ลุ้น Honda Click EVO 160 2026 โฉมใหม่ เปิดตัวในไทย ดีไซน์ดุดัน ฟีเจอร์แน่น

Honda Click EVO 160 2026 กลายเป็นหนึ่งในสกู๊ตเตอร์ที่ถูกจับตามองอย่างมากในช่วงนี้ หลังจาก Astra Honda Motor หรือ AHM เปิดตัว Honda Vario EVO 160 รุ่นปี 2026 อย่างเป็นทางการในประเทศอินโดนีเซีย โดยโมเดลนี้มีความเชื่อมโยงกับ Honda Click 160 ที่ทำตลาดในประเทศไทยอยู่เดิม
การเปิดตัวครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนสีหรือเพิ่มลายกราฟิกใหม่ตามรอบปี แต่เป็นการปรับภาพลักษณ์ของตัวรถให้ดูสดใหม่ขึ้น พร้อมเพิ่มชื่อ EVO เข้ามาเพื่อสะท้อนความสปอร์ตและความทันสมัยกว่าเดิม ขณะที่พื้นฐานสำคัญยังคงเป็นเครื่องยนต์ eSP+ ขนาด 157cc และเฟรม eSAF เหมือนรุ่นก่อนหน้า

เปิดตัวในอินโดนีเซีย ภายใต้ชื่อ Vario EVO 160
Honda Vario EVO 160 2026 เปิดตัวในอินโดนีเซียเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2026 โดยถือเป็นรุ่นปรับโฉมใหม่ของ Vario 160 ซึ่งเป็นโมเดลที่คนไทยมักจับตามองเสมอ เพราะ Vario ในอินโดนีเซียมีความใกล้เคียงกับ Click ในตลาดไทย
ประเด็นที่ทำให้รถรุ่นนี้น่าสนใจสำหรับบ้านเรา คือมันอาจสะท้อนทิศทางของ Honda Click 160 รุ่นใหม่ในอนาคตได้ ไม่ว่าจะเป็นแนวทางดีไซน์ เส้นสายตัวถัง หรือการจัดรุ่นย่อย แต่ในตอนนี้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจาก Honda ประเทศไทย ว่าจะนำดีไซน์นี้มาใช้กับ Click 160 ในไทยหรือไม่

ดีไซน์ใหม่ เพิ่มความคมและดุดันกว่าเดิม
จุดเปลี่ยนสำคัญของ Honda Vario EVO 160 2026 อยู่ที่งานออกแบบภายนอก โดยเฉพาะช่วงด้านหน้าที่ปรับให้มีเส้นสายเฉียบคมขึ้นกว่าเดิม
แฟริ่งหน้ายังคงมาในแนวซ้อนชั้น แต่เพิ่มรายละเอียดแบบ Double Layer ทำให้ตัวรถดูมีมิติและมีความก้าวร้าวมากขึ้น เมื่อเทียบกับ Vario 160 รุ่นเดิมที่มีภาพรวมเรียบกว่า
ด้านข้างของตัวรถก็ได้รับการปรับให้มีเหลี่ยมสันและความลึกของเส้นสายมากขึ้น ช่วยให้มิติตัวถังดูแน่นและสปอร์ตขึ้น ขณะที่ส่วนท้ายมีการเปลี่ยนรายละเอียดบริเวณมือจับหลังหรือ Rear Grip ให้เป็นทรงแยกคล้ายเขา ซึ่งช่วยเพิ่มเอกลักษณ์ให้กับตัวรถอย่างชัดเจน

ยังคงเป็นสกู๊ตเตอร์สปอร์ตสายใช้งานจริง
แม้หน้าตาจะดูดุดันขึ้น แต่พื้นฐานของ Honda Vario EVO 160 2026 ยังไม่ทิ้งตัวตนเดิม นั่นคือการเป็นสกู๊ตเตอร์สปอร์ตที่ใช้งานจริงได้ทุกวัน
ตัวรถไม่ได้ถูกปรับให้สุดโต่งจนกลายเป็นรถแฟชั่นอย่างเดียว แต่ยังคงองค์ประกอบที่ผู้ใช้สกู๊ตเตอร์ 160cc ต้องการ เช่น พื้นที่เก็บของ ขนาดตัวที่ขี่ง่าย เครื่องยนต์ประหยัด และฟีเจอร์ที่รองรับการใช้งานประจำวัน
นี่คือจุดที่ทำให้ Vario หรือ Click ยังคงเป็นรถยอดนิยม เพราะมันบาลานซ์ระหว่างภาพลักษณ์สปอร์ตกับความ practical ได้ค่อนข้างดี

หลายจุดยังใช้พื้นฐานจากรุ่นเดิม
แม้ชื่อ EVO จะทำให้รถดูเหมือนเปลี่ยนใหม่ทั้งคัน แต่ในความเป็นจริง Honda Vario EVO 160 2026 ยังมีหลายจุดที่คงเดิมจากรุ่นก่อนหน้า
บทความต้นทางระบุว่าตัวรถยังคงใช้ชุดไฟหน้าแบบเดิม ไฟท้ายแบบเดิม ขนาดยางเดิม ล้อแม็กดีไซน์เดิม รวมถึงระบบกันสะเทือนหลังแบบโช้กเดี่ยวที่ยังไม่มีซับแทงก์
หน้าจอแสดงผลก็ยังคงเป็นแบบดิจิทัล ไม่ได้อัปเกรดเป็นจอสี TFT และยังไม่มีระบบเชื่อมต่อสมาร์ตโฟนเหมือนสกู๊ตเตอร์ 160cc รุ่นอื่นบางรุ่นของ Honda จุดนี้สะท้อนชัดว่า Vario EVO 160 ยังเน้นความคุ้มค่าและการใช้งานจริง มากกว่าการขยับขึ้นไปเป็นสกู๊ตเตอร์พรีเมียมฟีเจอร์เต็มระบบ

