เรนเดอร์แรก อย่างไม่เป็นทางการของ All- NEW Royal Enfield Himalayan

หลังจากที่เราได้พบเห็นการทดสอบหลายต่อหลายครั้งของโมเดลใหม่สำหรับ Royal Enfield Himakayan ที่สื่อต่างประเทศต่างคาดเดาว่าการทดสอบในครั้งนี้จะเป็นโมเดลในเจนเนอเรชั่นที่ 2 ของผลิตภัณฑ์ ที่จะมีการเปลี่ยนแปลงในหลายๆ ด้าน ล่าสุด RushLane สื่อยานยนต์จากประเทศอินเดียก็ได้มีการนำเอาข้อมูลและภาพ Spyshot มาสรุปรวมผ่านผลงานภาพเรนเดอร์อย่างไม่เป็นทางการให้เราๆได้ชมกัน

c9426ee8b54274fa847b707510046d97.jpg
2016 Royal Enfield Himalayan

Royal Enfield Himalayan เปิดตัวครั้งแรกในฐานของรถมอเตอร์ไซค์แนวคิดในปี 2015 โดยความชื่นชอบส่วนตัวของ Siddhartha Lal ซีอีโอของบริษัท ที่มักจะใช้เวลาว่างในการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ไปในเส้นทางของเทือกเขาหิมาลัยในประเทศอินเดีย จนผุดไอเดียในการนำเอาองค์ประกอบของรถ Royal Enfiled มาปรับปรุงแก้ไขและผลิตออกมาเป็นรถในแนว ADV-Retro และในการเปิดจำหน่ายจริงในปี 2016 โมเดลก็ได้รับกระแสตอบรับที่ยอดเยี่ยมจนทำให้ชื่อของ Royal Enfield กลับมาอีกครั้งในโลกมอเตอร์ไซค์ยุคใหม่

e7c4ac1a04c0d58ab5ef6efad7e03859.png
2022 Royal Enfield Himalayan

Himalayan มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จากการรับข้อสังเกตมาจากผู้ใช้งาน โดยมีการปรับปรุงมาแล้ว 3 ครั้งบวกกับ Minor Change เล็กๆ อีก 1 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดจะเป็นโมเดลของปี 2021 ที่สื่อหลายๆ สำนักคาดการณ์ว่าจะเป็นการปรับปรุงครั้งสุดท้าย ก่อนจะมีการยกเครื่องใหม่ให้กลับ Himalayan ในทิศทางที่ดีขึ้น ทรงพลังขึ้นและทันสมัยมากขึ้น

c556729d63176d93ea38eb47ceb074be.jpg

และก็เป็นไปตามที่สื่อคาดการณ์เราได้เห็นการทดสอบผลิตภัณฑ์ใหม่มาแล้วหลายครั้ง แต่ทางผู้ผลิตเองก็ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลใหม่ๆ ของตัวรถให้เราได้ทราบกัน จนทำให้ RushKane สื่อยานยนต์ยักษ์ใหญ่จากประเทศอินเดีย ต้องลงมือทำการรวบรวมข้อมูลที่มีความเป็นไปได้ บวกกับภาพจากการทดสอบที่พบเจอมาไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง และได้ผลิตออกมาเป็นภาพเรนเดอร์อย่างที่เราได้เห็นกัน

663a920de91957a03b479c5db1c88ff2.jpg

2023 Royal Enfield Himalayan รุ่นใหม่ที่กำลังจะมาถึงนั้น คาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของเครื่องยนต์ใหม่ทั้งหมด โดยจะปรับจากเครื่องยนต์ขนาด 411 ซีซี 1 ลูกสูบแบบ SOHC ระบายความร้อนด้วยอากาศ โดยจะเปลี่ยนไปใช้งานเครื่องยนต์ 1 ลูกสูบขนาดประมาณ 450 ซีซี แบบ DOHC ที่ระบายความร้อนด้วยของเหลว และคาดว่าจะมีกำลังสูงสุดที่มากกว่ารุ่นปัจจุบันที่ทำได้ 24.5 แรงม้า (HP) แรงบิดสูงสุด 32 นิวตันเมตร โดยคาดว่ากำลังสูงสุดของเครื่องยนต์ใหม่จะตกอยู่ที่ราวๆ 32-35 แรงม้า (HP) โดยมีแรงบิดสูงสุดที่ราวๆ 35-38 นิวตันเมตร

