Triumph TE-1 พร้อมแล้วสำหรับการทดสอบ

Triumph TE-1 พร้อมแล้วสำหรับการทดสอบ

ผ่านการเดินทางมากกว่า 3 ปี สำหรับโครงการรถมอเตอร์ไซค์พลังงานไฟฟ้าจากแบรนด์ Triumph ผู้ผลิตรถมอเตอร์ไซค์ระดับโลกจากประเทศอังกฤษ ก็เข้าสู่กระบวนการพัฒนาขั้นเกือบสุดท้าย หลังจากทำการพัฒนาอยู่ในโรงงานของตนเองร่วมกับบริษัท Williams Advanced Engineering ผู้เชี่ยวชาญด้านแบตเตอรี่และโมดุล ซึ่งล่าสุดทาง Triumph ก็ได้ออกมาประกาศถึงความพร้อมในการทดสอบเจ้า TE-1 อย่างเป็นทางการแล้ว

08acb74f88c721d703389e19987d8640.jpg

อย่างที่เราได้เกริ่นไป Triumph TE-1 เป็นความร่วมมือกันระหว่างแบรนด์อังกฤษสองแบรนด์อย่าง Triumph และ Williams Advanced Engineering โดยมีการแยกสัดส่วนในการพัฒนาอย่างชัดเจน โดยทาง Triumph จะรับหน้าที่ในการออกแบบตัวรถทั้งคัน ส่วน WAE จะรับหน้าที่ในการพัฒนาชุดโมดุลและแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง

ในพาร์ทของ Triumph นั้นงานออกแบบของตัวรถ ด้วยรูปแบบของโครงสร้างที่เราไม่ค่อยจะคุ้นเคยนัก ทั้งในส่วนของเฟรมหลักและเฟรมย่อย ตัวรถดูจะมีความหนากว่ารุ่นอื่นๆ ของทางค่าย โดยส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะแบตเตอรี่และชุดควบคุมต่างๆ ที่มีขนาดใหญ่ ทำให้งานออกแบบนั้นถูกจำกัด แต่ทาง Triumph เองก็ยังคงทิ้งลายเซ็นที่เป็นเอกลักษณ์ของทางค่าย ด้วยงานออกแบบชุดไฟหน้าที่ดูคล้ายกับรถในตระกูล Triple ของทางค่าย ทำให้เรารู้สึกถึงความคุ้นเคย

a475a4aaa6d07da5e852d7d89c6bfa27.jpg

ในพาร์ทของ Williams Advanced Engineering ได้ทำการพัฒนาชุดแบตเตอรี่ ซึ่งรวมถึงผลกระทบต่อจุดศูนย์ถ่วงของตัวรถตลอดจนการระบายความร้อน พอร์ตการชาร์จ และตัวแปลง DC-DC Dyrr Ardash โดยทางหัวหน้าฝ่ายพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ของ WAE ได้กล่าวไว้ว่า “หลังจากการทดสอบเป็นระยะเวลายาวนาน เรารู้สึกตื่นเต้นมากที่ในที่สุดจะได้เห็นผลงานของเรากับตัวรถของจริงด้วยการทำงานร่วมกับทีมงานที่ Triumph เราได้ผลักดันขอบเขตของเทคโนโลยีแบตเตอรี่อย่างต่อเนื่อง โดยคำนึงถึงผู้ขับขี่อยู่เสมอ เนื่องจากเราได้ออกแบบแบตเตอรี่ตั้งแต่ต้นจนจบ การออกแบบจึงไม่ถูกลดทอนลง และเราสามารถผลักดันขอบเขตของเทคโนโลยีในปัจจุบันได้ โดยให้ทั้งประสิทธิภาพและช่วงที่สำคัญทั้งหมด”

