Banner Yamaha XMAX Connected 2024 1150x250
Banner Yamaha XMAX Connected 2024 400x300

Aech เดินหน้าผลิต 1S เต็มกำลังพร้อมจำหน่ายเร็วๆ นี้

Aech เดินหน้าผลิต 1S เต็มกำลังพร้อมจำหน่ายเร็วๆนี้

ย้อนกลับไปในงาน EICMA Show 2017 แบรนด์ Arch Motorcycle ผู้ผลิตรถมอเตอร์ไซค์สัญชาติอเมริกัน ได้นำเสนอรถแนวคิดภายใต้ชื่อ Arch 1S และได้ทำการพัฒนาต่อเนื่อง จนเวลาผ่าน 5 ปี ในที่สุด 1S ก็พร้อมสำหรับการผลิตเพื่อการจำหน่ายอย่างเป็นทางการเสียที

สำหรับ Arch 1S นั้นจัดว่าเป็นรถมอเตอร์ไซค์ในแนวทาง Sporty Cruiser ที่เน้นการขับขี่ในลักษณะทางตรง ตามสไตล์ของรถมอเตอร์ไซค์อเมริกัน โดยที่รุ่นผลิตจริงนั้น แทบจะไม่แตกต่างจากรถแนวคิดที่เคยโชว์ที่งาน EICMA โดยมีขุมกำลัง S&S ขนาด 2,032 ซีซี 2 ลูกสูบแบบ V-Twin 45 องศา ระบายความร้อนด้วยอากาศ ซึ่งทางผู้ผลิตได้ระบุไว้ว่าตัวรถจะมีแรงบิดที่มากถึง 115.3 lb-ft ซึ่งจะสร้างแรงบิดสูงสุดในรอบเครื่องยนต์ที่ต่ำ เพื่อเป็นประโยชน์ในการขับขี่ย่านความเร็วต่ำที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม

dddf3c7b5db34da2cfe116c70f75e405.png

อุปกรณ์ติดตั้งบนตัวรถ จะมาพร้อมกับชุดโครงสร้างที่เรียบง่ายแบบ Tabular Steel Frame โดยมีส่วนของ Sub-Frame ที่ออกแบบและผลิตด้วยอลูมิเนียม CNG และติดตั้งสวิงอาร์มแบบ Single Side Swingarm อลูมิเนียม จับคู่การทำงานกับโช้คอัพหลังแบบ Monoshock จากแบรนด์ Öhlins พร้อมความสามารถในการปรับระดับได้เต็มที่ ส่วนด้านหน้าจะเป็นโช้คอัพหัวกลับขนาด 43 มิลลิเมตรจาก Öhlins ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกับที่ติดตั้งบน KGRT-1 ตัวท๊อปของทางค่าย

8104ecbb796fed6e77b2dc6096f0f370.jpg
8fde514a55757c31a2c57ccbc8973ec5.jpg

ในส่วนของระบบเบรกนั้น ด้านหน้าจะมาพร้อมจานดิสก์เบรกแบบบคู่ คาลิปเปอร์เบรกแบบ 6 พอร์ตจาก ISR ส่วนด้านหลังจะเป็นจานดิสก์เดี่ยวแบบลอยตัว คาลิปเปอร์เบรก 4 พอร์ต พร้อมระบบ ABS จาก BOSCH ส่วนของขอบล้อนั้นจะเป็นขอบล้อคาร์บอนจากแบรนด์ BST โดยมีขนาด 17 นิ้วเท่ากันหน้าหลัง ต่างจาก KGRT-1 ที่จะมีล้อหน้าคาร์บอน 19 นิ้วและ 17 นิ้ว โดยจะสวมยาง Michelin Power RS ​​ขนาด 120/70-17 และ 240/45-17 ตัวรถจะมาพร้อมกับถังน้ำมันขนาด 4.5 แกลลอน (ประมาณ 17 ลิตร) โดยจะมีน้ำหนักตัวแบบรวมของเหลวที่ 255.3 กิโลกรัม ซึ่งจะเบากว่า KGRT-1 ไปประมาณ 14 กิโลกรัม

396f4f307a95186189c9623f06f204f8.jpg

น่าเสียดายที่ตัวรถ Arch 1S นั้นมีค่าไอเสียที่ผ่านเพียง EURO4 เท่านั้น จึงไม่มีโอกาสที่จะได้ไปโลดแล่นในเวทีใหญ่อย่างตลาดยุโรป แต่ทางผู้ผลิตนั้นก็จะยังเดินหน้าที่จะผลิตตัวรถเวอร์ชั่นจำหน่ายจริงแล้ว ซึ่งทางผู้ผลิตเองยังไม่มีการระบุวันเวลาที่ชัดเจนในการวางจำหน่าย รวมไปถึงราคาเริ่มต้นสำหรับโมเดลใหม่นี้ คาดว่าเราอาจจะได้เห็นตัวจริงแบบพร้อมจำหน่ายในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2022 เป็นอย่างช้า

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก www.rideapart.com

blank