ไบค์เกอร์หนุ่มค้นหารถมอเตอร์ไซค์ที่ถูกขโมยผ่าน Apple AirTag

ไบค์เกอร์หนุ่ค้นหารถมอเตอร์ไซค์ที่ถูกขโมยผ่าน Apple AirTag

เป็นเรื่องราวที่รถมอเตอร์ไซค์เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ IT อีกครั้ง เมื่อหนุ่มชาววอชินตัน ได้ใช้ฟังก์ชั่นของ Apple AirTag อุปกรณ์ติดตามค้นหาตำแหน่งสิ่งของ ในการค้นหารถมอเตอร์ไซค์ที่ถูกขโมยไป ซึ่งเค้าก็ตามจนเจอและสามารถนำรถคู่ใจกลับมาได้อย่างปลอดภัย

05c9293948a9ad6463c59780d0c0c518.png

เรื่องราวนี้ถูกเปิดเผยผ่านเว็บไซต์ Apple Insider เว็บไซต์เกี่ยวกับเทคโนโลยี ที่เปิดเผยว่ามีชายชาวอเมริกันที่มีชื่อว่า Brandon ที่อาศัยอยู่ในเมืองหลวงของประเทศ ได้พบว่ารถจักรยานและมอเตอร์ไซค์ของตนเองนั้น หายไปอย่างไร้ร่องรอยหลายต่อหลายครั้ง จนครั้งเมื่อตัดสินใจซื้อรถคันใหม่ ก็ได้ติดตั้งอุปกรณ์ Apple AirTag ไว้บนตัวรถเพื่อใช้ในการติดตามค้นหาหากถูกขโมย และเรื่องราวที่เค้าได้คาดไว้ก็เกิดขึ้นจริง หลังจากนำรถไปจอดที่ลานจอดที่ใช้อยู่ประจำ แต่หลังจากกลับจากทำธุระเสร็จสิ้น แล้วกลับมาก็ไม่พบรถของตนเองที่จอดอยู่

เรื่องราวนี้น่าจะต้องไปจอดที่สถานีตำรวจพร้อมกับการรอคอยอย่างไร้ความหวัง แต่ครั้งนี้กลับแตกต่างออกไป เพราะเมื่อ Brandon ได้เปิดแอพ Find My เพื่อทำการค้นหา Apple AirTag ที่ติดตั้งไว้บนรถ มันก็สามารถระบุตำแหน่งได้อย่างชัดเจน และได้เอาเรื่องนี้ไปแจ้งความพร้อมกับนำตำรวจเพื่อทวงตัวรถกลับคืนมา แต่ก็ดูเหมือนว่าโจรร้ายจะรู้ตัวเสียก่อน จึงตัดสินใจทิ้งรถไว้ยังสถานที่แห่งหนึ่งแล้วหนีไป จึงทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ แต่ Brandon ก็ได้พาพาหนะคู่ใจกลับบ้านอย่างมีความสุข

f80b0ba3b446820a1a195f861e0ab193.jpg

สำหรับเพื่อนที่ยังสงสัยถึงการทำงานของ Apple AirTag เจ้าอุปกรณ์ชิ้นนี้จะมีการลงทะเบียนผ่าน Apple ID โดยที่จะมีการล็อกเพียงไอดีเดียว ไม่สามารถลงทะเบียนซ้ำได้ ถึงแม้ว่าจะรีเซ็ต Tag ใหม่แต่หากเจ้าของเดิมยังคงไม่ปลดล็อก Tag จาก Apple ID โดยการระบุตำแหน่งนั้นจะใช้ช่องทางการเชื่อมต่อกับสัญญาณบลูทูธ ทั้งจากโทรศัพท์เจ้าของ Tag และโทรศัพท์เครื่องอื่นๆ ที่ใกล้เคียง เพื่อทำการแจ้งตำแหน่งล่าสุดผ่านบริการ Find My ของ Apple โดยจะมีการแสดงตำแหน่งผ่านระบบ GPS และเมื่อเราเดินเข้าใกล้กับตัวอุปกรณ์จะเปลี่ยนจากระยะห่าง เป็นทิศทางที่สามารถชี้ไปยังเป้าหมายอย่างชัดเจน พร้อมกับความสามารถที่ทำให้อุปกรณ์นั้น สามารถส่งเสียงร้องเพื่อแจ้งตำแหน่งได้อีกด้วย

d9a1470318d37c6acb7feb1a17f0ce7c.jpg

เป็นอุปกรณ์ที่น่าสนใจสำหรับการติดตามอยู่ไม่น้อย แต่สำหรับคุณภรรยาที่ต้องการนำเอาอุปกรณ์นี้ไปติดตามคุณสามีที่มีพิรุธน่าสงสัยนั้น ทาง Apple เองก็มีมาตรการในการรองรับการถูกสะกดรอยตามอยู่ เมื่อมี AirTag ที่ไม่ใช่ของตนเองเข้าใกล้ในรัศมีของสัญญาณบลูทูธเป็นเวลานานๆ และไม่ได้อยู่ใกล้กับอุปกรณ์ที่ลงทะเบียนผ่าน Apple ID ของเจ้าของ Tag ระบบจะมีการแจ้งเตือนไปยังอุปกรณ์ที่อยู่ในสัญญาณว่ามี Tag ที่ไม่ได้ถูกลงทะเบียนด้วยเจ้าของ ID นี้อยู่ใกล้ๆ อีกทั้งเมื่อเราค้นหา AirTag จนเจอ ก็สามารถแสกนดูหมายเลขโทรศัพท์ที่ระบุโดยเจ้าของได้ว่าผู้ที่พบเจอนั้นจะมีอุปกรณ์ที่ใช้ระบบ iOS หรือ Android ดังนั้นวิธีการนี้น่าปลอดภัยในการติดตามสิ่งของมากกว่าบุคคลนะครับ

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก www.asphaltandrubber.com  www.indiatoday.in

e3c5f26071a692f52c0a0ae44a03ec71.gif
5a650bb5ff46063882a2406495dde21a.gif
a5033c0952508ef29648d510d1a24ad6.gif