HUjZIk.gif
HUjcLt.gif

เปิดตัว Honda CB400 Super Four E-Clutch 2027 การกลับมาของตำนาน 4 สูบ

Honda CB400 Super Four E-Clutch 2027 เปิดตัวสำหรับตลาดญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ โดยถือเป็นหนึ่งในโมเดลที่แฟนรถเนกเก็ตคลาสกลางจับตามองมากที่สุด เพราะชื่อ Super Four เป็นชื่อที่มีน้ำหนักมากในประวัติศาสตร์ของ Honda โดยเฉพาะในกลุ่มรถ 400cc 4 สูบเรียง ที่เคยเป็นภาพจำสำคัญของตลาดญี่ปุ่นมายาวนาน

การกลับมาครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการนำชื่อ CB400 Super Four กลับมาใช้เท่านั้น แต่เป็นการตีความใหม่ให้เข้ากับยุคปัจจุบัน ด้วยเครื่องยนต์ 399cc 4 สูบเรียงรุ่นใหม่ ระบบคันเร่งไฟฟ้า เทคโนโลยี Honda E-Clutch โหมดการขับขี่ หน้าจอ TFT และระบบเชื่อมต่อสมาร์ตโฟน ทำให้รถรุ่นนี้ผสมทั้งกลิ่นอายคลาสสิกและเทคโนโลยีสมัยใหม่ไว้ในคันเดียว

Honda CB400 Four 2027 merah

ดีไซน์ Naked Road Sports กลิ่นอายคลาสสิกแต่ทันสมัย

Honda CB400 Super Four E-Clutch 2027 มาในแนวทาง Naked Road Sports ที่ยังรักษากลิ่นอายดั้งเดิมของตระกูล CB-Series เอาไว้ชัดเจน โดยเฉพาะไฟหน้าทรงกลมที่เปลี่ยนมาใช้ระบบ LED ช่วยให้รถยังดูคลาสสิก แต่ไม่ล้าสมัย

ภาพรวมของตัวรถให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับ CB400 Super Four รุ่นเก่าในแง่บุคลิกและสัดส่วน แต่ถูกปรับให้ดูร่วมสมัยขึ้น ทั้งงานตัวถัง รายละเอียดรอบคัน และระบบช่วงล่างที่เปลี่ยนเป็นโมโนช็อกด้านหลัง แทนภาพจำของ Super Four รุ่นเดิมที่มักมาพร้อมโช้คคู่

ตัวรถถูกออกแบบมาให้รองรับการใช้งานได้หลากหลาย ตั้งแต่การขี่ในชีวิตประจำวัน การเดินทางท่องเที่ยว ไปจนถึงการขี่สนุกบนถนนโค้ง ทำให้ CB400 Super Four รุ่นใหม่นี้ไม่ได้เป็นแค่รถย้อนยุค แต่เป็นเนกเก็ตไบค์ที่ใช้งานได้จริงในยุคปัจจุบัน

มิติตัวรถเข้าถึงง่าย เบาะสูง 780 มม

ด้านมิติตัวรถ Honda CB400 Super Four E-Clutch 2027 มีความยาว 2,110 มม กว้าง 770 มม สูง 1,085 มม และระยะฐานล้อ 1,405 มม

ความสูงเบาะอยู่ที่ 780 มม ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่ค่อนข้างเป็นมิตรกับผู้ขี่ชาวเอเชีย ช่วยให้การวางเท้าและควบคุมรถในเมืองทำได้มั่นใจขึ้น

โครงสร้างใช้เฟรม Steel Diamond Frame จับคู่กับสวิงอาร์มอะลูมิเนียม เพื่อบาลานซ์ระหว่างความแข็งแรง ความมั่นคง และความคล่องตัวในการควบคุม

fbf3ca9e1e738a318019d29144647a0ad42ec39d

เครื่องยนต์ 399cc 4 สูบเรียง 58 PS

ไฮไลต์สำคัญที่สุดของ Honda CB400 Super Four E-Clutch 2027 คือเครื่องยนต์ใหม่ขนาด 399cc แบบ DOHC 4 สูบเรียง 4 วาล์วต่อสูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้กำลังสูงสุด 43 kW หรือ 58 PS ที่ 11,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 38 นิวตันเมตร ที่ 9,750 รอบต่อนาที

เสน่ห์ของเครื่องยนต์ 4 สูบในพิกัด 400cc คือบุคลิกที่แตกต่างจากเครื่องยนต์ 2 สูบอย่างชัดเจน ทั้งความเนียนในการทำงาน เสียงรอบสูง การไต่รอบ และความต่อเนื่องของกำลัง

