เปิดตัว Yamaha NMAX E สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ วิ่งไกล 104 กม. แรงบิด 33.3 Nm

Yamaha เปิดตัว All-New NMAX E รุ่นปี 2027 อย่างเป็นทางการในยุโรป พร้อมพาชื่อ NMAX ก้าวเข้าสู่ยุครถไฟฟ้าเต็มตัวเป็นครั้งแรก โดยยังคงคาแรกเตอร์ของ MAX Series เอาไว้ แต่เปลี่ยนระบบขับเคลื่อนใหม่ทั้งหมด ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าพร้อมชุด eAxle และแบตเตอรี่ขนาด 3.5 kWh
รถรุ่นนี้ถูกวางตำแหน่งเป็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเทียบเท่ารถเครื่องยนต์ 125cc สำหรับใบขับขี่ A1 ในยุโรป และสามารถวิ่งได้ไกลสูงสุด 104 กม. ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน WMTC Class 1

NMAX รุ่นแรกที่ไม่มีเครื่องยนต์
สิ่งที่เปลี่ยนไปมากที่สุดคือ NMAX E ไม่ได้ใช้เครื่องยนต์สูบเดียวพร้อม CVT แบบ NMAX ที่เราคุ้นเคย แต่เปลี่ยนมาใช้มอเตอร์ไฟฟ้าพร้อมชุดขับเคลื่อนใหม่ที่ Yamaha เรียกว่า eAxle
ชุด eAxle รวมมอเตอร์ไฟฟ้า ชุดควบคุมมอเตอร์ และเฟืองทดเข้าไว้ด้วยกันในแพ็กเกจขนาดกะทัดรัด ก่อนส่งกำลังไปยังล้อหลังผ่านสายพาน
กำลังสูงสุดอยู่ที่ 7.5 kW หรือประมาณ 10.2 PS ที่ 3,500 รอบต่อนาที
ตัวเลขแรงม้าอาจไม่ได้ดูหวือหวา แต่สิ่งที่น่าสนใจอยู่ที่แรงบิดสูงสุดถึง 33.3 นิวตันเมตร ซึ่งมาให้ตั้งแต่เพียง 500 รอบต่อนาที
จุดนี้ทำให้ NMAX E สามารถตอบสนองได้ทันทีตั้งแต่ออกตัว โดยไม่ต้องรอรอบเครื่องหรือการทำงานของคลัตช์แบบรถเครื่องยนต์
แบตเตอรี่ 3.5 kWh วิ่งได้ 104 กม.
NMAX E ใช้แบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาด 3.5 kWh แบบติดตั้งถาวรภายในตัวรถ
Yamaha วางแบตเตอรี่เอาไว้บริเวณกึ่งกลางตัวรถและอยู่ในตำแหน่งค่อนข้างต่ำ เพื่อช่วยลดจุดศูนย์ถ่วงและทำให้ควบคุมรถง่ายขึ้น
ระยะทางสูงสุดต่อการชาร์จเต็มอยู่ที่ 104 กม. ตามมาตรฐาน WMTC Class 1 เมื่อทดสอบที่อุณหภูมิแบตเตอรี่ 25 องศาเซลเซียส
สำหรับการใช้งานในเมือง หากเดินทางวันละประมาณ 20–30 กม. ระยะทางระดับนี้ก็ถือว่าสามารถใช้งานได้หลายวันก่อนต้องชาร์จอีกครั้ง

ชาร์จบ้านก็ได้ ใช้สถานี Type 2 ก็ได้
หนึ่งในจุดที่ Yamaha ให้ความสำคัญคือความสะดวกในการชาร์จ
ตัวรถติดตั้งเครื่องชาร์จ On-board ขนาด 800W มาให้ และสามารถเสียบชาร์จจากไฟบ้านผ่านสายเฉพาะของ Yamaha ได้
นอกจากนี้ยังรองรับสถานีชาร์จสาธารณะแบบ AC Type 2 ที่ใช้กันแพร่หลายในยุโรป
ระยะเวลาชาร์จจาก 0–100% อยู่ที่ประมาณ 5.5 ชั่วโมง ภายใต้เงื่อนไขที่ Yamaha กำหนด
ตัวเครื่องชาร์จเป็นแบบ Fanless จึงไม่มีเสียงพัดลมขณะชาร์จ เหมาะกับการเสียบชาร์จช่วงกลางคืนในพื้นที่พักอาศัย

มี 3 Riding Mode
NMAX E มีโหมดการขับขี่ให้เลือก 3 แบบ เพื่อปรับลักษณะการตอบสนองให้เหมาะกับการใช้งาน
Mode S เน้นการตอบสนองและอัตราเร่งที่กระฉับกระเฉง
Mode T เน้นความสมดุลสำหรับการใช้งานทั่วไป
Mode E เน้นความประหยัดและช่วยเพิ่มระยะทางต่อการชาร์จ
ระบบยังมี Regenerative Braking หรือการนำพลังงานกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ขณะชะลอความเร็ว โดยระดับการทำงานจะแตกต่างกันตามโหมดที่เลือก

