ความคืบหน้าของระบบ VVT จากแบรนด์ Honda

ความคืบหน้าของระบบ VVT จากแบรนด์ Honda

ย้อนกลับไปในปี 2019 เป็นช่วงเวลาที่ Honda ผู้ผลิตรถมอเตอร์ไซค์จากประเทศญี่ปุ่น กำลังซุ่มเงียบพัฒนาระบบวาล์วแปรผัน หรือ Variation Valve Timing (VVT) ซึ่งมีการนำเสนอผ่านเอกสารสิทธิ์บัตรมากมาย แต่ในปีเดียวกันนี้ทางค่ายปีกนกก็เข็นเอา CBR1000RR-R รุ่นใหม่ เข้ามาแทนที่ Fireblade รุ่นเดิม โดยมีการปรับปรุงเครื่องยนต์ใหม่จนได้ขุมกำลังที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดจากบรรดาซุปเปอร์ไบค์ที่เคยผลิตมา แต่ก็ไม่ปรากฎระบบ VVT จากสิทธิบัตรเหล่านี้แม้แต่น้อย

 DSC1319

เรื่องราวดูเหมือนจะเงียบหายไปแล้ว แต่ล่าสุดเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา Honda ได้ยื่นเอกสารในการครอบครองสิทธิบัตรใหม่ เกี่ยวกับระบบ VVT อีกครั้ง ซึ่งข้อมูลในหลายๆ ส่วนบ่งชี้ให้เห็นว่า ระบบถูกพัฒนาต่อเนื่อง และมีแนวโน้มว่าในซุปเปอร์ไบค์รุ่นต่อไปจากค่ายปีกนกจะมีการติดตั้งระบบนี้และใช้มันเป็นจุดขายอีกด้วย

d10f26b73d00a07ac943e536d370a2f1.jpg

โดยระบบ VVT ของค่าย Honda นั้นมีลักษณะที่ทำงานคล้ายคลึงกับระบบ ShiftCam ของทาง BMW โดยจะใช้เพลาลูกเบี้ยวห้อยเป็นตุ้มเพื่อปรับเปลี่ยนการทำงานของวาล์วตามความเร็วของเครื่องยนต์ แต่ก็มีความต่างวาล์วไอเสียและวาล์วไอดี ในขณะที่ระบบ ShiftCam ของ BMW จะมีการปรับระดับของวาล์วและเพลาลูกเบี้ยว บนสองกระบอกสูบคู่หน้าเท่านั้น แต่กับกระบวนการของ Honda จะมีการปรับระดับของเพลาลูกเบี้ยวบนกระบอกสูบทั้ง 4 ชุดในเครื่องยนต์

800d62ab680bda485f84d729f0068ceb.jpg

นอกเหนือจากการพัฒนาระบบ VVT ของค่ายปีกนกแล้ว ยังมีงานออกแบบใหม่ของระบบหม้อน้ำ โดยมีงานออกแบบทรงหม้อน้ำแบบเกือกม้า ซึ่งการออกแบบแบบนี้จะทำให้ตัวหม้อน้ำ สามารถติดตั้งอยู่ระหว่างเครื่องยนต์และล้อหน้าได้ง่ายกว่า อีกทั้งยังมีการออกแบบช่องระบายลมใหม่ ที่ใช้รูปทรงตัว V พร้อมกับถังเก็บน้ำในระบบระบายความร้อนทรงกลม แน่นอนว่าไม่ใช่การออกแบบทั้งหมดที่จะนำไปใช้กับสายการผลิต แต่ดูเหมือนว่า Honda เองพยายามที่จะออกแบบระบบทั้งหมดเพื่อรองรับการใช้งานสำหรับรถในแนวทางที่แตกต่างกันให้ได้มากที่สุด

001 0778

ล่าสุด Honda ได้เปิดตัว Fireblade รุ่น 2022 CBR1000RR-R SP พร้อมการปรับแต่งเล็กน้อยเพื่อปรับปรุงเสถียรภาพในการเข้าโค้งและการเร่งความเร็วขณะที่ออกจากโค้ง แต่ก็ยังไม่มีการใส่ระบบ VVT ที่ว่านี้อยู่ดี ดังนั้นเราอาจจะได้เห็นระบบ VVT นี้ใน FireBlade รุ่นต่อไป ซึ่งก็น่าจะอย่างน้อยๆ อีก 2 ปีเป็นอย่างเร็ว

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก www.rideapart.com

d58b1dbc6d8ac28f10171ea1caf00eef.gif
uWoCOa.jpg
CuJ0zS.gif
CuGJMl.gif
8e49844b91ba44edf53bc3e7924967dd.jpg
sP2wYz.jpg