HUjZIk.gif
HUjcLt.gif

Honda HooRide 125 สกู๊ตเตอร์ ADV ฟีเจอร์แน่น เริ่ม 65,000 บาท

Honda HooRide 125 กลายเป็นหนึ่งในสกู๊ตเตอร์ขนาดเล็กที่น่าจับตามองมากในช่วงนี้ เพราะมันไม่ได้มาในสูตรเดิมของสกู๊ตเตอร์ 125cc ที่เน้นขี่ง่าย ประหยัด และจบแค่นั้น แต่เลือกวางตัวเป็นสกู๊ตเตอร์แนว Crossover ADV ที่มีทั้งหน้าตาสายลุย พื้นวางเท้าแบบ Flat Deck และฟีเจอร์ระดับพรีเมียมหลายรายการ

จุดที่ทำให้ HooRide 125 แตกต่างอย่างชัดเจน คือมันไม่ได้เดินตามสูตรเดียวกับสกู๊ตเตอร์ ADV หลายรุ่นที่มักมีอุโมงค์กลางขนาดใหญ่ เพื่อสร้างภาพลักษณ์สายลุย แต่แลกมาด้วยความเสียเปรียบด้านการใช้งานในชีวิตประจำวัน

HooRide 125 เลือกทางที่น่าสนใจกว่า เพราะยังคงพื้นเรียบแบบสกู๊ตเตอร์ใช้งานจริง แต่ใส่บุคลิกแบบ ADV เข้าไปเต็มคัน ทำให้รถรุ่นนี้ดูเหมือนการผสมระหว่างความสะดวกของรถเมือง กับภาพลักษณ์ของรถเดินทางขนาดเล็ก

honda HDR125 2026 6 e1774223093649

ผลิตโดย Wuyang Honda ในประเทศจีน

Honda HooRide 125 เป็นผลิตภัณฑ์จาก Wuyang Honda ในประเทศจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานการผลิตสำคัญของ Honda สำหรับตลาดจีน โดยรถรุ่นนี้ถูกวางตำแหน่งเป็นสกู๊ตเตอร์ 125cc ที่เน้นความอเนกประสงค์มากกว่าสกู๊ตเตอร์เมืองทั่วไป

แม้ตอนนี้จะยังทำตลาดหลักในประเทศจีน แต่แนวคิดของตัวรถถือว่าน่าสนใจมากสำหรับตลาดอาเซียน เพราะผู้ใช้จำนวนมากยังต้องการสกู๊ตเตอร์ขี่ง่าย ประหยัด และมีพื้นที่วางของสะดวก แต่ในขณะเดียวกันก็อยากได้หน้าตาที่ดูแปลกใหม่ ดุดัน และแตกต่างจากรถใช้งานทั่วไป

ดีไซน์ ADV ได้แรงบันดาลใจจาก Africa Twin

ด้านงานออกแบบ Honda HooRide 125 มาในแนวสกู๊ตเตอร์สาย ADV ชัดเจน โดยมีการระบุว่าเส้นสายของตัวรถได้รับแรงบันดาลใจจาก Honda CRF1100L Africa Twin รถแอดเวนเจอร์รุ่นใหญ่ของค่ายปีกนก

จุดเด่นอยู่ที่ด้านหน้าที่ดูแข็งแรง ไฟหน้า LED คู่ทรงเหลี่ยม ให้ภาพลักษณ์ที่ดุดันกว่าสกู๊ตเตอร์เมืองทั่วไป พร้อมชุดแฟริ่งที่ออกแบบให้มีเหลี่ยมสันและความบึกบึนมากกว่ารถ 125cc แบบปกติ

ถ้ามองเฉพาะขนาดเครื่องยนต์ HooRide 125 อาจเป็นเพียงสกู๊ตเตอร์เล็ก แต่ถ้ามองจากหน้าตาและแนวทางการออกแบบ รถรุ่นนี้พยายามสร้างภาพจำให้ดูจริงจังกว่านั้นมาก เหมือนเป็นรถสำหรับคนที่อยากได้กลิ่นอายแอดเวนเจอร์ แต่ยังต้องการความง่ายของสกู๊ตเตอร์

honda hdr125 2026 speedo

ไฟหน้า LED คู่ พร้อมมุมกระจายแสงกว้าง

ชุดไฟหน้าของ HooRide 125 เป็นไฟ LED คู่ทรงเฉียบ ที่ช่วยเสริมบุคลิกสายลุยของตัวรถให้ชัดเจนขึ้น โดยบทความต้นทางระบุว่าชุดไฟมีความสว่างสูงสุด 75,000 cd และมีมุมกระจายแสง 80 องศา

