พูดคุยกับหัวหน้าโปรเจค Honda CBR1000RR-R Firebalde !!!

Honda CBR1000RR-R cover porject leader
ผู้สื่อข่าวต่างประเทศ Michael Mann ได้สัมภาษณ์หัวหน้าชาวญี่ปุ่นผู้ดูแลโปรเจคการสร้าง CBR1000RR-R Fireblade คันล่าสุดในงาน EICMA Show ที่ผ่านมา เรามาติดตามกันว่าเขามีแนวคิดและเรื่องราวการพัฒนาซุปเปอร์สปอร์ตตัวแรงคันล่าสุดนี้อย่างไร

คุณ Yuzuru Ishikawa เขาอาจจะเป็นที่รู้จักดีในชื่อ St. Nicholas หรือ Santa san เขาคือผู้อยู่เบื้องหลังของรถ ซุปเปอร์สปอร์ต 215 แรงม้า คันล่าสุดจากจาก Honda โดยเขาได้ส่งมันออกมาอย่างในช่วงเวลาที่เหมาะเจาะซึ่งเป็นไปตามที่เขาได้คาดการณ์ไว้

ด้วยรถที่เคลมแรงม้าสูงสุดไว้ถึง 214.56 แรงม้า ที่ 14,500 รอบต่อนาที เจ้า New-Fireblade คันนี้มาพร้อมกับแรงม้าที่เหนือกว่าคู่แข่งรถสปอร์ต 4 สูบเรียงถึง 10 ตัวด้วยกัน ซึ่งมันได้เพิ่มแรงม้าขึ้นมาจากโมเดลปี 2017 ถึง 25.56 แรงม้า โดยมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพียง12 กิโลกรัม หรือ 6% จากรุ่นก่อน

Honda CBR1000RR-R cover porject leader with press

เจ้า CBR1000RR-R ได้เปิดตัวเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยคุณ Ishikawa ก็เป็นที่รู้กันดีว่าเขาเป็นผู้นำในโปรเจคยักษ์ใหญ่นี้ อีกทั้งเขายังได้เป็นผู้นำในโปรเจคของรถอีกหลายๆคันทั้ง 2002 RC211V, 2016 RC213V-S and 2018 CB125R ซึ่งจุดเริ่มต้นของโปรเจคนี้ต้องเล่าย้อนกลับไปก่อนที่โมเดลปี 2017 จะได้วางตลาด โดยเขาได้กล่าวว่า “ผมมีความสุขมากๆ ที่ได้เห็นกระแสตอบรับที่ดี แต่ในหัวตอนนั้นผมคิดแค่ว่า โอเค! ปีหน้าเราต้องชนะการแข่งบ้างแล้ว!”

ซึ่งตามที่ คุณ Ishikawa ได้กล่าวไว้ การเอาชนะการแข่งขันคือเป้าหมายลำดับที่หนึ่ง ของ Honda ในปี 2020 ด้วยเจ้า Fireblade คันใหม่นี้ เพราะการแข่งขันที่ใช้รถพื้นฐานจากจากรุ่นโปรดักชั่นจะประกอบด้วยการแข่ง World Superbikes, British Superbikes และ Endurance World Championship รวมไปถึงการแข่งที่สำคัญกับโรงงานญี่ปุ่นทุกโรงก็คือ Suzuka 8 hours ซึ่งในตอนแรกนั้น การเอาชนะการแข่งขันไม่ใช่เป้าหมายจำเป็นที่ต้องให้ความสำคัญในการพัฒนารถของ Honda เพราะมันเป็นเหตุผลดั้งเดิมเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคตามความต้องการของลูกค้า

Honda CBR1000RR-R full

โดยเขาได้ให้เหตุผลการเปลี่ยนแปลงแนวทางของรถไว้ว่า “การที่เราเปลี่ยนแปลงเป้าหมายนั้น ไม่ได้เป็นเพราะว่า เจ้า SP2 (โมเดลก่อน) ไม่ประสบความสำเร็จในการแข่งขัน และเราโดนสั่งให้เปลี่ยนรถเพื่อเอาชนะ แต่ที่เรามาในแนวทางใหม่นี้เป็นเพราะว่า เราได้เห็นตัวเลขที่ลูกค้าของเรานำรถไปขับขี่ในสนามมากขึ้น และมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น รถจึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อตอบรับกับกระแสความต้องการที่เปลี่ยนไปของลูกค้ากลุ่มนี้ ที่ต้องการแรงม้าที่มากขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ของพวกเขา”

