ลุ้น Honda Gorilla 125 มินิไบค์สายลุยรุ่นใหม่ พื้นฐาน Monkey 125 ที่บึกบึนกว่า

ชื่อของ Honda Gorilla กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังมินิไบค์ระดับตำนานที่เคยเป็นเสมือนพี่น้องสายลุยของ Monkey ถูกนำกลับมาสร้างใหม่บนพื้นฐาน Monkey 125 จนเกิดกระแสเรียกร้องให้ Honda พิจารณาคืนชีพ Gorilla ในพิกัด 125 ซีซีอย่างจริงจังในอนาคต

แนวคิดของ Gorilla แตกต่างจาก Monkey มาตั้งแต่อดีต แม้จะใช้พื้นฐานเครื่องยนต์และโครงสร้างใกล้เคียงกัน แต่ Gorilla ถูกพัฒนาให้เหมาะกับการเดินทางและกิจกรรมกลางแจ้งมากกว่า ด้วยถังน้ำมันขนาดใหญ่ เบาะที่รองรับการเดินทาง และอุปกรณ์สำหรับบรรทุกสัมภาระ ซึ่งหากชื่อดังกล่าวกลับมาในยุคเครื่องยนต์ 125 ซีซี ก็มีโอกาสสร้างตำแหน่งใหม่ในตลาดมินิไบค์ได้อย่างน่าสนใจ


Gorilla ถือกำเนิดครั้งแรกในปี 1978

Honda เปิดตัว Gorilla รุ่นแรกในปี 1978 ควบคู่กับ Monkey โดยทั้งสองรุ่นใช้พื้นฐานเครื่องยนต์และแชสซีร่วมกัน แต่ Gorilla ได้รับการปรับรายละเอียดเพื่อให้เหมาะกับการเดินทางมากกว่าอย่างชัดเจน

ในขณะที่ Monkey ยุคนั้นมีถังน้ำมันประมาณ 5 ลิตร Gorilla เพิ่มความจุเป็น 9 ลิตร พร้อมเบาะขนาดใหญ่กว่าและตะแกรงบรรทุกสัมภาระด้านหน้า นอกจากนี้ยังใช้เกียร์ธรรมดา 4 สปีด ต่างจาก Monkey ซึ่งใช้คลัตช์แรงเหวี่ยงอัตโนมัติ ทำให้ Gorilla มีบุคลิกเหมือนมอเตอร์ไซค์ขนาดเล็กสำหรับสายท่องเที่ยวมากกว่า

Honda เคยยุติการจำหน่าย Gorilla ก่อนนำกลับมาทำตลาดอีกครั้งในปี 1998 หลังความนิยมของกิจกรรมกลางแจ้งและรถเพื่อการพักผ่อนกลับมาเพิ่มขึ้น โดยตัวรถยังคงรักษารูปทรงและเอกลักษณ์ดั้งเดิมเอาไว้เป็นหลัก

gorilla 125

Gorilla 125 ยุคใหม่เริ่มจาก Monkey 125

กระแส Gorilla 125 รุ่นใหม่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนจากรถต้นแบบที่สร้างโดย NOTE นักสร้างรถคัสตอมชาวไทย โดยนำ Honda Monkey 125 มาเปลี่ยนรูปลักษณ์ให้ใกล้เคียงกับ Gorilla ดั้งเดิมมากที่สุด

ส่วนสำคัญที่สุดคือถังน้ำมันที่ไม่ได้เป็นเพียงฝาครอบตกแต่ง แต่เป็นถังเหล็กที่ผลิตขึ้นใหม่จริง มีความจุถึง 12 ลิตร และมีขนาดประมาณยาว 37 ซม. สูง 24 ซม. และกว้าง 27 ซม. ทำให้สัดส่วนด้านบนของรถดูบึกบึนกว่า Monkey 125 อย่างชัดเจน

เมื่อเทียบกับ Monkey 125 รุ่นปัจจุบันที่มีถังน้ำมันเพียง 5.6 ลิตร ถังขนาด 12 ลิตรของ Gorilla 125 ในแนวคิดนี้จึงมีความจุมากกว่าสองเท่า ซึ่งเป็นการนำจุดขายสำคัญของ Gorilla รุ่นดั้งเดิมกลับมาใช้อีกครั้งอย่างตรงตัว