ตัวเลขนี้สะท้อนว่ารถไม่ได้ใส่ไฟ LED มาเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่ยังเน้นการใช้งานจริง โดยเฉพาะการเดินทางช่วงกลางคืนหรือเส้นทางที่มีแสงน้อย

สำหรับสกู๊ตเตอร์แนวเดินทางขนาดเล็ก ระบบไฟที่ดีมีความสำคัญมาก เพราะผู้ใช้กลุ่มนี้อาจไม่ได้ขี่เฉพาะในเมืองเท่านั้น แต่อาจมีการเดินทางออกนอกเมืองหรือใช้งานช่วงเช้ามืดและกลางคืนบ่อยขึ้น

วินด์ชิลด์ปรับได้ เพิ่มอารมณ์ทัวริ่ง

อีกหนึ่งจุดที่ช่วยยกระดับ HooRide 125 ให้ดูเหนือกว่าสกู๊ตเตอร์เมืองทั่วไป คือวินด์ชิลด์หน้าที่สามารถปรับได้ 2 ระดับ โดยตัวรถมีความสูงรวมตามตำแหน่งวินด์ชิลด์อยู่ที่ประมาณ 1,180 มม และ 1,205 มม

ฟีเจอร์นี้อาจดูไม่ใหญ่โตเมื่อเทียบกับรถบิ๊กสกู๊ตเตอร์ แต่ในคลาส 125cc ถือว่าน่าสนใจมาก เพราะช่วยให้ผู้ขี่ปรับการปะทะลมได้ตามรูปแบบการใช้งาน

ถ้าขี่ในเมือง อาจปรับให้อยู่ในระดับต่ำเพื่อความคล่องตัวและมุมมองที่โปร่งกว่า แต่ถ้าเดินทางไกลขึ้นหรือใช้ความเร็วต่อเนื่อง ก็สามารถปรับสูงขึ้นเพื่อช่วยลดแรงลมที่ปะทะลำตัวได้

honda HDR125 2026 3 e1774223125214

Flat Deck จุดเปลี่ยนที่ทำให้รถคันนี้น่าสนใจมาก

จุดขายสำคัญที่สุดของ Honda HooRide 125 คือพื้นวางเท้าแบบ Flat Deck ขนาดประมาณ 276 x 450 มม ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้รถรุ่นนี้แตกต่างจากสกู๊ตเตอร์ ADV หลายรุ่น

ข้อดีของพื้นเรียบคือความสะดวกในการใช้งานจริง ผู้ขี่สามารถวางของบริเวณกลางรถได้ง่ายขึ้น เช่น กระเป๋า ถุงช้อปปิ้ง กล่องพัสดุ หรือของใช้ที่ต้องหยิบเข้าออกบ่อย

นี่คือจุดที่มีผลกับชีวิตประจำวันมากกว่าที่หลายคนคิด เพราะสกู๊ตเตอร์จำนวนมากถูกใช้ทั้งเดินทาง ไปทำงาน ซื้อของ รับของ และใช้งานแบบอเนกประสงค์ การมีพื้นที่ตรงกลางแบบเรียบจึงช่วยเพิ่มประโยชน์ใช้สอยได้มาก

เมื่อเทียบกับสกู๊ตเตอร์ ADV ที่มีอุโมงค์กลาง HooRide 125 อาจดูไม่สุดทางในแง่ภาพลักษณ์แอดเวนเจอร์ แต่ในแง่การใช้งานจริง มันกลับตอบโจทย์มากกว่าอย่างชัดเจน

ย้ายถังน้ำมันไว้ใต้พื้น ลดจุดศูนย์ถ่วง

เพื่อให้ตัวรถมีพื้นวางเท้าแบบเรียบ Honda จึงย้ายตำแหน่งถังน้ำมันไปไว้ใต้พื้นรถ ซึ่งมีประโยชน์มากกว่าการเปิดทางให้วางเท้าได้สะดวก

