่ย่านความเร็วต่ำ ถึงแม้ว่าตัวรถจะออกแบบให้เป็นสปอร์ตทัวร์ริ่ง แต่ตัวรถที่อยู่ในย่านความเร็วรอบเครื่องยนต์ไม่ถึง 4,500 รอบนั้น ต้องใช้ความชำนาญพอสมควร ด้วยน้ำหนักของตัวรถที่มากและจุดศูนย์ถ่วงที่กระจายไปด้านหลังจากน้ำหนักของเพลาขับ หากใครไม่คุ้ยเคยกับมันแล้วเผลอกระแทกคันเร่งไปแบบส่ง มีได้หงายหลังขาชี้ฟ้าเป็นแน่แท้

1990 bmw k1 abs
1990 bmw k1 gauges closeup
1990 bmw k1 left side front angle view

ในอดีต BMW K1 เคยถูกนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ในช่วงปี 1989 โดยบริษัท BMW  จำกัด ด้วยราคาเปิดตัว 256,000 บาท ซึ่งในเวลานั้นก๋วยเตี๋ยวหนึ่งชามยังราคา 3-5 บาทอยู่เลย คงไม่ต้องพูดถึงความหรูหราของราคาสำหรับรถมอเตอร์ไซค์ในช่วงเวลานั้น มันค่อนข้างแพงจนไม่รู้จะแพงยังไง และเมื่อเราลองสืบค้นไปถึงยอดจำหน่ายของโมเดล K1 จากทั่วโลกแล้ว ตัวรถสามารถขายได้มากถึง 6,921 คัน ซึ่งมันสามารถบอกได้ถึงประสิทธิภาพที่เหนือกว่าราคา ถึงแม้จะแพงแต่ก็มีคนยอมจ่ายเพื่อให้ได้มันมาไว้ครอบครอง และคงไม่ต้องคิดว่าถ้ามันยังอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้จริงในปัจจุบัน ราคาขายต่อของมันน่าจะทะลุ 7 หลักค่อนไปทาง 8 หลักได้อย่างสบายๆ

1990 bmw k1 right side

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก www.rideapart.com www.motorcyclespecs.co.za

เรื่องฮิตล่าสุด!
AR5Osy.gif
A0qGfN.jpg
ABX9c0.gif
sS9UM8.gif
sS9CWk.gif
57fd746f08affa4adb7c702defed6cea.jpg