ในยุคที่รถคลาสกลางจำนวนมากหันไปใช้เครื่องยนต์ 2 สูบเพื่อคุมต้นทุนและมาตรฐานไอเสีย การกลับมาของเครื่องยนต์ 400cc 4 สูบจาก Honda จึงเป็นเรื่องที่สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนรถสายคลาสสิกสปอร์ตอย่างมาก

คันเร่งไฟฟ้า TBW และเกียร์ 6 สปีด

เครื่องยนต์ชุดนี้ทำงานร่วมกับระบบเกียร์ 6 สปีด และระบบคันเร่งไฟฟ้า Throttle-by-Wire หรือ TBW ช่วยให้การตอบสนองของคันเร่งมีความแม่นยำและละเอียดกว่าเดิม

ระบบ TBW ยังเป็นพื้นฐานสำคัญที่ทำให้รถสามารถใส่โหมดการขับขี่และระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ได้อย่างสมบูรณ์มากขึ้น

เมื่อรวมกับเครื่องยนต์ 4 สูบที่มีคาแรกเตอร์รอบจัด CB400 Super Four E-Clutch จึงให้ฟีลลิ่งที่น่าสนใจมาก เพราะมีทั้งอารมณ์แบบรถ 4 สูบคลาสสิก และความแม่นยำของระบบควบคุมยุคใหม่

6107c3bcde27e6188a8f2f218bc224dca3a9dde4

Honda E-Clutch จุดขายสำคัญของรุ่นนี้

ตามชื่อรุ่น Honda CB400 Super Four E-Clutch 2027 ติดตั้งระบบ Honda E-Clutch มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

ระบบนี้ช่วยให้ผู้ขี่สามารถออกตัว เปลี่ยนเกียร์ขึ้น ลง และหยุดรถได้โดยไม่จำเป็นต้องบีบคลัตช์ในหลายจังหวะ แต่ยังคงให้คันคลัตช์แบบปกติไว้เหมือนเดิม สำหรับผู้ขี่ที่ต้องการควบคุมแบบ Manual เอง

ความน่าสนใจคือ E-Clutch ไม่ได้ทำให้รถกลายเป็นออโตเมติกเต็มตัว แต่เป็นการเพิ่มตัวช่วยให้รถเกียร์ธรรมดาขี่ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในเมืองหรือการเดินทางที่ต้องเปลี่ยนเกียร์บ่อย

ปรับฟีลลิ่ง E-Clutch ได้ 3 ระดับ

Honda E-Clutch ในรุ่นนี้สามารถเปิดหรือปิดการทำงานได้ตามความต้องการ และยังปรับฟีลลิ่งการทำงานได้ 3 ระดับ

จุดนี้ช่วยให้ผู้ขี่เลือกคาแรกเตอร์ของระบบให้เข้ากับสไตล์ตัวเองได้มากขึ้น บางคนอาจต้องการการเปลี่ยนเกียร์ที่นุ่มนวล บางคนอาจต้องการฟีลลิ่งที่กระชับและสปอร์ตขึ้น

การมีตัวเลือกแบบนี้ทำให้ E-Clutch ไม่ใช่แค่ฟีเจอร์เพื่อความสะดวก แต่เป็นระบบที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการขับขี่ โดยยังรักษาความสนุกของรถเกียร์ธรรมดาเอาไว้

Riding Mode และระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์

Honda CB400 Super Four E-Clutch 2027 มาพร้อมโหมดการขับขี่หลายรูปแบบ ได้แก่ Standard, Sport, Urban และโหมด User 1 กับ User 2 สำหรับปรับตั้งค่าเอง

ระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถปรับได้ประกอบด้วยระดับกำลังเครื่องยนต์ 3 ระดับ Traction Control 3 ระดับพร้อมปิดการทำงานได้ และ Engine Brake Control 3 ระดับ

การให้ระบบเหล่านี้มาในรถคลาส 400cc ทำให้ CB400 Super Four รุ่นใหม่ดูทันสมัยมากขึ้น เพราะผู้ขี่สามารถปรับบุคลิกของรถให้เข้ากับสภาพการขี่ได้ ไม่ว่าจะเป็นขี่ในเมือง ขี่ทางไกล ขี่ถนนเปียก หรือขี่สนุกบนถนนโค้ง

