มอเตอร์ไซค์จมน้ำ ห้ามสตาร์ท! หลังน้ำลดต้องทำอะไรบ้าง

หลังน้ำท่วมลดลง หลายคนอาจรีบเดินไปบิดกุญแจแล้วลองสตาร์ทรถเพื่อดูว่าเครื่องยนต์ยังทำงานหรือไม่ แต่สำหรับรถมอเตอร์ไซค์ที่ถูกน้ำท่วม โดยเฉพาะกรณีระดับน้ำสูงถึงเครื่องยนต์ หม้อกรองอากาศ หรือระบบไฟฟ้า สิ่งแรกที่ควรทำคือ ห้ามเปิดสวิตช์กุญแจและห้ามสตาร์ทเครื่องยนต์
เหตุผลคือเราไม่สามารถรู้ได้จากภายนอกว่าน้ำเข้าไปถึงห้องเผาไหม้ น้ำมันเครื่อง ระบบไอดี ระบบเชื้อเพลิง หรือชุดอิเล็กทรอนิกส์แล้วหรือยัง
การกดสตาร์ทเพียงครั้งเดียวอาจสร้างความเสียหายเพิ่มเติมได้ทันที
อันดับแรก ห้ามเปิดกุญแจและห้ามสตาร์ท
หากรถถูกน้ำท่วมสูงจนถึงบริเวณเครื่องยนต์หรือสูงกว่านั้น ให้ถือไว้ก่อนว่ามีน้ำสามารถเข้าไปในระบบของรถได้
อย่าบิดกุญแจไปตำแหน่ง ON เพื่อลองดูว่าเรือนไมล์ติดหรือไม่ และอย่ากดสตาร์ทเพื่อทดสอบเครื่องยนต์
Yamaha ระบุในคำแนะนำสำหรับรถที่จมน้ำโดยตรงว่า การเปิด Main Switch หรือพยายามสตาร์ทหลังรถจมน้ำอาจทำให้ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ลัดวงจรและเสียหาย รวมถึงมีความเสี่ยงจากระบบไฟฟ้า
ที่สำคัญ หากน้ำเข้าไปอยู่เหนือหัวลูกสูบภายในกระบอกสูบ การพยายามหมุนเครื่องยนต์อาจเกิดสิ่งที่เรียกว่า Hydrolock
น้ำไม่สามารถถูกอัดตัวได้เหมือนส่วนผสมของอากาศและเชื้อเพลิง แรงจากมอเตอร์สตาร์ทหรือการหมุนของเครื่องยนต์จึงอาจสร้างความเสียหายต่อก้านสูบ ลูกสูบ หรือชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ได้
ดังนั้นคำว่า “ลองสตาร์ทดูก่อน” เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำกับรถที่จมน้ำ
ถ่ายรูปสภาพรถก่อนทำความสะอาด
หากรถมีประกันภัยหรือมีความเป็นไปได้ว่าจะต้องยื่นเคลม ควรถ่ายภาพรถ ระดับคราบน้ำ และบริเวณที่ได้รับความเสียหายไว้ก่อน
คราบน้ำที่ติดอยู่บนตัวรถสามารถช่วยบอกได้คร่าวๆ ว่าน้ำขึ้นสูงถึงระดับใด และอาจเป็นข้อมูลสำคัญต่อการตรวจสอบภายหลัง
หลังจากนั้นจึงเคลื่อนรถออกไปยังพื้นที่แห้งโดยใช้การเข็นหรือรถยก ไม่ควรขี่ออกไปเอง

รถน้ำมันสามารถถอดแบตเตอรี่ได้ แต่ต้องทำอย่างถูกต้อง
สำหรับรถเครื่องยนต์สันดาปหรือรถมอเตอร์ไซค์ทั่วไป เมื่อรถอยู่ในพื้นที่แห้งและสามารถทำงานได้อย่างปลอดภัย สามารถตัดระบบไฟโดยถอดแบตเตอรี่ออกจากวงจร
หลักทั่วไปคือ ถอดขั้วลบ (-) ก่อน แล้วจึงถอดขั้วบวก (+)
หากไม่มีความรู้เรื่องระบบไฟ ไม่ควรฝืนถอดเอง ให้ปล่อยรถไว้โดยไม่เปิดกุญแจและส่งเข้าศูนย์บริการหรือร้านที่มีความชำนาญแทน
ส่วนรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าไม่ควรนำวิธีนี้ไปใช้กับแบตเตอรี่แรงดันสูงเด็ดขาด
ตรวจหม้อกรองอากาศก่อนคิดเรื่องสตาร์ท
ระบบไอดีเป็นหนึ่งในจุดสำคัญที่สุดหลังรถถูกน้ำท่วม
