อีกหนึ่งแคนดิเดตที่มีโอกาสจะมาเปิดตัวในงาน Motor Show นี้ All New Yamaha YZF-R6 2017

img_color_03

เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่หลายต่อหลายคนเฝ้ารอคอยกัน กับเจ้ารถสปอร์ตเรพลิก้าคลาสกลาง ที่มีสเปคเดียวกันกับตัวที่ใช้แข่งขันในสนาม กับ All New Yamaha YZF-R6 2017 ซึ่งจะต้องบอกก่อนเลยว่ารถในคลาสนี้ไม่มีทำตลาดในบ้านเรามานานมากๆ แล้ว และหากจะย้อนหลับไปล่าสุด ก็เป็น R6 โฉมเดิมนี่แหล่ะที่วางขายกันในบ้านเราอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะหายไปจากท้องตลาด แต่ว่าตอนนี้ก็มีกระแสข่าวมาอย่างรุนแรงว่าทาง Yamaha Rider Club เตรียมที่จะนำเข้าโมเดลบิ๊กไบค์รุ่นนี้มาทำตลายในประเทศไทยอีกครั้ง

ซึ่งการเดินตลาดในครั้งนี้ก็นับว่าน่าสนใจไม่น้อย ในยุคที่ประเทศไทยนั้นเกิดกระแสรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ที่บูมและเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วมาก มีคู่แข่งในท้องตลาดมากมาย แม้ว่ารถของคู่แข่งนั้นจะยังไม่มีสักรุ่นที่เป็นคู่แข่งขัน “โดยตรง” ของเจ้า YZF-R6 คันนี้ แต่หากจะมองในเรื่องของราคาที่ใกล้เคียงกันแล้วล่ะก็ ถือว่ามีเยอะมากๆ ทีเดียว และยังคงมีกลุ่มเป้าหลายคนที่ยังสับสันในเรื่องของจำนวน cc กับสเปคต่างๆ อยู่ ที่มักจะเอาแค่จำนวนของ cc กับราคารถเป็นที่ตั้ง ดังนั้นแล้วน่าสนใจเอามากๆ ว่าหากมันมาขายกันจริงๆ แล้วยอดขายจะไปได้ดีขนาดไหน

http://www.presto-corp.jp/YZF-R/R6/images/img_design_01.png

ก่อนอื่นเลยเราต้องมาทำความรู้จักกับเจ้า All New Yamaha YZF-R6 2017 คันนี้กันให้ถ่องแท้ก่อน โดยหลักการออกแบบหลักๆ นั้นเน้นการถ่ายทอด DNA มาจากรถสปอร์ตรุ่นใหญ่อย่าง YZF-R1 โฉมปัจจุบัน ที่เป็นรถในแนวเดียวกัน แต่เจ้า R6 คันนี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 599cc ระบายความร้อนด้วยหม้อน้ำ DOHC 4 สูบเรียง 16 วาล์ว ที่จะให้แรงบิดอันมหาศาลในย่านความเร็วกลางและความเร็วปลายที่มากขึ้นกว่าเดิม เน้นในเรื่องการทำ aerodynamic มากเป็นพิเศษ ซึ่งทางค่ายนั้นได้บอกว่าหากเจ้า R6 นี้สามารถพูดได้ สิ่งแรกที่มันจะพูดเลยก็คือ “ข้าพร้อมที่จะฟัดกับรถแข่งคันอื่นๆ ตั้งแต่จุดสตาร์ทแล้ว”

ในส่วนของการออกแบบด้านหน้านั้น ใช้ไฟหน้าแบบ LED ที่หลบอยู่ภายใต้หน้ากาก ซึ่งเป็นไปตามสมัยนิยมในตอนนี้สำหรับรถทรงสปอร์ต ทำให้รูปลักษณ์ของด้านหน้ารถนั้นดุดันและคมคายเป็นอย่างมาก รวมไปถึงไฟท้ายก็ยังคงเป็นแบบ LED ด้วยเช่นกัน

และอย่างที่เกริ่นไปในข้างต้นว่าเจ้า R6 คันใหม่นี้จะเน้นในเรื่องของหลักอากาศพลศาสตร์ (aero dynamic) มากเป็นพิเศษ ดังนั้นแล้วในส่วนของการออกแบบแต่ละชิ้นส่วนแต่ละส่วนนั้น จะมีการรองรับการไหลเวียนของอากาศที่ทำงานร่วมกันได้อย่างสามัคคีที่สุด ตั้งแต่หัวจรดท้าย ทำให้แร้งต้านระหว่างตัวรถกับอากาศที่พัดผ่านมานั้นมีน้อยมากๆ ซึ่งตรงนี้เองจะส่งผลชัดเจนให้กับอัตราเร่งและความเร็วปลาย