เบาะใหม่สไตล์ Gorilla พร้อมหมุดแบบย้อนยุค

นอกจากถังน้ำมันขนาดใหญ่แล้ว ตัวรถยังใช้เบาะทรงใหม่ที่ตกแต่งด้วยหมุดตามแนวทางของ Gorilla รุ่นเก่า โดยรถต้นแบบมีความสูงเบาะประมาณ 740 มม. เนื่องจากมีการปรับส่วนหน้าของเบาะให้รับเข้ากับถังน้ำมันขนาดใหญ่

สำหรับชุดที่ถูกพัฒนาต่อมาเพื่อจำหน่ายจริง ฐานเบาะผลิตจากพลาสติกขึ้นรูปพร้อมเพิ่มความหนาของวัสดุรองรับ เพื่อช่วยลดอาการยุบจนสัมผัสฐานเบาะขณะนั่ง และยังคงรายละเอียดหมุดตกแต่งซึ่งช่วยรักษาบรรยากาศของ Gorilla ดั้งเดิมเอาไว้

ขณะที่ Monkey 125 รุ่นปกติมีความสูงเบาะ 776 มม. น้ำหนักตัว 104 กก. และได้รับการออกแบบเบาะให้มีพื้นที่กว้างพร้อมวัสดุรองรับที่ค่อนข้างหนาสำหรับการใช้งานแบบมินิไบค์

เครื่องยนต์ 125 ซีซี จาก Monkey คือพื้นฐานที่ลงตัว

หาก Honda เลือกพัฒนา Gorilla 125 จากแพลตฟอร์ม Monkey 125 จริง ขุมพลังที่เหมาะสมที่สุดย่อมเป็นเครื่องยนต์พื้นฐานเดียวกัน ซึ่งปัจจุบันเป็นเครื่องยนต์สูบเดียว 4 จังหวะ OHC ระบายความร้อนด้วยอากาศ ความจุจริง 123 ซีซี

เครื่องยนต์ให้กำลังสูงสุด 6.9 kW หรือ 9.4 PS ที่ 6,750 รอบ/นาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 11 Nm ที่ 5,500 รอบ/นาที โดยบุคลิกของเครื่องยนต์ไม่ได้เน้นกำลังสูงสุดมากเป็นพิเศษ แต่เน้นแรงบิดที่ใช้งานง่าย ความเรียบง่าย และความเหมาะสมกับรถขนาดเล็ก

อัตราสิ้นเปลืองของ Monkey 125 ตามมาตรฐาน WMTC อยู่ที่ 68.7 กม./ลิตร ซึ่งหากนำเครื่องยนต์พื้นฐานเดียวกันไปจับคู่กับถังน้ำมันขนาดใหญ่ในแนวทางของ Gorilla ก็จะช่วยสร้างบุคลิกมินิไบค์สำหรับเดินทางไกลได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

honda gorilla 125 2026

พื้นฐานช่วงล่างของ Monkey 125 รองรับแนวทาง Gorilla ได้ดี

Monkey 125 รุ่นปัจจุบันใช้เฟรมเหล็กแบบ Mono Backbone ทำงานร่วมกับโช้กหน้าแบบหัวกลับ และโช้กหลังคู่ ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ค่อนข้างเหมาะกับรถมินิไบค์ที่ต้องการทั้งความคล่องตัวและรูปลักษณ์แบบเรโทร

หากนำพื้นฐานดังกล่าวมาพัฒนาเป็น Gorilla 125 จุดที่สามารถสร้างความแตกต่างเพิ่มเติมได้คือการเพิ่มชุดแร็คบรรทุกสัมภาระ การ์ดป้องกันรถ หรืออุปกรณ์สำหรับการท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยแยกบุคลิกของ Gorilla ออกจาก Monkey ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

Gorilla ไม่จำเป็นต้องกลายเป็นมินิแอดเวนเจอร์เต็มรูปแบบ แต่สามารถรักษาแนวคิดเดิมคือ รถขนาดเล็กที่พร้อมออกเดินทางไกลกว่า Monkey และมีพื้นที่สำหรับบรรทุกสัมภาระมากขึ้น

จากรถต้นแบบสู่ชุดแต่งที่ซื้อได้จริง

สิ่งที่น่าสนใจคือ Gorilla 125 ที่สร้างบนพื้นฐาน Monkey 125 ไม่ได้หยุดอยู่เพียงรถต้นแบบ เพราะในช่วงต้นปี 2026 ชุดถังน้ำมันและเบาะได้รับการพัฒนาจนเข้าสู่การผลิตและจำหน่ายจริงภายใต้แบรนด์ 8ft weekend