ต้องเปิดตรวจ Airbox และกรองอากาศว่ามีน้ำหรือโคลนเข้าไปหรือไม่
ถ้าพบว่ากรองอากาศเปียกหรือมีน้ำอยู่ใน Airbox ต้องถือไว้ก่อนว่าน้ำมีโอกาสผ่านเข้าไปถึงเครื่องยนต์ และห้ามสตาร์ท
กรองอากาศแบบกระดาษที่เปียกหรือจมน้ำโดยทั่วไปควรเปลี่ยนใหม่ ไม่ควรพยายามนำมาใช้ต่อเพียงเพราะตากจนแห้งแล้ว
สำหรับกรองชนิดอื่นต้องทำความสะอาดตามวิธีที่ผู้ผลิตระบุ
ถ้ามีน้ำเข้าเครื่อง ต้องเอาน้ำออกจากกระบอกสูบก่อน
หากมีหลักฐานว่าน้ำผ่านระบบไอดีเข้าไปในเครื่องยนต์ ขั้นตอนต่อไปเป็นงานที่ควรให้ช่างดำเนินการ
โดยหลักการจะต้องถอดหัวเทียน และป้องกันไม่ให้ระบบจุดระเบิดหรือหัวฉีดทำงาน ก่อนหมุนเครื่องยนต์เพื่อไล่น้ำออกจากกระบอกสูบ
ห้ามเพียงถอดหัวเทียนแล้วกดสตาร์ทโดยไม่รู้วิธีตัดระบบจุดระเบิดและระบบจ่ายเชื้อเพลิง เพราะรถแต่ละรุ่นมีระบบไฟฟ้าและ ECU แตกต่างกัน
กรณีรถจมน้ำขณะเครื่องยนต์กำลังทำงานยิ่งต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะมีโอกาสเกิดความเสียหายทางกลภายในเครื่องยนต์อยู่ก่อนแล้ว หากพบว่าเครื่องยนต์หมุนติดขัด ไม่ควรพยายามฝืนหมุนต่อ
น้ำมันเครื่องต้องตรวจ และมักต้องเปลี่ยน
หากระดับน้ำขึ้นถึงเครื่องยนต์หรือมีโอกาสที่น้ำเข้าเครื่อง ควรถ่ายน้ำมันเครื่องออกเพื่อตรวจสอบ
น้ำที่ผสมกับน้ำมันเครื่องสามารถทำให้คุณสมบัติในการหล่อลื่นลดลงอย่างรุนแรง
บางกรณีน้ำมันจะมีลักษณะขุ่นคล้ายนมหรือกาแฟใส่นม แต่ไม่ควรใช้แค่สีของน้ำมันเป็นตัวตัดสิน เพราะน้ำสามารถแยกตัวและตกอยู่ด้านล่างของห้องเครื่องได้
หากมีน้ำปนเปื้อน ควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องและไส้กรองน้ำมันเครื่องตามความเหมาะสม และรถที่จมน้ำหนักอาจต้องมีการเปลี่ยนน้ำมันมากกว่าหนึ่งครั้งหลังเครื่องยนต์ได้รับการตรวจจนสามารถเดินเครื่องได้อย่างปลอดภัยแล้ว

สกู๊ตเตอร์ต้องเช็กทั้ง CVT และน้ำมันเฟืองท้าย
รถออโตเมติกมีอีกสองจุดที่ไม่ควรมองข้าม
อย่างแรกคือชุด CVT ซึ่งมีช่องระบายอากาศ น้ำสามารถเข้าไปอยู่ภายในฝาครอบชุดสายพานได้
ช่างควรเปิดตรวจและทำความสะอาดสายพาน ชามหน้า ชามหลัง และชุดคลัตช์ให้แห้งสนิท
ไม่ควรทาจาระบีหรือน้ำมันลงบนสายพานหรือผิวหน้าชามเพื่อป้องกันสนิม เพราะพื้นที่ดังกล่าวต้องทำงานแบบแห้ง
อีกจุดคือน้ำมันเฟืองท้าย หากบริเวณชุดเฟืองจมน้ำหรือมีความเสี่ยงว่าน้ำเข้า ควรตรวจสอบและเปลี่ยนน้ำมันเฟืองท้ายตามความเหมาะสม
ตรวจน้ำมันเชื้อเพลิงด้วย
แม้ฝาถังน้ำมันจะปิดอยู่ แต่น้ำยังสามารถเข้าสู่ระบบเชื้อเพลิงผ่านจุดระบายอากาศ ซีล หรือช่องต่างๆ ได้หากรถจมน้ำเป็นเวลานาน
ถ้าระดับน้ำสูงถึงบริเวณฝาถัง ควรตรวจสอบน้ำมันเชื้อเพลิง
หากพบการปนเปื้อน ต้องระบายน้ำมันออกและทำความสะอาดระบบก่อนเติมน้ำมันใหม่
