Stark Future เปิดตัวรถวิบากพลังงานไฟฟ้า “Stark VARG”

ในช่วงเวลาของการเปลี่ยนถ่ายจากพลังงานน้ำมันไปสู่พลังงานสะอาด ก่อให้เกิดผู้ผลิตหน้าใหม่มากมายในวงการยานพาหนะ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ Stark Future บริษัทจากประเทศสเปน ที่ล่าสุดได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ชิ้นแรกของบริษัท โดยเป็นรถมอเตอร์ไซค์วิบากพลังงานไฟฟ้า 100% ที่มาพร้อมกับกำลังที่มากถึง 80 แรงม้า (HP) และน้ำหนักตัวเพียง 109 กิโลกรัมเท่านั้น

3178f862c7c9b2bb4cd1d6b21c5a95a4.jpg

รถมอเตอร์ไซค์วิบากพลังงานไฟฟ้าอาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการสองล้อแต่อย่างใด เพราะได้เห็น KTM บริษัทยักษ์ใหญ่สายวิบากจากประเทศออสเตรียที่ลงตลาดแนวทางนี้ด้วยโมเดล KTM E-XC มาก่อนตั้งแต่ปี 2018 แต่กับผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดอย่าง Stark VARG นั้นมีความเหนือชั้นกว่า ด้วยเทคโนโลยีการผลิตและฟีเจอร์บนตัวรถที่ดูจะเหนือกว่า

25351cca73eaf286da42f2b0b51b7250.jpg

Stark VARG จะมาพร้อมกับชุดแบตเตอรี่ขนาด 6 kWh พร้อมกับมอเตอร์ขับกำลังไฟฟ้าสองขนาดให้เลือกใช้งาน โดยเริ่มต้นด้วยมอเตอร์ที่สามารถให้กำลังสูงสุด 60 แรงม้า และรุ่นท๊อปที่รีดกำลังสูงสุดได้มากถึง 80 แรงม้า พร้อมกับเทคโนโลยีการทำ Throttle Mapping ที่เป็นการปรับเปลี่ยนคาแร๊กเตอร์ของคันเร่งได้มากถึง 100 แบบ โดยจะสามารถปรับเปลี่ยนการส่งกำลัง ระดับความละเอียดของคันเร่ง ให้มีความใกล้เคียงกับรถวิบากในพิกัดเครื่องยนต์ 125-450 ซีซี ทั้งในรูปแบบของรถสองจังหวะและสี่จังหวะ

642dfffef88dde56d17a8c3731a5bb71.jpg

ไม่เพียงเท่านี้ ตัวรถยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีการผลิตแบบพิเศษ ด้วยชุดโครงสร้างน้ำหนักเบา พร้อมกับระบบกันสะเทือนหน้าจาก KYB แบบหัวกลับขนาด 45 มิลลิเมตร วงล้อซี่ลวดที่สามารถเลือกขนาดล้อหลังได้ทั้ง 18 และ 19 นิ้ว (ล้อหน้าจะมีขนาด 21 นิ้วเท่านั้น) ในส่วนของระบบเบรกนั้นจะมาพร้อมกับชุดเบรกจาก Brembo ทั้งสาย จานดิสก์ คาลิปเปอร์ รวมไปถึงปั้มบน และมีความสามารถในการปรับเปลี่ยนแป้นเบรกหลังให้กลายเป็นมือเบรกหลังเหมือนกับรถสกู๊ตเตอร์ที่เราคุ้นเคยได้อีกด้วย

3824458496ddf30df04fedb27192fdad.jpg
19fcbfe22ae23d2307df9c153141d30f.jpg

น่าเสียดายที่ผู้ผลิตเองไม่ได้บอกรายละเอียดเกี่ยวกับระยะทางในการวิ่ง รวมไปถึงระยะเวลาในการประจุไฟเข้าแบตเตอรี่ ว่ามันจะต้องใช้ระยะเวลาขนาดไหน แต่มีการประกาศราคาอย่างเป็นทางการออกมา โดยรุ่นเล็กที่มาพร้อมกับมอเตอร์ขับกำลัง 60 แรงม้า จะมีราคาจำหน่ายที่ 11,900 ดอลลาร์ หรือประมาณ 398,781 บาท และรุ่น 80 แรงม้า ราคา 12,900 ดอลล่าร์หรือประมาณ 432,292 บาท และตัวรถจะพร้อมในการจำหน่ายในช่วงต้นปี 2023

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก www.asphaltandrubber.com

e3c5f26071a692f52c0a0ae44a03ec71.gif
0ba176b19528f51aad78cb63e250a806.gif
c47c2b8530b04ff3fab32b4195bd9c49.gif