All New Honda CBR1000RRR (ทริปเปิลอาร์) การเดินเกมครั้งสำคัญของปีกนก 220 ม้าไม่ไกลเกินจริง!

จากทีก่อนหน้านี้ทางเราได้นำเสนอเกี่ยวกับกระแสข่าวของทาง Honda ซึ่งมีการคาดการณ์จากทาง Young Machine สื่อชื่อดังของทางญี่ปุ่นว่าค่ายปีกนกนั้น จะเดินหน้าผลิตรถ All New CBR ในคลาส 1,000 ที่จะแรงที่สุดเท่าที่เคยทำมา และมีความพิเศษในเรื่องของรหัส RRR ที่ต่อท้าย เพราะหากว่ามันจะเป็นจริงตามนี้ ก็จะเท่ากับว่าเป็นรหัสที่ทางค่ายยังไม่เคยมีมาก่อน และมันจะมีความพิเศษอย่างไรบ้าง ลองไปดูรายละเอียดกัน

อย่างแรกก็คือในเรื่องของขนาดกระบอกสูบของ New CBR1000RRR (ทริปเปิลอาร์) นั้นคาดว่าจะมีขนาดใหญ่มากถึง 81mm ด้วยกัน จากที่โมเดล CBR1000RR ในปัจจุบันนั้นเป็นเครื่องยนต์แบบ 4 สูบเรียงที่มีขนาดของกระบอกสูบอยู่ที่เพียง 75mm ดังนั้นหากว่าจะเป็นไปตามข้อมูลนี้กันจริงๆ ก็เท่ากับว่ามันจะเพิ่มมาอีกถึง 6 mm เลยทีเดียว การที่กระบอกสูบมีขนาดใหญ่ขึ้นนั้น จะทำให้ความเร็วรอบนั้นมาเร็วมากขึ้น และจะเน้นพละกำลังของแรงม้าและแรงบิดที่มหาศาล ในรอบความเร็วสูงให้จัดจ้าน Top Speed ปลายไหลกันได้มากกว่าเดิม และมีการคาดการณ์ว่า มันจะสามารถรีดแรงม้าได้มากถึง 220 ตัวด้วยกันเลยทีเดียว

tqLD3a.jpg

ความพิเศษต่อมาก็จะเป็นในเรื่องของกระเดื่องกดวาล์วแบบใหม่ ที่จะใช้แบบ Finger Follower ที่มีคุณสมบัติสำคัญก็คือในเรื่องของน้ำหนักที่เบาลงกว่าแบบปกติถึงราวๆ 20% ด้วยกัน และการที่มันมีน้ำหนักเบาลงนั้น ก็จะเป็นการทำให้รอบเครื่องยนต์นั้นหมุนได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้นอย่างปลอดภัย เพิ่มรอบสุงสุดให้มากขึ้น รวมไปถึงในหัวข้อต่อๆ ไปยังมีการระบุถึงเรื่องของระบบวาล์วแปรผัน ที่จะทำให้ตัวรถนั้นมีอัตราเร่งที่สม่ำเสมอในย่านความเร็วที่แตกต่างกัน และมีการติดตั้ง Ram Air (แรมแอร์) บริเวณตรงกลางตัวรถ โดยการทำงานของแรมแอร์นั้นก็คือท่อดักอากาศที่อยู่ด้านในตัวรถ และมีปากท่อออกมาที่ด้านหน้าของตัวรถ ทำหน้าที่ดักอากาศที่มีอุณหภูมิต่ำ เพื่อทำให้เครื่องยนต์นั้นมีการจุดระเบิดได้ดียิ่งขึ้น รวมไปถึงการใช้เฟรมแบบใหม่ที่ทนทานแต่มีน้ำหนักเบาลงกว่าเดิม

tqLlmf.jpg

หากกระแสข่าวตรงนี้เป็นจริง ก็เท่ากับว่าทาง Honda เองนั้นพร้อมที่จะท้าชนคู่แข่งในท้องตลาดรถสปอร์คคลาส 1,000cc ในตอนนี้จากทั้งฝั่งญี่ปุ่นด้วยกันเอง หรือว่าจากทางฝั่งยุโรปก็ตาม ด้วยเครื่องยนต์แบบ 4 สูบเรียงนี่แหละ แต่ยัดเอาความพิเศษต่างๆ มาทำให้มันแรงขึ้นและยอดเยี่ยมมากขึ้นในเรื่องของประสิทธิภาพมากกว่าปกติ ดูจากไทม์ไลน์แล้ว หากจะมีการเปิดตัวกันจริงๆ ก็น่าจะเป็นในช่วงปลายปี 2019 นี่แหละ งานนี้แฟนๆ ของปีกนก Honda จะต้องรอติดตามกันให้ดี

ขอบคุณภาพและข้อมูลประกอบจาก https://young-machine.com

v9Oy8I.gif