รถหัวฉีดอาจต้องตรวจเพิ่มเติมทั้งปั๊มน้ำมัน ไส้กรอง หัวฉีด และชุดสายไฟที่อยู่ภายในหรือบริเวณถังน้ำมัน
น้ำในท่อไอเสียต้องระบาย แต่ห้ามสตาร์ทเพื่อไล่น้ำ
ท่อไอเสียที่จมน้ำสามารถมีน้ำขังอยู่ภายในได้เป็นเรื่องปกติ
ควรระบายน้ำออกก่อนตามโครงสร้างของรถ และตรวจสอบว่ามีโคลนหรือสิ่งสกปรกอุดตันอยู่หรือไม่
สิ่งที่ไม่ควรทำคือสตาร์ทเครื่องแล้วเร่งเครื่องเพื่อหวังให้ความร้อนไล่น้ำออก ทั้งที่ยังไม่ได้ตรวจเครื่องยนต์และระบบไอดี
น้ำในท่อไอเสียเพียงอย่างเดียวไม่ใช่ปัญหาใหญ่เท่าน้ำที่อยู่ในห้องเผาไหม้

ระบบไฟฟ้าต้องแห้งก่อนจ่ายไฟกลับเข้าไป
รถมอเตอร์ไซค์สมัยใหม่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก ตั้งแต่ ECU รีเลย์ กล่องฟิวส์ เซ็นเซอร์ ABS เซ็นเซอร์ต่างๆ สวิตช์กุญแจ Smart Key ชุดมาตรวัด และปลั๊กไฟจำนวนมาก
ทั้งหมดควรถูกตรวจหาความชื้น โคลน และการกัดกร่อน
เพียงเป่าให้แห้งแล้วเห็นว่าไฟกลับมาติดไม่ได้หมายความว่าระบบสมบูรณ์ เพราะคราบเกลือและสิ่งปนเปื้อนสามารถทำให้ขั้วไฟเกิดสนิมและสร้างปัญหาภายหลังได้
โดยเฉพาะรถที่โดนน้ำทะเลหรือน้ำกร่อย ต้องรีบจัดการมากกว่าน้ำจืด เนื่องจากการกัดกร่อนเกิดขึ้นรวดเร็วกว่าอย่างมาก
น้ำท่วมสกปรกต้องล้างรถให้ทั่ว
น้ำท่วมไม่ใช่น้ำสะอาด และอาจมีทั้งดิน โคลน น้ำเสีย สารเคมี และสิ่งปนเปื้อนอื่นๆ
หลังตัดระบบไฟและนำรถมาไว้ในพื้นที่ปลอดภัยแล้ว ควรล้างคราบเหล่านี้ออกด้วยน้ำสะอาด
หากเป็นน้ำทะเลหรือน้ำกร่อย ยิ่งควรล้างด้วยน้ำจืดโดยเร็วเพื่อลดคราบเกลือ
หลีกเลี่ยงการฉีดน้ำแรงดันสูงตรงเข้าไปยังปลั๊กไฟ ซีลลูกปืน ระบบไอดี และชิ้นส่วนที่ต้องการการซีล เพราะอาจดันน้ำเข้าไปลึกกว่าเดิม
ผู้ที่ต้องสัมผัสรถซึ่งผ่านน้ำท่วมควรสวมถุงมือและหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำหรือโคลนโดยตรง
เบรกต้องตรวจให้เรียบร้อยก่อนขี่
ทั้งดิสก์เบรก ผ้าเบรก คาลิเปอร์ และดรัมเบรกสามารถมีโคลน ทราย หรือสิ่งปนเปื้อนติดอยู่หลังน้ำท่วม
ระบบเบรกต้องได้รับการทำความสะอาดและตรวจสอบก่อนนำรถกลับมาใช้งาน
ผ้าเบรกที่ปนเปื้อนน้ำมันหรือสารเคมีอาจต้องเปลี่ยนใหม่
ส่วน Brake Fluid อยู่ในระบบปิด จึงไม่ได้หมายความว่ารถจมน้ำทุกคันจำเป็นต้องเปลี่ยนน้ำมันเบรกทันที แต่หากน้ำสามารถเข้าสู่กระปุกหรือระบบไฮดรอลิก หรือพบความผิดปกติ ต้องตรวจและเปลี่ยนตามที่ช่างประเมิน
หลังซ่อมเสร็จควรทดสอบเบรกด้วยความเร็วต่ำในพื้นที่ปลอดภัยก่อนกลับไปใช้งานปกติ
ลูกปืนและจุดหมุนก็ได้รับผลกระทบได้
น้ำสามารถชะล้างจาระบีและพาสิ่งสกปรกเข้าไปบริเวณลูกปืนหรือจุดหมุนต่างๆ
รถที่แช่น้ำเป็นเวลานานควรตรวจอย่างน้อยบริเวณลูกปืนล้อ ลูกปืนคอ สวิงอาร์ม จุดหมุนของช่วงล่าง และขาตั้ง