ตำแหน่งถังน้ำมันที่อยู่ต่ำช่วยลดจุดศูนย์ถ่วงของตัวรถ ทำให้รถมีความนิ่งและควบคุมง่ายขึ้น โดยเฉพาะการขี่ในเมืองที่ต้องใช้ความเร็วต่ำ เลี้ยวในพื้นที่แคบ หรือขี่ผ่านสภาพจราจรหนาแน่น

สำหรับรถที่มีน้ำหนักตัวประมาณ 125 กิโลกรัม การวางน้ำหนักให้ต่ำลงช่วยให้รถรู้สึกเป็นมิตรขึ้นในจังหวะใช้งานจริง โดยเฉพาะผู้ใช้ที่ต้องจอดบ่อย เข็นรถบ่อย หรือขี่ในซอยแคบเป็นประจำ

ใต้เบาะใหญ่ ใส่หมวก Jet ได้ 2 ใบ

อีกผลดีของการย้ายถังน้ำมันลงใต้พื้น คือช่วยเปิดพื้นที่ใต้เบาะให้กว้างขึ้น โดยมีการระบุว่าสามารถรองรับหมวกกันน็อกแบบ Jet ได้ถึง 2 ใบ ขึ้นอยู่กับขนาดของหมวก

สำหรับสกู๊ตเตอร์ 125cc พื้นที่ใต้เบาะระดับนี้ถือว่าน่าสนใจมาก เพราะผู้ใช้สามารถเก็บของใช้จำเป็นได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเสื้อกันฝน กระเป๋าเล็ก อุปกรณ์เดินทาง หรือของส่วนตัว

จุดนี้ช่วยให้ HooRide 125 ไม่ได้มีดีแค่หน้าตาสายลุย แต่ยังเป็นรถที่คิดเรื่องประโยชน์ใช้สอยมาอย่างจริงจัง ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับสกู๊ตเตอร์ที่ต้องใช้งานทุกวัน

เบาะสูง 760 มม ขี่ง่ายสำหรับผู้ใช้เอเชีย

Honda HooRide 125 มีความสูงเบาะ 760 มม ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่เข้าถึงง่ายสำหรับผู้ขี่ส่วนใหญ่ในเอเชีย โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับรถแนว ADV หรือ Crossover หลายรุ่นที่มักมีเบาะสูงกว่า

ความสูงเบาะระดับนี้ทำให้การวางเท้าตอนจอดทำได้มั่นใจกว่า เหมาะกับการใช้งานในเมืองที่ต้องหยุดและออกตัวบ่อยครั้ง ขณะเดียวกันตัวเบาะยังถูกออกแบบให้รองรับการนั่งขี่ระยะกลางได้ดีพอสมควร

นี่คืออีกหนึ่งจุดที่ทำให้ HooRide 125 ไม่ได้เป็นรถสายลุยที่ขี่เข้าถึงยาก แต่เป็นสกู๊ตเตอร์ ADV แบบใช้งานจริง ซึ่งยังคงความเป็นมิตรกับผู้ใช้ทั่วไปเอาไว้

เครื่องยนต์ eSP+ 124.7cc ระบายความร้อนด้วยน้ำ

ขุมกำลังของ Honda HooRide 125 ใช้เครื่องยนต์ eSP+ ขนาด 124.7cc แบบสูบเดียว 4 จังหวะ SOHC 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT

ตัวเลขกำลังสูงสุดอยู่ที่ 8.2 กิโลวัตต์ หรือประมาณ 11.2 แรงม้า ที่ 8,250 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 11.7 นิวตันเมตร ที่ 5,250 รอบต่อนาที

เครื่องยนต์ชุดนี้ไม่ได้ถูกวางมาเพื่อความแรงแบบจัดจ้าน แต่เน้นความลื่นไหล ความประหยัด และแรงบิดที่เพียงพอต่อการใช้งานจริง โดยเฉพาะการขี่ในเมือง การเดินทางระยะกลาง และการใช้งานแบบมีสัมภาระ