ย้อนกลับไปในปี 2017 เจ้า Fireblade คันก่อนนั้นได้เปิดตัวออกมาเป็นรถที่มีน้ำหนักเบา มิติตัวรถมีขนาดเล็ก ซึ่งส่งผลให้มันสามารถทรงตัวได้ดีในสนาม และเป็นรถที่ยอดเยี่ยมบนถนน แต่ผลลัพธ์ของการเน้นจุดเด่นสองเรื่องนี้กลับออกมาไม่ค่อยถูกใจผู้ขับขี่มากนัก ทำให้รถรุ่นนี้และ Honda ถูกวิพากย์วิจารณ์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

Honda CBR1000RR-R cover porject leader interview

และถ้าหากคุณเป็นหนึ่งในทีม R&D ของ Honda ที่มีเป้าหมายที่จะสร้างรถแข่งขึ้นมากจากพื้นฐานของรถถนน ไม่มีเหตุผลอะไรที่คุณจะไม่ลองเดินลงไปขอความช่วยเหลือจากทีมแข่ง HRC (Honda Racing Corporation) ซึ่งพวกเขามีประสบการณ์นิดหน่อยในการส่งแชมป์ MotoGP ให้กับ Marc Marquez ได้แค่ 6 สมัยจากการแข่ง 7 ปีที่ผ่านมา เท่านั้นเอง!!

คุณ Ishikawa ได้เล่าถึงความร่วมมือกับทีม HRC ว่า “พวกเราร่วมงานกันอย่างเหนี่ยวแน่นมาก โดยเฉพาะในเรื่องเทคโนโลยีเครื่องยนต์ ดังนั้นพละกำลังแรงม้าทั้งหมดที่เราได้เพิ่มขึ้นมาได้นั้น ต้องขอบคุณในความร่วมมือจาก ทีม HRC พวกเขามีผลต่อการพัฒนาในส่วนนี้เป็นอย่างมาก”

เขายังได้เล่าเสริมอีกว่า ” สำหรับส่วนของเครื่องยนต์และระบบอิเล็กทรอนิกส์นั้น ทีม HRC และทีมพัฒนาของเรา ได้ร่วมมือกันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะในส่วนของอิเล็กทรอนิกส์นั้น พวกเขามีวิศวกรไฟฟ้าอยู่มากมาย และทีม CBR ของเราก็สามารถทำงานได้อย่างใกล้ชิดกับพวกเขาเช่นกัน เมื่อมาถึงส่วนของ Aerodynamics หรือ อากาศพลศาสตร์ของรถ เราได้รับข้อมูลมหาศาลจากการเก็บรวบรวมโดยทีม HRC ซึ่งพวกเขามอบข้อมูลให้กับเราและสอนให้เราสร้าง Fireblade คันนี้ขึ้นมาในแบบที่เราต้องการได้สำเร็จ และเมื่อมาถึงส่วนของช่วงล่าง พวกเขาก็มีข้อมูลอีกมหาศาลเกี่ยวกับการปรับแต่งความแข็งและความยืดหยุ่นเช่นกัน ซึ่งมันช่วยให้เราสามารถปรับปรุงมันให้เหมาะสมกับ CBR ของเราได้เป็นอย่างดี”

Honda CBR1000RR-R fornt

“เมื่อคุณมีเฟรมและช่วงล่างที่แข็งแกร่งในทุกทิศทาง มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะควบคุมมันให้ดีบนถนน เพราะแม้แต่ช่วงล่างในการแข่ง MotoGP นั้นก็ต้องมีความยืดหยุ่นในที่ที่เหมาะสม ดังนั้นนี่จึงเป็นหัวข้อสำคัญที่เราต้องปรึกษากับทีม HRC ว่าเราควรจะมีชิ้นส่วนใดบนเฟรมที่ต้องยืดหยุ่น แต่ยังคงรักษาประสิทธิภาพของรถไว้ได้ เพื่อตอบสนองความต้องการของรถในรูปแบบ CBR เอาไว้”