Honda CB400 Four 2027 speedo

หน้าจอ TFT 5 นิ้ว พร้อม Honda RoadSync

ด้านข้อมูลผู้ขี่ Honda CB400 Super Four E-Clutch 2027 ใช้หน้าจอ TFT สีขนาด 5 นิ้ว ที่รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ตโฟนผ่าน Honda RoadSync

หน้าจอ TFT ช่วยให้รถดูทันสมัยขึ้นอย่างชัดเจน และแสดงข้อมูลได้ครบกว่าหน้าปัดแบบอนาล็อกหรือดิจิทัลพื้นฐาน

เมื่อใช้งานร่วมกับ Honda RoadSync ผู้ขี่สามารถเชื่อมต่อสมาร์ตโฟนเพื่อเพิ่มความสะดวกในการเดินทาง ทำให้ CB400 Super Four รุ่นใหม่นี้ไม่ได้มีดีแค่เครื่องยนต์ 4 สูบ แต่ยังตอบโจทย์การใช้งานยุคดิจิทัลด้วย

USB-C เพิ่มความสะดวกในการเดินทาง

อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงคือช่องจ่ายไฟ USB-C สำหรับชาร์จอุปกรณ์พกพา

ฟีเจอร์นี้อาจดูเป็นรายละเอียดเล็กๆ แต่มีประโยชน์มากสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันหรือทริประยะไกล เพราะสมาร์ตโฟนกลายเป็นอุปกรณ์สำคัญทั้งสำหรับการนำทาง ติดต่อสื่อสาร และบันทึกเส้นทาง

การใส่ USB-C เข้ามาทำให้ CB400 Super Four E-Clutch ดูพร้อมใช้งานมากขึ้นในฐานะรถ Road Sports ยุคใหม่

ช่วงล่าง KYB และเบรก NISSIN Radial Mount

ระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็นโช้คหัวกลับ KYB ขนาด 41 มม ส่วนด้านหลังเป็นโมโนช็อกแบบลิงก์

ชุดช่วงล่างนี้ช่วยให้ตัวรถมีภาพลักษณ์จริงจังขึ้น และเหมาะกับการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งขี่ในเมือง ขี่ทางไกล และขี่บนถนนโค้ง

ด้านระบบเบรก หน้าใช้คาลิเปอร์ NISSIN Radial Mount แบบ 4 พอต ให้แรงเบรกที่มั่นใจมากขึ้น ส่วนยางเลือกใช้ Pirelli Diablo Rosso 4 ซึ่งเป็นยางสปอร์ตที่ช่วยเสริมการยึดเกาะและคาแรกเตอร์การขี่ให้ชัดเจนขึ้น

ราคา 998,800 เยน ในญี่ปุ่น

Honda CB400 Super Four E-Clutch 2027 เปิดราคาสำหรับตลาดญี่ปุ่นที่ 998,800 เยน หรือประมาณ 206,000 บาท และมีกำหนดเริ่มวางจำหน่ายผ่านเครือข่าย Honda Dream ในญี่ปุ่นวันที่ 21 สิงหาคม 2026

เมื่อพิจารณาจากสิ่งที่ให้มา ทั้งเครื่องยนต์ 399cc 4 สูบเรียง ระบบ Honda E-Clutch, Riding Mode, Traction Control, Engine Brake Control, TFT 5 นิ้ว, Honda RoadSync, USB-C, โช้ค KYB, เบรก NISSIN Radial Mount และยาง Pirelli Diablo Rosso 4 ราคานี้ถือว่าน่าสนใจมากสำหรับตลาดญี่ปุ่น

รุ่นนี้ไม่ได้ถูกวางให้เป็นเพียงรถเนกเก็ต 400cc ทั่วไป แต่เป็นรถที่รวมเสน่ห์ของ 4 สูบคลาส 400 เข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่แบบค่อนข้างครบ

เทียบกับ CB400 Super Four รุ่นเดิม

หากเทียบกับ CB400 Super Four ในอดีต รุ่นใหม่ยังรักษาจุดขายสำคัญไว้คือเครื่องยนต์ 4 สูบเรียงในคลาส 400cc และบุคลิกของรถ Naked Road Sports ที่ใช้งานได้หลากหลาย

แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปชัดเจนคือการยกระดับเทคโนโลยีรอบคัน ทั้ง E-Clutch, TBW, Riding Mode, Traction Control, TFT, Honda RoadSync และช่วงล่างที่ทันสมัยขึ้น