จุดที่น่าสนใจคือการใช้เครื่องยนต์ eSP+ 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ในรถ 125cc แนวนี้ ทำให้ HooRide ดูจริงจังกว่าสกู๊ตเตอร์ 125cc พื้นฐานที่มักใช้เครื่องยนต์ระบายความร้อนด้วยอากาศและฟีเจอร์น้อยกว่า

ประหยัด 47.17 กม ต่อลิตร วิ่งไกลราว 380 กม ต่อถัง

Honda HooRide 125 มีอัตราสิ้นเปลืองตามมาตรฐาน WMTC อยู่ที่ประมาณ 47.17 กิโลเมตรต่อลิตร หรือราว 2.2 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร

เมื่อรวมกับถังน้ำมันขนาด 8.2 ลิตร รถรุ่นนี้จึงถูกระบุว่าสามารถทำระยะทางได้สูงสุดประมาณ 380 กิโลเมตรต่อการเติมน้ำมันเต็มถัง

นี่คือหนึ่งในจุดที่ทำให้ HooRide 125 ดูมีความเป็นรถเดินทางมากกว่าสกู๊ตเตอร์ 125cc ทั่วไป เพราะระยะทางต่อถังที่ไกลช่วยลดความกังวลเรื่องการเติมน้ำมันบ่อย เหมาะกับทั้งคนที่ขี่ทุกวัน และคนที่อยากใช้รถออกทริประยะสั้นถึงกลางเป็นครั้งคราว

ล้อ 17 นิ้ว พร้อมยาง Dual-Purpose

ด้านช่วงล่าง Honda HooRide 125 ใช้ล้อขนาด 17 นิ้ว พร้อมยางขนาด 100/80-17 ด้านหน้า และ 130/70-17 ด้านหลัง โดยเป็นยางแนว Dual-Purpose จาก YOSUN

การใช้ล้อ 17 นิ้วถือเป็นจุดที่ทำให้รถดูจริงจังกว่าสกู๊ตเตอร์เมืองทั่วไป เพราะให้ภาพลักษณ์ใกล้เคียงรถลุยมากขึ้น และช่วยเสริมบุคลิก Crossover ADV ของตัวรถให้ชัดเจน

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีล้อใหญ่และยางกึ่งลุย แต่ HooRide 125 ยังควรมองเป็นสกู๊ตเตอร์ที่เน้นถนนดำเป็นหลัก มากกว่าจะเป็นรถออฟโรดเต็มตัว จุดเด่นของมันคือการรองรับถนนทั่วไป ถนนขรุขระเล็กน้อย หรือเส้นทางใช้งานจริงที่หลากหลายมากกว่าสกู๊ตเตอร์ปกติ

โช้กหลังคู่ปรับพรีโหลดได้

ระบบกันสะเทือนด้านหลังเป็นโช้กคู่ที่สามารถปรับพรีโหลดได้ ช่วยให้ผู้ใช้ปรับความเหมาะสมตามน้ำหนักบรรทุกหรือรูปแบบการขี่ได้มากขึ้น

จุดนี้มีประโยชน์มากสำหรับรถที่วางตัวเป็นสกู๊ตเตอร์อเนกประสงค์ เพราะผู้ใช้อาจไม่ได้ขี่คนเดียวตลอดเวลา บางครั้งมีผู้ซ้อน บางครั้งมีสัมภาระ หรือบางครั้งติดกล่องท้ายในรุ่นสูง การปรับพรีโหลดได้จึงช่วยให้ช่วงล่างตอบสนองกับสถานการณ์จริงได้ดีขึ้น

ดิสก์เบรกหน้า หลัง พร้อม ABS สองแชนแนล

ด้านระบบความปลอดภัย Honda HooRide 125 ให้มาเกินมาตรฐานของรถ 125cc หลายรุ่น ด้วยดิสก์เบรกทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมระบบ ABS แบบ 2 Channel

การมี ABS หน้า หลังในรถพิกัด 125cc ถือว่าน่าสนใจมาก เพราะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการเบรก โดยเฉพาะบนพื้นถนนเปียก พื้นลื่น หรือจังหวะเบรกฉุกเฉิน