ไม่เพียงแต่เครื่องยนต์ที่เป็นของใหม่ บนตัวรถจะมีของใหม่อีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างหลักและ Sub-Frame ใหม่ ถังเชื้อเพลิงใหม่ที่มีการออกแบบให้มีขนาดที่ใหญ่กว่าเดิม เบาะนั่งแบบแยกส่วนได้รับการปรับปรุงใหม่เพื่อให้นั่งสบายขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนซ้อนท้ายที่มีรูปทรงเรียบกว่าเดิมท่อไอเสียทรงสั้นที่จะมาแทนที่ท่อไอเสียทางยาวและจุดเด่นใหม่คือระบบกันสะเทือนหน้าแบบหัวกลับ

2f60766941d674ee62711981ebbc3a30.jpg

การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ จะก่อให้เกิด Ridding Position ใหม่ที่ดูเหมือนจะแตกต่างจากรุ่นปัจจุบันเล็กน้อยและเน้นที่ความสะดวกสบายมากขึ้น แฮนด์บาร์สูงขึ้นและดึงเข้าหาผู้ขี่ ขณะที่วางพักเท้าไว้ตรงกลาง โดยมีส่วนผสมของสิ่งใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นส่วนท้ายแบบลอยตัว การ์ดแฮนด์ แผงด้านหลังที่ออกแบบใหม่ โดยยังคงเอกลักษณ์ของชุดไฟหน้าทรงกลมที่จะเปลี่ยนเป็นหลอดแบบ LED เช่นเดียวกับไฟท้ายและไฟเลี้ยว

ในส่วนของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และระบบต่างๆ บนตัวรถ ที่มีแน่ๆ ก็น่าจะเป็นระบบนำทางแบบ turn-by-turn navigation ที่ปัจจุบันติดตั้งอยู่ในรุ่นปัจจุบันอย่าง Meteor 350 ระบบเบรก ABS แบบเปิดปิดได้ และจะดูแฟนซีขึ้นไปอีกหากผู้ผลิตเลือกใช้งานคันเร่งไฟฟ้าแบบ ride-by-wire ที่จะมีตัวเลือกโหมดการขับขี่ 3 โหมด Road, Rain และ Off-Road ซึ่งจะเป็นครั้งแรกของผลิตภัณฑ์จาก RE ที่จะมีโหมดการขับขี่เข้ามาเกี่ยวข้องกับตัวรถ

052f72cc9fd25e22cf512d69c7526ceb.jpg

อย่างไรก็ดีทั้งหมดนี้ยังเป็นเพียงจินตนาการของสื่อหลายๆ สำนักเท่านั้น ทางผู้ผลิตเองยังไม่มีการออกมายืนยันในเรื่องของข้อมูลตัวรถนี้ ส่วนการเปิดตัวคาดว่าทางบริษัทจะเลือกงานใหญ่ประจำปีอย่าง EICMA Show ที่จะจัดขึ้นในช่วงปลายปี เป็นเวทีในการเปิดตัวและจะพร้อมจำหน่ายตัวจริงภายในไตรมาสที่สองของปี 2023 หากมีข้อมูลอัพเดทอะไรเราจะนำมาเสนอเพื่อนๆในโอกาสต่อไป

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก www.rushlane.com

e3c5f26071a692f52c0a0ae44a03ec71.gif
61f7e84b669fe7c4b85f2d6a740ffaa8.gif
c47c2b8530b04ff3fab32b4195bd9c49.gif