ในแง่ฟีลลิ่ง รุ่นเก่ามีเสน่ห์แบบอนาล็อกและความคลาสสิกของยุค 90-2000 ส่วนรุ่นใหม่มีแนวทางที่ชัดเจนว่าอยากให้ผู้ขี่ได้สัมผัสความสนุกของ 4 สูบ แต่ขี่ง่ายและปลอดภัยขึ้นด้วยเทคโนโลยียุคปัจจุบัน

56c03f37cdd05edabd90226a98eb2492d5d6e517

โอกาสในตลาดไทย

สำหรับประเทศไทย ยังไม่มีข้อมูลการทำตลาด Honda CB400 Super Four E-Clutch 2027 อย่างเป็นทางการในตอนนี้ แต่คาแรกเตอร์ของรถรุ่นนี้ถือว่าน่าสนใจมาก เพราะบ้านเรามีแฟนรถ 4 สูบคลาสกลางจำนวนไม่น้อย และชื่อ Super Four ก็ยังเป็นชื่อที่หลายคนจดจำได้ดี

หากมีโอกาสเข้ามาทำตลาดจริง จุดที่ต้องจับตาคือเรื่องราคา เพราะเมื่อนำเข้าหรือประกอบตามเงื่อนไขของแต่ละตลาด ราคาจริงอาจเปลี่ยนไปจากญี่ปุ่นพอสมควร

อย่างไรก็ตาม ในเชิงผลิตภัณฑ์ CB400 Super Four E-Clutch มีจุดขายที่ชัดมาก ทั้งความเป็น 4 สูบแท้ พิกัดไม่ใหญ่เกินไป ดีไซน์เนกเก็ตคลาสสิก เทคโนโลยีครบ และ E-Clutch ที่ช่วยให้รถเกียร์ธรรมดาเข้าถึงง่ายขึ้น

เหมาะกับใคร

Honda CB400 Super Four E-Clutch 2027 เหมาะกับผู้ขี่ที่ชอบรถเนกเก็ตคลาสกลางที่มีบุคลิกคลาสสิก แต่ต้องการเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยในการขับขี่

กลุ่มที่น่าจะสนใจมากคือแฟน Honda Super Four เดิม คนที่ชอบเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง ผู้ใช้ที่อยากได้รถขี่สนุกในชีวิตประจำวัน และคนที่ต้องการรถคลาส 400cc ที่มีคาแรกเตอร์แตกต่างจากเครื่องยนต์ 2 สูบทั่วไป

ถ้าโจทย์คือรถที่เบาที่สุด ราคาต่ำที่สุด หรือเรียบง่ายที่สุด รุ่นนี้อาจไม่ใช่คำตอบหลัก แต่ถ้าโจทย์คือรถ 400cc ที่มีเสน่ห์เรื่องเสียง รอบเครื่อง ความเนียนของ 4 สูบ และเทคโนโลยีช่วยขี่ครบ CB400 Super Four E-Clutch ถือว่าน่าสนใจมาก

การกลับมาของ Super Four ในยุคใหม่

Honda CB400 Super Four E-Clutch 2027 เป็นการกลับมาที่น่าจับตามอง เพราะมันไม่ได้ใช้ความคลาสสิกเป็นจุดขายเพียงอย่างเดียว แต่ใส่เทคโนโลยียุคใหม่เข้ามาเพื่อทำให้รถ 4 สูบคลาส 400 ใช้งานง่ายขึ้นและเข้ากับผู้ขี่ปัจจุบันมากกว่าเดิม

จุดเด่นของรุ่นนี้คือเครื่องยนต์ 399cc 4 สูบเรียง 58 PS แรงบิด 38 นิวตันเมตร เกียร์ 6 สปีด ระบบ TBW, Honda E-Clutch, Riding Mode, Traction Control, Engine Brake Control, TFT 5 นิ้ว, Honda RoadSync, USB-C, โช้คหน้า KYB USD 41 มม, โช้คหลังโมโนช็อกลิงก์, เบรกหน้า NISSIN Radial Mount 4 พอต และยาง Pirelli Diablo Rosso 4

โดยรวมแล้ว Honda CB400 Super Four E-Clutch 2027 คือรถที่เชื่อมอดีตกับปัจจุบันได้ลงตัวมาก เป็น Super Four ที่ยังมีหัวใจแบบ 4 สูบคลาสสิก แต่เพิ่มเติมความฉลาด ความสะดวก และความมั่นใจแบบรถยุคใหม่ ทำให้มันกลายเป็นหนึ่งในเนกเก็ตไบค์คลาส 400cc ที่น่าจับตามองที่สุดในตอนนี้

ที่มา warungasep.net

HUjOHq.gif
HUjgjl.gif