และยังคงมีระบบที่น่าสนใจมากๆ อย่าง Traction control system ที่ช่วยป้องกันการหมุนฟรีของล้อหลัง มันช่วยให้อัตราเร่งนั้นเป็นไปอย่างราบรื่นแม้กระทั่งการวิ่งบนถนนที่เปียกแฉะ ทำให้ประสิทธิภาพในการควบคุมรถนั้นมีสูงมากที่สุด ซึ่งเราสามารถปรับการทำงานของระบบนี้ได้มากถึง 6 ระดับด้วยกัน โดยในแต่ละระดับนั้นจะมีความไวต่อการตอบสนองของระบบที่แตกต่างกันนั่นเอง อีกทั้งยังคงมีระบบยอดนิยมสำหรับรถในแนวสปอร์ตอย่าง Quick Shift System ที่จะช่วยให้เราสามารถเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างนุ่มนวลและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องกำคลัทช์ ทำงานร่วมกับสมองกล ECU ในการสั่งการ เช่นเดียวกันกับรุ่นพี่ YZF-R1

ในส่วนของระบบกันสะเทือนด้านหน้านั้นเป็นของ KYB แบบหัวกลับขนาด 43 mm ซึ่งใหญ่กว่าโฉมเดิมที่มีขนาดเพียง 41 mm เท่านั้น ซึ่งเป็นการออกแบบพิเศษมาเพื่อรุ่นนี้โดยเฉพาะ โดยจะทำให้มันซับแรงสะเทือนได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะในขณะที่เราเข้าโค้งหนักๆ

ระบบเบรกหน้านั้นเป็นดิสก์เบรกคู่ขนาด 320mm ซึ่งมีขนาดกว้างกว่าของเดิม ทำงานร่วมกับระบบเบรก ABS ที่ให้เป็นมาตรฐานมาจากโรงงานเลย โดยใช้ปั้มคาลิปเปอร์ของ Nissin

http://i0.wp.com/tmcblog.com/wp-content/uploads/2016/10/R6-39.jpg

คันเร่งเป็นแบบไฟฟ้า ride-by-wire Yamaha Chip Controlled Throttle (YCC-T®) พร้อมด้วยโหมดในการขับขี่ให้เลือก

http://i0.wp.com/tmcblog.com/wp-content/uploads/2016/10/R6-29.jpg

ส่วนของเบาะด้านท้าย จะมีความเป็นเรซซิ่งแบบเต็มตัวในสไตล์การนั่ง

http://i1.wp.com/tmcblog.com/wp-content/uploads/2016/10/R6-32.jpg

ถังน้ำมันเป็นแบบอลูมิเนียมแบบใหม่ ที่ผสมวัสดุในการผลิตแบบ Cold Metal Transfer (CMT) ซึ่งจะทำให้น้ำหนักของตัวถังน้ำมันนั้นเบากว่ารุ่นเดิมถึง 1.2 กก. ด้วยกัน

http://i0.wp.com/tmcblog.com/wp-content/uploads/2016/10/R6-27.jpg

หน้าจอแสดงผลแบบใหม่ ที่ผสมผสานระหว่างดิจิตอลและอนาล็อก ซึ่งจะบอกการแสดงผลครบครันไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งเกียร์, วัดทริป, การทำงานของ TCS, GPS, ABS โหมดที่ใช้งาน ฯลฯ

http://i2.wp.com/www.morebikes.co.uk/wp-content/uploads/2016/10/R6-9.jpg?w=980

สำหรับราคาที่คาดว่าจะวางขายนั้น น่าจะอยู่ที่ประมาณห้าแสนกว่าๆ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วก็ถือว่ามันเหมาะสมกับสเปคต่างๆ ของตัวรถ เพราะถึงจะเห็นว่าตัวเครื่องมันมีขนาดประมาณ 600cc แต่หากวิ่งกันในสนามแข่งหรือแม้แต่บนท้องถนนก็ตาม พวกรถที่มีขนาด 600-650 cc แบบปกตินั้นกินเจ้า YZF-R6 คันนี้ไม่ได้แน่นอน แต่ก็ต้องอยู่ที่ว่าหากเปิดตัวกันในบ้านเราแล้ว จะมีกลุ่มเป้าหมายที่เข้าใจในแนวทางของรถคันนี้แบบชัดเจนมากน้อยขนาดไหน เรามาจับตาดูสถานการณ์หลังจากการเปิดตัวไปพร้อมๆ กันครับ

ขอบคุณภาพจาก presto-corp.jp tmcblog.com morebikes.co.uk

e3c5f26071a692f52c0a0ae44a03ec71.gif
5a650bb5ff46063882a2406495dde21a.gif
bd3e2f96ea6a84d4c720ef9617a2c46f.gif