สำหรับรถที่ใช้โซ่ ควรทำความสะอาดและหล่อลื่นโซ่ใหม่หลังรถแห้ง
อย่ารอจนลูกปืนเกิดเสียงหรือเริ่มฝืด เพราะสนิมสามารถเกิดอยู่ภายในก่อนแสดงอาการภายนอก

หม้อน้ำไม่ได้หมายความว่าต้องเปลี่ยนน้ำหล่อเย็นทันที
สำหรับรถระบายความร้อนด้วยน้ำ ระบบน้ำหล่อเย็นเป็นระบบปิด ดังนั้นการถูกน้ำท่วมไม่ได้หมายความว่าจะต้องเปลี่ยนน้ำหล่อเย็นทุกคันโดยอัตโนมัติ
แต่ควรล้างโคลนที่ติดอยู่ภายนอกหม้อน้ำ ตรวจพัดลมหม้อน้ำ ปลั๊กไฟ และตรวจหารอยรั่วหรือความเสียหาย
หากพบว่าระบบถูกเปิด น้ำเข้า หรือมีการปนเปื้อน จึงค่อยดำเนินการเปลี่ยนน้ำหล่อเย็นตามขั้นตอนของผู้ผลิต
เมื่อไรถึงจะสตาร์ทได้
รถควรถูกสตาร์ทหลังจากตรวจแล้วว่าไม่มีน้ำอยู่ในระบบไอดีหรือกระบอกสูบ น้ำมันเครื่องไม่มีการปนเปื้อน ระบบเชื้อเพลิงใช้งานได้ ชุดไฟฟ้าแห้งและได้รับการตรวจสอบ รวมถึงระบบส่งกำลังพร้อมใช้งาน
เมื่อสตาร์ทครั้งแรกแล้วต้องตรวจไฟเตือนต่างๆ เสียงเครื่องยนต์ รอบเดินเบา การชาร์จไฟ และรอยรั่ว
จากนั้นจึงทดสอบด้วยความเร็วต่ำ โดยตรวจทั้งเบรก การบังคับเลี้ยว ช่วงล่าง และการทำงานของ ABS หรือระบบช่วยเหลืออื่นๆ ก่อนกลับไปใช้บนถนนตามปกติ
รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าต้องใช้วิธีต่างออกไป
หากเป็นรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่แบตเตอรี่หรือระบบแรงดันสูงถูกน้ำท่วม ห้ามเปิดระบบ ห้ามชาร์จ และห้ามพยายามถอดแบตเตอรี่แรงดันสูงด้วยตัวเอง
แบตเตอรี่ลิเธียมที่ได้รับความเสียหายจากน้ำมีทั้งความเสี่ยงด้านไฟฟ้าและไฟไหม้ ซึ่งอาจไม่ได้แสดงอาการทันทีหลังน้ำลด
ควรติดต่อศูนย์บริการหรือผู้ผลิตเพื่อประเมินระบบแบตเตอรี่โดยเฉพาะ และหากพบความร้อนผิดปกติ ควัน กลิ่นผิดปกติ เสียงแตกปะทุ หรือความเสียหายของตัวแบตเตอรี่ ควรอยู่ห่างจากรถและติดต่อเจ้าหน้าที่ฉุกเฉิน
รถจมน้ำยังไม่จำเป็นต้องพัง ถ้าไม่รีบสตาร์ท
ความเสียหายของรถที่ถูกน้ำท่วมขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งระดับน้ำ ระยะเวลาที่จมน้ำ ชนิดของน้ำ และเครื่องยนต์กำลังทำงานอยู่หรือไม่ในขณะน้ำเข้า
รถที่ได้รับการจัดการอย่างถูกต้องและรวดเร็วสามารถกลับมาใช้งานได้ แต่สิ่งสำคัญคืออย่าพยายามพิสูจน์ว่ารถยังปกติด้วยการกดสตาร์ททันที
เมื่อไม่แน่ใจว่าเคยมีน้ำถึงระบบไอดีหรือเครื่องยนต์หรือไม่ วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือ ไม่เปิดสวิตช์ ไม่สตาร์ท และนำรถเข้าศูนย์บริการหรือช่างที่มีความชำนาญให้ตรวจสอบก่อน
*ภาพประกอบเป็นภาพเรนเดอร์จำลอง

ผู้ก่อตั้ง GreatBiker.com ทำงานในวงการมอเตอร์ไซค์มากว่า 15 ปี รายงานข่าวรถมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยเรียบเรียงจากข้อมูลของแต่ละแบรนด์ และทดสอบขี่จริงกับรถที่เปิดตัวในไทย