ชุดดังกล่าวประกอบด้วยถังน้ำมันเหล็กความจุ 12 ลิตรและเบาะเฉพาะรุ่น มีให้เลือกทั้งสีดำและสีส้ม โดยใช้ชุดปั๊มน้ำมันและนอตบางส่วนจาก Monkey 125 เดิม ทำให้สามารถติดตั้งเข้ากับตัวรถได้โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนโครงสร้างหลัก

เนื่องจากตำแหน่งยึดถังน้ำมันของ Monkey 125 ตั้งแต่รุ่นแรกจนถึงรุ่นปัจจุบันไม่ได้เปลี่ยนแปลง ชุดแต่งดังกล่าวจึงสามารถรองรับ Monkey 125 หลายปีรุ่น นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เสริมอย่างตะแกรงหน้าและตะแกรงท้ายเพื่อทำให้รูปลักษณ์ใกล้เคียงกับ Gorilla ดั้งเดิมมากขึ้น

12 ลิตร คือสิ่งที่ทำให้ Gorilla แตกต่างจาก Monkey

แม้รูปลักษณ์จะเป็นสิ่งแรกที่ดึงดูดความสนใจ แต่หัวใจสำคัญของแนวคิด Gorilla คือความสามารถในการเดินทาง

Monkey 125 รุ่นปัจจุบันมีถังน้ำมัน 5.6 ลิตร ซึ่งเหมาะกับขนาดและแนวทางของรถ แต่ Gorilla ในอดีตถูกสร้างให้มีถังใหญ่กว่า Monkey มาตั้งแต่ต้น โดยรุ่นปี 1978 ใช้ถัง 9 ลิตร เทียบกับ Monkey 5 ลิตรในยุคเดียวกัน

ดังนั้นการสร้าง Gorilla 125 ด้วยถัง 12 ลิตรจึงไม่ได้เป็นเพียงการทำให้รถดูใหญ่ขึ้น แต่เป็นการตีความแนวคิดดั้งเดิมของรถให้เหมาะกับยุคปัจจุบัน โดยเพิ่มระยะทางต่อถังและลดความถี่ในการเติมน้ำมัน เหมาะกับผู้ที่ต้องการนำมินิไบค์ออกทริปจริงจังมากขึ้น

honda gorilla

ถ้า Honda ทำจริง จะเข้ามาเติมช่องว่างในตระกูล 125 ซีซี

ปัจจุบัน Honda มี Monkey 125 เป็นมินิไบค์สายแฟชั่นและความสนุก ขณะที่ Dax 125 และ CT125 ก็มีบุคลิกของตัวเองแตกต่างออกไป การคืนชีพ Gorilla 125 จึงมีพื้นที่ให้สร้างคาแรกเตอร์ใหม่โดยไม่จำเป็นต้องทับซ้อนกับ Monkey

Monkey สามารถรักษาจุดเด่นด้านความกะทัดรัดและความขี้เล่นเอาไว้ ขณะที่ Gorilla สามารถเน้นถังน้ำมันขนาดใหญ่ เบาะสำหรับเดินทาง และความสามารถในการติดตั้งสัมภาระ กลายเป็นมินิไบค์สำหรับสายทริปอย่างเต็มตัว ซึ่งตรงกับแนวคิดของ Gorilla รุ่นดั้งเดิมที่ Honda เคยสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1978

ในเวลานี้ Honda ยังคงทำตลาด Monkey 125 อย่างต่อเนื่อง โดยรุ่นปัจจุบันใช้เครื่องยนต์ 123 ซีซี กำลัง 9.4 PS น้ำหนัก 104 กก. เบาะสูง 776 มม. และถังน้ำมัน 5.6 ลิตร ขณะที่ชื่อ Gorilla ยังไม่ได้กลับมาอยู่ในไลน์อัปมอเตอร์ไซค์รุ่นผลิตจริงของ Honda

แต่ความนิยมของรถคัสตอม Gorilla 125 และการพัฒนาชุดถัง 12 ลิตรออกมาจำหน่ายจริง แสดงให้เห็นว่าคอนเซปต์ของ Gorilla ยังมีเสน่ห์อยู่ไม่น้อย หากในอนาคต Honda เลือกนำชื่อระดับตำนานนี้กลับมาใช้อีกครั้ง การนำพื้นฐาน Monkey 125 มาผสมกับถังน้ำมันขนาดใหญ่และแนวทางสายทริปก็น่าจะเป็นสูตรที่ใกล้เคียงกับตัวตนดั้งเดิมของ Gorilla มากที่สุด

*ภาพประกอบข่าวเป็นภาพเรนเดอร์จากการคาดการณ์