โครงสร้าง EV ใหม่ กระจายน้ำหนักหน้า-หลังเกือบ 50:50
สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือ Yamaha ไม่ได้ใช้โครงสร้างสกู๊ตเตอร์แบบเดิม
NMAX E ใช้เฟรม Backbone ที่พัฒนาขึ้นสำหรับรถไฟฟ้าโดยเฉพาะ และวางทั้งแบตเตอรี่กับมอเตอร์ใกล้กับกึ่งกลางตัวรถ
Yamaha ระบุว่าสามารถทำให้น้ำหนักหน้าและหลังอยู่ใกล้เคียงสัดส่วน 50:50
ด้านหลังยังเปลี่ยนมาใช้สวิงอาร์มแยกออกจากชุดมอเตอร์ คล้ายกับรถมอเตอร์ไซค์ทั่วไป แทนการใช้เครื่องยนต์และชุดส่งกำลังเป็น Unit Swing แบบสกู๊ตเตอร์เครื่องยนต์
ข้อดีคือช่วยลดน้ำหนักใต้สปริง และทำให้ช่วงล่างตอบสนองต่อพื้นผิวถนนได้ดีขึ้น
ด้านหน้าใช้โช้ก Telescopic ขนาดแกน 33 มม. ส่วนด้านหลังเป็นโช้กคู่

ล้อ 13 นิ้ว พร้อม ABS หน้า-หลัง
NMAX E ใช้ล้อขนาด 13 นิ้วทั้งด้านหน้าและหลัง
ยางหน้าขนาด 110/70-13 และด้านหลัง 130/70-13
ระบบเบรกเป็นดิสก์ขนาด 245 มม. ทั้งหน้าและหลัง พร้อม ABS
นอกจากนี้ยังมี Traction Control System หรือ TCS ช่วยควบคุมการหมุนฟรีของล้อหลัง ซึ่งถือว่ามีประโยชน์กับรถไฟฟ้าที่ให้แรงบิดสูงตั้งแต่ออกตัว

จอ TFT 5 นิ้ว พร้อม Yamaha Motor On
หน้าจอเป็น Full Color TFT ขนาด 5 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ตโฟนผ่านแอป Yamaha Motor On
หน้าจอสามารถแสดงข้อมูลการใช้พลังงาน สถานะการชาร์จ รวมถึงการทำงานของระบบ Regenerative Braking
เมื่อเชื่อมต่อโทรศัพท์แล้ว ยังรองรับระบบนำทางแบบ Turn-by-Turn รวมถึงการแจ้งเตือนสายโทรเข้าและข้อมูลบางส่วนจากสมาร์ตโฟน
มี Reverse ช่วยถอยรถ
ฟีเจอร์ที่น่าสนใจอีกอย่างคือ Reverse Function
ผู้ขี่สามารถสั่งให้รถถอยหลังด้วยความเร็วต่ำผ่านปุ่มบนแฮนด์ ช่วยให้การนำรถออกจากพื้นที่จอดแคบหรือบริเวณที่มีความลาดเอียงทำได้ง่ายขึ้น
ระบบ Smart Key และ USB Type-C ก็มีมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
ใต้เบาะยังมีพื้นที่เก็บของพร้อมไฟส่องสว่าง ซึ่งสามารถใส่หมวกกันน็อกแบบ Full Face ได้ 1 ใบ ขึ้นอยู่กับรูปทรงและขนาดของหมวก
เบาะสูง 770 มม. เน้นใช้งานในเมือง
ความสูงเบาะอยู่ที่ 770 มม. ซึ่งถือว่าเข้าถึงได้ง่ายสำหรับรถในตระกูล MAX
ตำแหน่งวางเท้ายังออกแบบให้สามารถปรับท่านั่งได้หลายแบบเหมือน NMAX เครื่องยนต์ ทั้งวางเท้าราบหรือเหยียดไปด้านหน้าเล็กน้อย
ดีไซน์ภายนอกยังคง DNA ของ MAX Series เอาไว้ ทั้งเส้นสายบริเวณแฟริ่งด้านข้าง รูปทรง Boomerang และไฟหน้าคู่แบบใหม่ที่มีขนาดกะทัดรัดกว่าเดิม
สำหรับยุโรปมีสี Avio Blue และ Platinum Silver

NMAX กำลังก้าวไปอีกทาง
NMAX E ถือเป็นรถที่น่าสนใจมากกว่าการเป็นเพียง “NMAX ที่เปลี่ยนเครื่องยนต์เป็นมอเตอร์”
Yamaha พัฒนาใหม่ตั้งแต่ระบบขับเคลื่อน eAxle ตำแหน่งแบตเตอรี่ เฟรม สวิงอาร์ม ไปจนถึงการกระจายน้ำหนัก เพื่อให้รถยังคงมีบุคลิกการขี่แบบสปอร์ตตามแนวทางของ MAX Series
ระยะทาง 104 กม. ต่อการชาร์จอาจยังไม่ใช่ตัวเลขสำหรับการเดินทางไกล แต่สำหรับรถที่วางตำแหน่งเป็นสกู๊ตเตอร์เมืองระดับ 125cc ถือว่าเพียงพอกับการเดินทางประจำวันของผู้ใช้จำนวนมาก
Yamaha เตรียมเริ่มส่งมอบ NMAX E ในยุโรปช่วงปี 2027 ส่วนในประเทศไทยขณะนี้ยังไม่มีประกาศว่าจะมีการนำรุ่นนี้เข้ามาทำตลาดหรือไม่ แต่ด้วยความนิยมของชื่อ NMAX ในบ้านเรา การขยับเข้าสู่ระบบไฟฟ้าเต็มตัวครั้งนี้ย่อมเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าจับตา
ที่มา autoby.jp

ผู้ก่อตั้ง GreatBiker.com ทำงานในวงการมอเตอร์ไซค์มากว่า 15 ปี รายงานข่าวรถมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยเรียบเรียงจากข้อมูลของแต่ละแบรนด์ และทดสอบขี่จริงกับรถที่เปิดตัวในไทย