สำหรับรถที่ถูกออกแบบมาให้เดินทางได้ไกลขึ้นและรองรับการใช้งานหลากหลาย ระบบเบรกที่มั่นใจจึงเป็นสิ่งสำคัญ และเป็นจุดที่ทำให้ HooRide 125 ดูเหนือกว่าสกู๊ตเตอร์พื้นฐานทั่วไปอย่างชัดเจน

honda hdr125 2026 8

HSTC เพิ่มความมั่นใจบนพื้นลื่น

นอกจาก ABS แล้ว Honda HooRide 125 ยังมีระบบ HSTC หรือ Honda Selectable Torque Control ซึ่งช่วยควบคุมการลื่นไถลของล้อหลังในจังหวะที่ล้อเริ่มสูญเสียแรงยึดเกาะ

ฟีเจอร์นี้มักพบในรถคลาสใหญ่กว่าหรือสกู๊ตเตอร์พรีเมียมที่มีราคาสูงกว่า การนำมาใส่ในรถ 125cc จึงถือว่าเป็นจุดขายที่แข็งแรงมาก

สำหรับการใช้งานจริง HSTC จะมีประโยชน์บนพื้นถนนเปียก ทางลื่น ฝุ่นทราย หรือจังหวะเปิดคันเร่งบนพื้นผิวที่ไม่มั่นคง ช่วยให้ผู้ขี่มั่นใจมากขึ้นโดยเฉพาะผู้ใช้ที่ไม่ได้มีทักษะสูงมาก

หน้าจอ TFT 5 นิ้ว พร้อม Wi LINK และ NFC

Honda HooRide 125 มาพร้อมหน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว ซึ่งถือว่าโดดเด่นมากสำหรับสกู๊ตเตอร์พิกัด 125cc โดยหน้าจอสามารถแสดงข้อมูลได้หลากหลาย รวมถึงข้อมูลอย่างสภาพอากาศ

ตัวรถยังรองรับระบบ Wi LINK และ NFC โดยนอกจากระบบ Smart Key แล้ว ผู้ใช้ยังสามารถสตาร์ตรถผ่านการ์ด NFC หรือผ่านแอปบนสมาร์ตโฟนได้

เมื่อรวมกันแล้ว HooRide 125 จึงไม่ได้มีภาพลักษณ์เป็นแค่รถ ADV ขนาดเล็ก แต่ยังมีความเป็นสกู๊ตเตอร์ยุคใหม่ที่ให้เทคโนโลยีมาเต็มกว่าเดิม ทั้งในแง่ความสะดวกและความทันสมัย

มี accessory bar สำหรับติดอุปกรณ์

บริเวณใต้หน้าจอยังมี accessory bar จากโรงงาน สำหรับติดตั้งอุปกรณ์เสริม เช่น ที่ยึดสมาร์ตโฟนหรือกล้องแอ็กชัน

นี่เป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่สะท้อนว่ารถรุ่นนี้ถูกคิดมาเพื่อผู้ใช้สายเดินทางจริง เพราะคนที่ขี่ออกทริปหรือใช้รถเดินทางบ่อย มักต้องติดตั้งอุปกรณ์เสริมอย่างโทรศัพท์ เครื่องนำทาง หรือกล้องบันทึกการเดินทาง

การให้จุดติดตั้งมาจากโรงงานจึงช่วยให้ใช้งานง่ายขึ้น และลดความจำเป็นในการดัดแปลงตัวรถเอง

รุ่นสูงมีปุ่มควบคุมกล้อง DJI

หนึ่งในฟีเจอร์ที่แปลกและน่าสนใจมากที่สุดของ Honda HooRide 125 คือในรุ่นสูงจะมีปุ่มควบคุมกล้อง DJI บริเวณสวิตช์แฮนด์ โดยรองรับกล้องอย่าง DJI Osmo Action 4, Osmo Action 5 Pro และ Osmo Action 6

ฟีเจอร์นี้ออกแบบมาเพื่อผู้ใช้สายท่องเที่ยวและสายคอนเทนต์โดยเฉพาะ เพราะสามารถสั่งถ่ายภาพหรือบันทึกวิดีโอจากแฮนด์รถได้โดยตรง ลดความจำเป็นในการละมือไปกดกล้องเองระหว่างการเดินทาง