ในส่วนที่เราต้องทำงานกับพลังแรงม้า เพื่อปรับให้มันเหมาะสมกับการขับขี่ทั้งบนสนาม และบนถนน คุณ Ishikawa ได้อธิบายว่า “มันเป็นวิกฤติอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้ เพราะตอนนั้นมิติทั้งหมดของตัวรถและการประกอบมันเสร็จสมบูรณ์ไปแล้ว แต่เราต้องกลับมาคิดพิจารณากันใหม่อีกครั้ง เพื่อทำให้มั่นใจว่ารถจะสามารถรีดแรงม้าทั้งหมดออกมาได้ ดังนั้นบางชิ้นส่วนบนเฟรมจึงค่อนข้างยืดหยุ่นมาก เพื่อที่จะไม่ทำให้เราเสียการควบคุมรถไป ซึ่งทั้งหมดเป็นไปเพื่อการปรับปรุงสมดุลของรถนั้นเอง”

เมื่อพูดถึงเรื่องของสมดุล และการควบคุมของ CBR1000RR-R คันใหม่นี้ได้มาพร้อมกับ ปีก หรือ วิงเล็ท (Winglets) ที่เป็นการต่อยอดมากจากส่วนเสริมของรถแข่งใน MototGP ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา และอย่างที่เราได้เห็นเมื่อเร็วๆนี้ ว่ามันก็ถูกติดตั้งมาบน Ducati Panigale V4R และ Street fighter V4 แต่คราวนี้ทีม Honda ได้ออกแบบและติดตั้งมันมาอย่างพิถีพิถันมาก

โดยคุณ Ishikawa ได้อธิบายถึงส่วนนี้ว่า “มันเป็นอุปกรณ์ที่ใช้กันทั่วไปในการฝึกและกันแข่งขัน MotoGP ดังนั้นเรารู้สึกว่ารถซุปเปอร์สปอร์ตของเรามีเหตุผลที่เหมาะสมที่จะติดตั้งวิงเลทเข้ามาในตอนนี้ มันเป็นคำถามเพียงแค่ว่าเราจะใช้รูปทรงปีกแบบใดที่จะเหมาะสมกับรถโดยรวมมากกว่า เพราะว่าเราตัดสินใจที่จะใช้มันตั้งแต่แรกเริ่มเลย”

Honda CBR1000RR-R winglet

ทีนี้เรามาพูดถึงอีกข่าวลือหนึ่งที่มีกระแสก่อนการเปิดตัว CBR1000RR-R มาอย่างยาวนาน ก็คือเรื่องของการพัฒนารถแข่งที่ใช้เครื่องยนต์ V4 ที่ยกมาจาก RC231V-S ซึ่งมีเบาะแสออกมามากมายในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เช่น สิทธิบัตรของเฟรม และช่วงล่างใหม่ เป็นต้น จะมีอะไรดีไปกว่าการได้สอบถามกับปากของผู้รับผิดชอบโปรเจครถซุปเปอร์สปอร์ตโดยตรง แต่ดูเหมือนว่าเขายังคงเก็บไผ่ตายใบสุดท้ายเอาไว้จนถึงที่สุด โดย คุณ Ishikawa ได้เล่าถึงการพัฒนา CBR ด้วยเครื่องยนต์ V4 ว่า “ใช่ครับ เราได้ทำการทดสอบโดยการใช้เครื่องยนต์ของ RC231V-S โดยเราได้ทำการค้นคว้าว่าเครื่องยนต์นี้อาจจสามารถใช้งานได้จริงกับรถ ซุปเปอร์สปอร์ต”

ซึ่งจากคำบอกเล่าข้างต้นทำให้เราทราบว่า ทาง Honda กำลังเริ่มดำเนินการบางอย่างเกี่ยวกับ  รถซุปเปอร์สปอร์ต เครื่องยนต์ V4 แล้ว เพียงแต่เรายังไม่อาจทราบได้ว่าทาง Honda จะเปิดไฟเขียวให้กับโครงการนี้เมื่อไหร่ และเมื่อใดมันจะได้ขึ้นสู่สายการผลิต แต่ตอนนี้เรามาฉลองความสำเร็จให้กับ CBR1000RR-R Fireblade คันนี้กันก่อน และรอดูว่ามันจะมีผลตอบรับจากนักขี่ทั้งหลายอย่างไรบ้าง!

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพประกอบจาก www.bennetts.co.uk

d58b1dbc6d8ac28f10171ea1caf00eef.gif
uWoCOa.jpg
CuGyLE.gif
CuJw6a.gif
8e49844b91ba44edf53bc3e7924967dd.jpg
sP2wYz.jpg