เปิดตัว 2023 Honda Forza 750 อย่างเป็นทางการ

เปิดตัว 2023 Honda Forza 750 อย่างเป็นทางการ

ประกาศอัพเดตใหม่จาก Honda Motorcycle Europe ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดในรูปแบบบิ๊กสกู๊ตเตอร์กับเจ้า 2023 Forza 750 ที่ปัจจุบันยังไม่มีข่าวคราวว่าจะเข้ามาจำหน่ายในบ้านเราเมื่อใด แต่ในยุโรปนั้นวางจำหน่ายมาตั้งแต่ปลายปี 2020 เป็นต้นมา

aVEbgI.jpg

อย่างที่เราทราบกันดี Honda Forza 750 เปิดตัวในเดือนตุลาคมปี 2020 โดยใช้พื้นฐานหลายๆ อย่างร่วมกับ Z-ADV อีกหนึ่งบิ๊กสกู๊ตเตอร์ครอสโอเวอร์ของทางค่ายและ NC-750X รถสปอร์ตทัวร์ริ่งที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ด้วยขุมกำลัง 745 ซีซี 2 ลูกสูบแบบ SOHC 8 วาล์ว (4 วาล์วต่อสูบ) ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้กำลังสูงสุด 56 แรงม้า (BHP) ที่ 6,750 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 69 นิวตันเมตร ซึ่งในตลาดยุโรปจะมีความพิเศษสำหรับผู้ซื้อที่ถือครองใบอนุญาตขับขี่แบบ A2 License ที่จะจำกัดกำลังสูงสุดอยู่ที่ 46 แรงม้า (BHP) โดยจะใช้รอบเครื่องยนต์ที่ 6,000 รอบต่อนาที และมีแรงบิดสูงสุดที่ 65 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที ตามข้อกำหนดของใบอนุญาต

aVElIt.jpg

ในขณะที่รูปแบบโครงสร้างจะเป็นแบบ Diamond steel pipe ที่แข็งแรง เปลือกนอกจะมีการออกแบบที่ใกล้เคียงกับ Forza ทั้งขนาด 350, 250 และ 125 ซีซี ที่จำหน่ายในยุโรป แต่จะมีความแตกต่างเล็กน้อยที่งานออกแบบไฟหน้าที่จะให้อารมณ์ที่สปอร์ตกว่า การวางองศาของส่วนหน้าที่หลู่ลมกว่า ทำให้ตัวรถมีความสปอร์ตแต่ยังสามารถตอบโจทย์การขับขี่ในเมืองและระยะทางไกล ด้วยพื้นที่วางขาที่กว้างขวางและแน่นอนคุณสมบัติของรถสกู๊ตเตอร์ที่ขาดไม่ได้คือช่องเก็บของใต้เบาะนั่งขนาดใหญ่ ที่สามารถบรรจุหมวกกันน็อคได้และยังมีพื้นที่เหลือๆ สำหรับเก็บของชิ้นเล็กๆ ได้อีกด้วย

aVEDte.jpg

อีกหนึ่งส่วนที่ทำให้ Forza 750 แตกต่างจาก Forza รุ่นอื่นๆ คือระบบช่วงล่าง โดย Forza 750 จะมาพร้อมกับระบบกันสะเทือนหน้าแบบหัวกลับขนาด 41 มิลลิเมตร ระยะยุบตัว 120 มิลลิเมตร ในขณะที่ด้านหลังจะเป็นแบบ Pro-Link ที่ใช้โช้คอัพแบบ MonoShock ทำงานร่วมกับสวิงอาร์มทรงสปอร์ต (Banan Swingarm) ที่สำคัญคือระบบเบรก โดยด้านหน้าจะเป็นจานดิสก์แบบคู่ Hydraulic Disc ขนาด 310 มิลลิเมตร คาลิปเปอร์เบรกแบบ Radial แบบ 4 พอร์ต ส่วนด้านหลังจะเป็น Hydraulic Disc แบบเดี่ยวขนาด 240 มิลลิเมตร ปั๊มเบรก 1 พอร์ต มีระบบ ABS แบบ Dual Channel วงล้ออัลลอยด์ขนาดไม่เท่ากันโดยด้านหน้าจะเป็นขนาด 17 นิ้ว 17M/C x MT3.50 สวมด้วยยาง 120/70-R17M/C และด้านหลังขอบล้อขนาด 15 นิ้ว 15M/C x MT4.50 สวมยางขนาด 160/60-R15M/C

aVE2fv.jpg

ในขณะที่อุปกรณ์บนตัวรถนั้น จะมาพร้อมกับระบบไฟ LED รอบคัน หน้าจอแสดงผล TFT ขนาด 5 นิ้ว ระบบคันเร่งไฟฟ้า Throttle By Wire ที่มาพร้อมกับโหมดการขับขี่ 3 รูปแบบ Standard, Sport, Rain และยังมี User โหมดให้ผู้ขับขี่ได้สามารถปรับแต่งค่าต่างๆได้ สามารถปรับได้ตลอดเวลาบนประกับแฮนด์ด้านซ้าย มีระบบ Honda Selectable Torque Control (HSTC) 3 ระดับ และที่น่าจะเป็นจุดเด่นที่สุดของโมเดลนี้คือการติดตั้งชุดเกียร์ DCT ที่สามารถขับขี่ได้ทั้งแบบออโต้และสามารถสนุกกับการเปลี่ยนเกียร์ได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส

aVEPJk.jpg

สิ่งใหม่ที่เพิ่มเข้ามาในโมเดลปี 2023 คือช่องเสียบชาร์จไฟ USB จะเป็นแบบ Type-C และเพิ่มระบบ HSVCs รูปแบบเดียวกับที่ใช้บน Hinda Forza 350 RoadSync และ ADV350 RoadSync เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน อีกทั้งยังมีการเพิ่มสีนสันใหม่ 3 สีประกอบไปด้วย Mat Ballistic Black Metallic with Mat Ballistic Black Metallic belly pan”, “Pearl Glare White with Mat Ballistic Black Metallic belly pan” และ “Iridium Grey Metallic with Mat Ballistic Black Metallic belly pan” และจะยังจำหน่ายสีเดิมของปีที่แล้วอย่าง “Mat Jeans Blue Metallic” ควบคู่ไปด้วย รวมเป็น 4 สี

aVEjCP.jpg

สำหรับราคาจำหน่าย 2023 Honda Forza 750 นั้น ในประเทศอังกฤษ จะจำหน่ายกันในราคา 10,399 ปอนด์ หรือประมาณ 439,835 บาท ซึ่งจะมีราคาจำหน่ายที่ถูกกว่า X-ADV ที่ปัจจุบันตั้งราคาอยู่ที่ 11,099 ปอนด์ หรือประมาณ 469,543 บาท ดังนั้นหากเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย Honda Forza 750 จะมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ราวๆ 395,000 – 410,000 บาท เมื่อเทียบราคากับ Z-ADV ที่จำหน่ายในประเทศไทยอยู่ที่ 425,000 บาท แต่อย่างที่เราทราบ Forza 750 ยังไม่มีการเปิดตัวในประเทศไทย ซึ่งเราก็ต้องมารอลุ้นกันว่าบริษัท ไทยฮอนด้า แมนูเฟคเจอริ่ง จำกัด จะมีการนำเข้ามาทำตลาดอย่างเป็นทางการในช่วงเวลาใด

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก ardiantoyugo.com

e3c5f26071a692f52c0a0ae44a03ec71.gif
0ba176b19528f51aad78cb63e250a806.gif
a5033c0952508ef29648d510d1a24ad6.gif