นี่คือจุดที่ทำให้ HooRide 125 มีคาแรกเตอร์แตกต่างจากสกู๊ตเตอร์ 125cc ทั่วไปมาก เพราะไม่ได้มองแค่เรื่องการเดินทาง แต่ยังมองไปถึงการบันทึกประสบการณ์ของผู้ขี่ด้วย

USB-A และ USB-C ครบในช่องเก็บของหน้า

ด้านความสะดวกในการใช้งาน HooRide 125 มีช่องชาร์จทั้ง USB-A และ USB-C ในช่องเก็บของด้านหน้า รองรับอุปกรณ์หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ตโฟน กล้องแอ็กชัน หรืออุปกรณ์พกพาอื่นๆ

ในยุคที่ผู้ใช้จำนวนมากต้องพึ่งพาโทรศัพท์ระหว่างขี่ ไม่ว่าจะเป็นแผนที่ เพลง การติดต่อ หรือการถ่ายคอนเทนต์ ช่องชาร์จที่ให้มาครบตั้งแต่โรงงานจึงเป็นฟีเจอร์ที่ใช้งานได้จริง ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนสเปกชีต

TPMS ตรวจแรงดันลมยางจากหน้าจอ

Honda HooRide 125 ยังมีระบบ TPMS สำหรับตรวจวัดแรงดันลมยาง และแสดงข้อมูลผ่านหน้าจอของตัวรถ

ฟีเจอร์นี้มีประโยชน์มากสำหรับรถที่เน้นการเดินทาง เพราะแรงดันลมยางส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัย การยึดเกาะ ความประหยัดน้ำมัน และอายุการใช้งานของยาง

การมี TPMS ติดรถมาจากโรงงานช่วยให้ผู้ขี่ตรวจสอบสภาพรถได้ง่ายขึ้น และลดโอกาสเกิดปัญหาจากลมยางอ่อนโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นเรื่องเล็กที่อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ในการเดินทางได้

มี 3 รุ่นย่อยในจีน

Honda HooRide 125 ในประเทศจีนมีให้เลือก 3 รุ่นย่อย ได้แก่ Standard, High-End และ High-End Box Edition

รุ่น High-End จะเพิ่มกราฟิกสไตล์ออฟโรด ล้อสีทอง และระบบเชื่อมต่อกล้อง DJI ส่วนรุ่น High-End Box Edition จะเพิ่มกล่องท้ายที่เชื่อมต่อกับระบบ Smart Key ช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บของและความสะดวกสำหรับสายเดินทาง

การแบ่งรุ่นแบบนี้ทำให้ HooRide 125 ครอบคลุมผู้ใช้หลายกลุ่ม รุ่น Standard เหมาะกับคนที่ต้องการพื้นฐานของรถในราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า รุ่น High-End เหมาะกับคนที่ต้องการฟีเจอร์เต็มขึ้น ส่วนรุ่น Box Edition จะตอบโจทย์คนที่อยากได้รถพร้อมเดินทางมากที่สุดจากโรงงาน

ราคาในจีนเริ่มราว 65,000 บาท

ราคาจำหน่ายของ Honda HooRide 125 ในประเทศจีนอยู่ที่ประมาณ 12,980 ถึง 14,680 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยราว 65,000 ถึง 74,000 บาท ตามรุ่นย่อยและอุปกรณ์ที่ติดตั้งมา

เมื่อดูจากฟีเจอร์ที่ให้มา ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ eSP+ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ABS สองแชนแนล HSTC TPMS หน้าจอ TFT ระบบ NFC พอร์ต USB-A/USB-C และพื้นที่เก็บของขนาดใหญ่ ราคานี้ถือว่าน่าสนใจมากในเชิงความคุ้มค่า

อย่างไรก็ตาม หากมีการนำไปทำตลาดในประเทศอื่น ราคาจริงอาจเปลี่ยนไปตามภาษี ค่าขนส่ง และโครงสร้างตลาดของแต่ละประเทศ