บนตัวรถ Triumph TE-1 นั้นจะใช้ระบบส่งกำลังแบบ Integrated Inverter โดยที่ระบบรวมถึงมอเตอร์ขับกำลังไฟฟ้า มีน้ำหนักรวมกันเพียง 10 กิโลกรัมเท่านั้น และมีความสามารถในการเร่งกำลังสูงสุดได้ 174.3 แรงม้า (HP) ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ส่วนกำลังสูงสุดแบบต่อเนื่องจะอยู่ที่ประมาณ 120.7 แรงม้า (HP) โดยที่ระบบ Integrated Inverter จะมีความสามารถในการปรับสมดุลพลังงานได้มากกว่า 670 แรงม้า!! (HP)

c4d33415513dfc3fff84a25f039c4aef.jpg

Andrew Cross หัวหน้าเจ้าหน้าที่ด้านเทคนิคของ Integral Powertrain กล่าวว่า “เราได้ติดตั้งระบบ Integrated Inverter พร้อมกับชุดโมดุลแบตเตอรี่บนตัวรถเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และกำลังส่งมอบประสิทธิภาพตามเป้าหมายและประสิทธิภาพของวงจรที่เราออกแบบ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย เราตั้งตารอข้อเสนอแนะจากการทดสอบตัวรถและประโยชน์ของประสิทธิภาพสูงของเราในการคำนวนระยะการเดินทางของแบตเตอรี่ต่อระยะจากการชาร์จหนึ่งครั้งบนการใช้งานจริง”

ระยะของโครงการ TE-1 นั้นเข้าสู่ Phase 4 เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งในระยะแผนนี้จะเป็นการทดสอบบนท้องถนนจริง เพื่อปรับเทียบการใช้งานในสนามปิด ในเรื่องของการทำ Mapping ระบบส่งกำลัง เพื่อหาสมดุลระหว่างประสิทธิภาพ การใช้งาน และระยะ ตลอดจนการพัฒนาโหมดการขี่ และระบบระบายความร้อนต่างๆ ของตัวรถ ส่วนขั้นตอนต่อไป คือการทดสอบในสนามแข่ง ซึ่งเป็นมาตรฐานของการพัฒนารถมอเตอร์ไซค์ต่างๆ ของทางค่าย โดยจะมีการทดสอบการบังคับควบคุม ประสิทธิภาพ การเบรก และระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ในสถานการณ์จริง นั่นคือทั้งหมดเนื่องจากจะเกิดขึ้นในอีกหกเดือนข้างหน้า โดย Triumph penciling ในช่วงฤดูร้อนปี 2022

03711e526b9ce120cc3d9d6151fed315.jpg

Nick Bloor ซีอีโอของ Triumph กล่าวว่า “เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่งที่ได้เห็นความคืบหน้าในเฟสที่ 3 ของ Project Triumph TE 1 กับรถมอเตอร์ไซค์พลังงานไฟฟ้า ที่กำลังเข้าสู่การทดสอบในชีวิตจริง ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับ Triumph รู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของนวัตกรรมความร่วมมือในอังกฤษ โดยส่วนตัวแล้ว ผมตื่นเต้นกับผลลัพธ์ที่เราได้รับร่วมกับพันธมิตรของเรา และการแสดงตัวอย่างที่น่าตื่นเต้นของอนาคตไฟฟ้าที่กำลังจะมาถึง เราตั้งตารอที่จะสานต่องานที่มีความทะเยอทะยานและสร้างสรรค์ต่อต้นแบบ TE-1 และแบ่งปันผลลัพธ์กับแฟนๆ ของ Triumph ทั่วโลก”

f467f260928ac37518cc7cc1716884f1.jpg

โครงการ TE-1 ได้รับทุนจากสำนักงานกรมการขนส่งสำหรับยานพาหนะที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ ผ่านทาง Innovate UK ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยและนวัตกรรมของรัฐบาล และคาดว่าการทดสอบทั้งหมดจะเสร็จสิ้นก่อนสิ้นปี 2022 นี้ และคาดว่าจะมีการเปิดตัวรถต้นแบบก่อนการผลิตจริงในช่วงไตรมาสที่สองของปี 2023 และคาดว่าจะมีการจำหน่ายอย่างเป็นทางการในปี 2024 เป็นอย่างช้า

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก www.bennetts.co.uk

e3c5f26071a692f52c0a0ae44a03ec71.gif
0ba176b19528f51aad78cb63e250a806.gif
a5033c0952508ef29648d510d1a24ad6.gif