Aech เดินหน้าผลิต 1S เต็มกำลังพร้อมจำหน่ายเร็วๆ นี้

Aech เดินหน้าผลิต 1S เต็มกำลังพร้อมจำหน่ายเร็วๆนี้

ย้อนกลับไปในงาน EICMA Show 2017 แบรนด์ Arch Motorcycle ผู้ผลิตรถมอเตอร์ไซค์สัญชาติอเมริกัน ได้นำเสนอรถแนวคิดภายใต้ชื่อ Arch 1S และได้ทำการพัฒนาต่อเนื่อง จนเวลาผ่าน 5 ปี ในที่สุด 1S ก็พร้อมสำหรับการผลิตเพื่อการจำหน่ายอย่างเป็นทางการเสียที

สำหรับ Arch 1S นั้นจัดว่าเป็นรถมอเตอร์ไซค์ในแนวทาง Sporty Cruiser ที่เน้นการขับขี่ในลักษณะทางตรง ตามสไตล์ของรถมอเตอร์ไซค์อเมริกัน โดยที่รุ่นผลิตจริงนั้น แทบจะไม่แตกต่างจากรถแนวคิดที่เคยโชว์ที่งาน EICMA โดยมีขุมกำลัง S&S ขนาด 2,032 ซีซี 2 ลูกสูบแบบ V-Twin 45 องศา ระบายความร้อนด้วยอากาศ ซึ่งทางผู้ผลิตได้ระบุไว้ว่าตัวรถจะมีแรงบิดที่มากถึง 115.3 lb-ft ซึ่งจะสร้างแรงบิดสูงสุดในรอบเครื่องยนต์ที่ต่ำ เพื่อเป็นประโยชน์ในการขับขี่ย่านความเร็วต่ำที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม

dddf3c7b5db34da2cfe116c70f75e405.png

อุปกรณ์ติดตั้งบนตัวรถ จะมาพร้อมกับชุดโครงสร้างที่เรียบง่ายแบบ Tabular Steel Frame โดยมีส่วนของ Sub-Frame ที่ออกแบบและผลิตด้วยอลูมิเนียม CNG และติดตั้งสวิงอาร์มแบบ Single Side Swingarm อลูมิเนียม จับคู่การทำงานกับโช้คอัพหลังแบบ Monoshock จากแบรนด์ Öhlins พร้อมความสามารถในการปรับระดับได้เต็มที่ ส่วนด้านหน้าจะเป็นโช้คอัพหัวกลับขนาด 43 มิลลิเมตรจาก Öhlins ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกับที่ติดตั้งบน KGRT-1 ตัวท๊อปของทางค่าย

8104ecbb796fed6e77b2dc6096f0f370.jpg
8fde514a55757c31a2c57ccbc8973ec5.jpg

ในส่วนของระบบเบรกนั้น ด้านหน้าจะมาพร้อมจานดิสก์เบรกแบบบคู่ คาลิปเปอร์เบรกแบบ 6 พอร์ตจาก ISR ส่วนด้านหลังจะเป็นจานดิสก์เดี่ยวแบบลอยตัว คาลิปเปอร์เบรก 4 พอร์ต พร้อมระบบ ABS จาก BOSCH ส่วนของขอบล้อนั้นจะเป็นขอบล้อคาร์บอนจากแบรนด์ BST โดยมีขนาด 17 นิ้วเท่ากันหน้าหลัง ต่างจาก KGRT-1 ที่จะมีล้อหน้าคาร์บอน 19 นิ้วและ 17 นิ้ว โดยจะสวมยาง Michelin Power RS ​​ขนาด 120/70-17 และ 240/45-17 ตัวรถจะมาพร้อมกับถังน้ำมันขนาด 4.5 แกลลอน (ประมาณ 17 ลิตร) โดยจะมีน้ำหนักตัวแบบรวมของเหลวที่ 255.3 กิโลกรัม ซึ่งจะเบากว่า KGRT-1 ไปประมาณ 14 กิโลกรัม

396f4f307a95186189c9623f06f204f8.jpg

น่าเสียดายที่ตัวรถ Arch 1S นั้นมีค่าไอเสียที่ผ่านเพียง EURO4 เท่านั้น จึงไม่มีโอกาสที่จะได้ไปโลดแล่นในเวทีใหญ่อย่างตลาดยุโรป แต่ทางผู้ผลิตนั้นก็จะยังเดินหน้าที่จะผลิตตัวรถเวอร์ชั่นจำหน่ายจริงแล้ว ซึ่งทางผู้ผลิตเองยังไม่มีการระบุวันเวลาที่ชัดเจนในการวางจำหน่าย รวมไปถึงราคาเริ่มต้นสำหรับโมเดลใหม่นี้ คาดว่าเราอาจจะได้เห็นตัวจริงแบบพร้อมจำหน่ายในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2022 เป็นอย่างช้า

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก www.rideapart.com

e3c5f26071a692f52c0a0ae44a03ec71.gif
61f7e84b669fe7c4b85f2d6a740ffaa8.gif
9fdb34d78411a1f683018bb7045f672d.gif