ต่างจาก Honda ADV160 อย่างไร

ถ้ามองในแง่ภาพลักษณ์ Honda HooRide 125 และ Honda ADV160 มีความใกล้เคียงกันในฐานะสกู๊ตเตอร์สาย ADV แต่ตัวตนของทั้งสองรุ่นต่างกันพอสมควร

ADV160 จะมีพิกัดเครื่องยนต์ใหญ่กว่า แรงกว่า และมีบุคลิกที่จริงจังกว่าในฐานะสกู๊ตเตอร์แอดเวนเจอร์พรีเมียม ส่วน HooRide 125 จะเน้นความประหยัด ความเบา ความคล่องตัว และความสะดวกจากพื้นวางเท้าแบบ Flat Deck มากกว่า

พูดง่ายๆ คือ ADV160 เหมาะกับคนที่ต้องการสกู๊ตเตอร์สายลุยที่แรงขึ้นและดูพรีเมียมกว่า ส่วน HooRide 125 เหมาะกับคนที่ต้องการรถเล็กขี่ง่าย แต่ยังอยากได้หน้าตาและฟีเจอร์แบบสาย ADV

จุดแข็งที่สุดคือความอเนกประสงค์

ถ้าต้องสรุปคาแรกเตอร์ของ Honda HooRide 125 ให้สั้นที่สุด จุดแข็งของมันคือความอเนกประสงค์

มันมีหน้าตาสาย ADV แต่ยังมีพื้นเรียบแบบรถใช้งานจริง มีเครื่องยนต์ 125cc ที่ประหยัด แต่ให้ฟีเจอร์ความปลอดภัยเกินคลาส มีล้อ 17 นิ้วและยางกึ่งลุย แต่ยังคงเป็นรถที่เหมาะกับถนนเมือง มีเทคโนโลยีทันสมัย แต่ยังรักษาความง่ายในการใช้งานแบบสกู๊ตเตอร์เอาไว้

นี่คือการผสมหลายแนวทางเข้าด้วยกันอย่างน่าสนใจ และเป็นเหตุผลที่ทำให้ HooRide 125 ถูกพูดถึงมาก แม้จะเป็นเพียงรถพิกัด 125cc

โอกาสในตลาดอาเซียน

สำหรับตลาดอาเซียน Honda HooRide 125 มีแนวคิดที่น่าจะถูกใจผู้ใช้จำนวนไม่น้อย เพราะตลาดนี้มีทั้งกลุ่มที่ชอบสกู๊ตเตอร์ขี่ง่าย กลุ่มที่ชอบรถหน้าตาสายลุย และกลุ่มที่ต้องการรถใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน

ถ้ารถรุ่นนี้ถูกนำมาทำตลาดในภูมิภาคนี้จริง จุดขายเรื่อง Flat Deck, ABS สองแชนแนล, HSTC, TFT, TPMS และราคาในระดับเข้าถึงง่าย อาจทำให้มันกลายเป็นคู่แข่งที่น่าสนใจในกลุ่มสกู๊ตเตอร์ 125 ถึง 160cc ได้ทันที

โดยเฉพาะในตลาดที่ผู้ใช้มองว่า ADV160 แพงหรือใหญ่เกินไป HooRide 125 อาจเป็นทางเลือกที่ลงตัวกว่า เพราะให้ภาพลักษณ์สายลุยในตัวรถที่เล็ก ประหยัด และใช้งานง่ายกว่า

Honda HooRide 125 จึงเป็นสกู๊ตเตอร์ที่น่าสนใจมากในเชิงแนวคิด เพราะมันไม่ได้พยายามเป็นรถแรงหรือรถลุยเต็มตัว แต่เลือกเป็นรถที่ใช้งานได้จริงมากที่สุดในชีวิตประจำวัน พร้อมเติมภาพลักษณ์ ADV และเทคโนโลยีเกินคลาสเข้าไปแบบจัดเต็ม ถ้ามีโอกาสเข้ามาทำตลาดในอาเซียนจริง รถรุ่นนี้มีโอกาสสร้างกระแสได้ไม่น้อย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้ที่อยากได้สกู๊ตเตอร์เล็ก ประหยัด ขี่ง่าย แต่หน้าตาและฟีเจอร์ต้องไม่ธรรมดา

HUjOHq.gif
HUjgjl.gif