Benda เปิดตัวเครื่องยนต์ V4 ใหม่สองขนาดความจุ

Benda เปิดตัวเครื่องยนต์ V4 ใหม่สองขนาดความจุ

นับตั้งแต่ปี 2020 ที่ผ่านมานั้น Benda ผู้ผลิตรถมอเตอร์ไซค์จากประเทศจีน มักจะสร้างความประหลาดใจให้กับเราอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์ครุยเซอร์ใหม่ LF-01 ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์แบบสี่ลูกสูบเรียงที่ให้ประสิทธิภาพราวกับรถในระดับ Supersport รวมไปถึงการเปิดตัวเครื่องยนต์เทอร์โบ 300 ซีซี และล่าสุดแบรนด์หน้าใหม่จากแดนมังกรก็สร้างเซอร์ไพริศให้กับเราอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวเครื่องยนต์ V4 รุ่นใหม่ พร้อมๆ กันทีเดียวถึง 2 ขนาดความจุ ที่จะใช้งานสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ในปีหน้า

4de33e1d4ae0fab2c241788bbe9f15f3.jpg
Benda LF-01

โดยการเปิดตัวครั้งนี้ Benda ได้ใช้พื้นที่ในงาน EICMA 2021 ที่กำลังจัดขึ้น ณ ตอนนี้ เป็นเวทีในการเปิดตัวเครื่องยนต์ชุดใหม่ ในรูปแบบของเครื่องยนต์ V4 ซึ่งอาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับวงการมอเตอร์ไซค์โลก แต่มันเป็นครั้งแรกที่ผู้ผลิตชาวจีนจะมีเครื่องยนต์รูปแบบนี้สำหรับผลิตภัณฑ์ของตนเอง และมันค่อนข้างน่าสนใจ เพราะมันไม่ได้มาเพียงหนึ่ง แต่มาพร้อมกันทีเดียวถึงสองขนาด บนรูปแบบประสิทธิภาพที่แตกต่างกัน

340135db6d13e8efa75835b0922073a5.jpg

เครื่องยนต์ตัวแรกนั้นจะมาพร้อมกับรหัส BD476 มาพร้อมกับขนาดความจุ 1,198 ซีซี V4 4ลูกสูบ 4 วาล์วแบบ DOHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ โดยรหัส BD476 นั้น BD จะย่อมาจาก Benda ตัวเลขสามหลักจะแบ่งออกเป็น 2 ชุด ประกอบด้วย 4 ที่หมายถึงจำนวนลูกสูบ และ 76 ที่จะหมายถึงขนาดของกระบอกสูบ 76 มิลลิเมตร โดยจะมีระยะชักที่ 66 มิลลิเมตร ซึ่งเครื่องยนต์มีรูปแบบที่คล้ายคลึงกับเครื่องยนต์ V4 ของทาง Yamaha ที่เคยใช้งานบน Yamaha VMax โมเดิร์นครุยเซอร์ที่เป็นตำนานของทางค่ายส้อมเสียง แต่ก็ไม่ถึงกับเป็นการคัดลอกโดยสมบูรณ์เพราะมันมีความต่างที่ไม่เหมือนกันอยู่ในหลายๆจุด

5fc8eb7e5c73f685d8aed43ef6ba3b85.jpg

ส่วนแรกก็คือระยะชักของเครื่องยนต์ จะเห็นได้ว่า BS476 จะมีระยะชักที่ 66 มิลลิเมตร ซึ่งมีความต่างกับระยะชักของ VMax ที่จะมีระยะชัก 90 มิลลิเมตร อีกส่วนหนึ่งคืออัตราส่วนกำลังอัด ที่เครื่องยนต์ใหม่จะมีค่าที่สูงกว่าที่ 11.5:1 ที่สะท้อนถึงสมรรถนะในการอัดกำลังสูงสุด ที่จะมีจำนวนรอบการหมุนที่น้อยกว่า โดยเครื่องยนต์ BD476 จะสามารถรีดกำลังสูงสุดได้ 152 แรงม้า (HP) อาจจะดูน้อยกว่าเครื่องยนต์จากผู้ผลิตจากฝั่งยุโรป ที่มักจะมาพร้อมกับกำลังราวๆ 200+ แรงม้า ทั้งบน Panigale V4 จาก Ducati และ RSV4 ของ Aprilia แต่เครื่องยนต์ของ Benda นั้นจะใช้รอบในการสร้างแรงม้าสูงสุดเพียง 9,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 89 Ib-Ft ที่รอบเพียง 7,500 รอบต่อนาที ซึ่งค่อนข้างน่าประทับใจกับเครื่องยนต์ที่เน้นการใช้งานบนท้องถนนเป็นหลัก

446bc9d636b0c46f1e2137c97267ab4f.jpg

อีกหนึ่งเครื่องยนต์ที่ Benda นำเสนอในงานนี้ จะมาพร้อมกับรหัสประจำตัว BD453 ซึ่งใช้หลักการในการตั้งชื่อเครื่องกับรุ่นแรก ที่จะมีตัวเลข 53 ที่บ่งบอกถึงขนาดของกระบอกสูบทั้ง 4 ตัว ที่มีขนาด 53.5 มิลลิเมตร และระยะชัก 55.2 มิลลิเมตร มาพร้อมกับความจุ 496 ซีซี ซึ่งเมื่อเราเห็นระยะชักกับขนาดกระบอกสูบ ก็พอจะเดาได้เลยว่า รูปทรงเกือบจตุรัสนี้ จะเป็นเครื่องยนต์ที่เน้นการสร้างแรงบิดในรอบต่ำ โดยปกติ กระบอกสูบของเครื่องยนต์รถมอเตอร์ไซค์จะมีขนาดใหญ่กว่าระยะชักของมัน โดยตัวเลขค่าประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ชุดนี้จะอยู่ที่ 56 แรงม้า (HP) ที่ 10,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 33 Ib-Ft ที่ 8,000 รอบต่อนาที ซึ่งมันค่อนข้างน่าสนใจเพราะตัวเลขกับกลายเป็นตรงกันข้ามกับรูปแบบของขนาดและระยะชักของมัน

7477537fdc6f3ceb9f39aa03f21f376f.jpg

ส่วนหนึ่งที่เราให้ความสนใจกับเครื่องยนต์ BD453 ตัวนี้ ก็เพราะว่า มีผู้ผลิตไม่มากนักที่จะเลือกใช้งานเครื่องยนต์ลักษณะนี้กับเครื่องยนต์ที่มีความจุไม่ถึง 800 ซีซี ซึ่งมันทำให้เรานึกย้อนไปในช่วงยุค 80’s ที่ Honda เคยสร้างปรากฏการณ์กับเจ้า VF500 ที่ใช้งานเครื่องยนต์ V4 4 จังหวะขนาด 498 ซีซี มาก่อน ซึ่งต้องบอกเลยว่า BD453 นั้นไม่เหมือนกับเครื่องยนต์ของ VF500 เลยแม้แต่น้อย ทั้งขนาดความจุ ขนาดกระบอกสูบ ช่วงชัก ตัวเลข กำลัง และจำนวนรอบเครื่องยนต์ หรืออัตราส่วนกำลังอัด ก็มีความต่างกัน และดูเหมือนว่าBD453 จะมีสมรรถนะที่เหนือกว่า ซึ่งไม่น่าแปลกใจสักเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีเกือบๆ 40 ปี ของ Honda

ccae2425d5ffd4a09d2d1303ad8d2808.jpg
เครื่องยนต์ V-Twin Turbo 300 ซีซี ของ Benda

ยังคงไม่มีการรายงานว่าเจ้าเครื่องยนต์ BD476 และ BD453 จะไปประจำการบนโมเดลไหนจากทาง Benda แต่มีการยืนยันว่าเครื่องยนต์ทั้งสองชุดนี้ จะถูกใช้งานในผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับปี 2022 ของทางค่าย ร่วมกับเครื่องยนต์ 680 ซีซี สี่ลูกสูบเรียง และ V-Twin turbo 300 ซีซี ที่เปิดตัวไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา และทางบริษัทมีแผนงานสำหรับการเข้าสู่ตลาดยุโรป หลังจากได้ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในสเปนและโปรตุเกส ซึ่งจะมีตัวแทนหน้าใหม่เข้ามารับหน้าที่ในอีกหลายๆ ประเทศในภูมิภาค รวมถึงการเข้าสู่ตลาดในอาเซียนที่กำลังเล็งมาเลเซียและเวียดนามสำหรับฐานในการผลิตอีกด้วย

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก www.bennetts.co.uk

d58b1dbc6d8ac28f10171ea1caf00eef.gif
uWoCOa.jpg
CuJkO9.gif
CuJzWW.gif
8e49844b91ba44edf53bc3e7924967dd.jpg
sP2wYz.jpg