เครื่องยนต์ eSP+ 157cc 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ
หัวใจหลักของ Honda Vario EVO 160 2026 ยังคงเป็นเครื่องยนต์ eSP+ ขนาด 157cc แบบสูบเดียว 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ
ตัวเลขกำลังสูงสุดอยู่ที่ 15 จุด 4 แรงม้า ที่ 8,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 14 นิวตันเมตร ที่ 6,500 รอบต่อนาที ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานในเมืองและการเดินทางระยะกลาง
คาแรกเตอร์ของเครื่องยนต์ชุดนี้ไม่ได้เน้นความแรงแบบสุดโต่ง แต่เน้นการตอบสนองที่ลื่นไหล ขี่ง่าย และประหยัดน้ำมัน เหมาะกับรูปแบบการใช้งานของสกู๊ตเตอร์ 160cc ในภูมิภาคอาเซียน
สำหรับคนที่ใช้รถทุกวัน จุดเด่นของเครื่องยนต์ eSP+ คือความสมดุลระหว่างแรงบิดรอบใช้งานจริงกับความประหยัด ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากกว่าความเร็วปลายเพียงอย่างเดียว

ท็อปสปีด 109 กม ต่อ ชม และ 0-200 เมตรใน 11 จุด 9 วินาที
ด้านสมรรถนะ Honda Vario EVO 160 2026 ถูกระบุว่าสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ประมาณ 109 กม ต่อ ชม และทำอัตราเร่งจาก 0-200 เมตร ได้ในเวลา 11 จุด 9 วินาที
ตัวเลขนี้สะท้อนว่ารถรุ่นนี้ยังคงถูกออกแบบมาเพื่อการตอบสนองที่ดีในชีวิตประจำวัน มากกว่าการเป็นสกู๊ตเตอร์สายแรงเต็มรูปแบบ
จุดที่ผู้ใช้จะรู้สึกได้ชัดที่สุดน่าจะเป็นการออกตัว การเร่งแซงระยะสั้น และการขี่ในเมืองที่ต้องการความคล่องตัวมากกว่าการใช้ความเร็วสูงต่อเนื่อง
ฟีเจอร์ใช้งานครบ Smart Key, USB และใต้เบาะ 18 ลิตร
ด้านอุปกรณ์ใช้งาน Honda Vario EVO 160 2026 ยังคงให้ฟีเจอร์สำคัญมาครบตามสไตล์ Vario 160 ไม่ว่าจะเป็นระบบ Smart Key ช่องชาร์จ USB ตะขอแขวนของ และพื้นที่เก็บของใต้เบาะขนาด 18 ลิตร ซึ่งสามารถใส่หมวกกันน็อกได้
ถังน้ำมันมีความจุ 5 จุด 5 ลิตร ซึ่งถือว่าเพียงพอสำหรับการใช้งานประจำวันและการเดินทางระยะกลาง
ฟีเจอร์เหล่านี้อาจไม่ใช่ของใหม่ทั้งหมด แต่เป็นสิ่งที่ทำให้รถรุ่นนี้ยังมีความครบเครื่องในฐานะสกู๊ตเตอร์ใช้งานจริง โดยเฉพาะคนที่ต้องใช้รถไปทำงาน ไปเรียน หรือเดินทางในเมืองทุกวัน
มีทั้งรุ่น CBS และ ABS
Honda Vario EVO 160 2026 ในอินโดนีเซียมีตัวเลือกระบบเบรกทั้งรุ่น CBS และรุ่น ABS โดยรุ่น ABS จะเพิ่มความมั่นใจในการเบรก โดยเฉพาะบนพื้นถนนลื่นหรือสถานการณ์ฉุกเฉิน
ส่วนรุ่น CBS จะเหมาะกับคนที่ต้องการราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า แต่ยังได้ระบบช่วยกระจายแรงเบรกที่เหมาะกับการใช้งานทั่วไปในเมือง
การแบ่งรุ่นแบบนี้ทำให้ Vario EVO 160 สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้ได้หลายกลุ่ม ทั้งคนที่เน้นความคุ้มค่าและคนที่ต้องการความปลอดภัยเพิ่มขึ้นจากระบบ ABS
3 รุ่นย่อยในอินโดนีเซีย ราคาเริ่มราว 57,000 บาท
ในตลาดอินโดนีเซีย Honda Vario EVO 160 2026 มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น CBS ราคา 28,525,000 รูเปียห์ รุ่น CBS Nitro ราคา 28,775,000 รูเปียห์ และรุ่น ABS ราคา 31,406,000 รูเปียห์ แบบ OTR Jakarta
เมื่อคิดเป็นเงินไทยแบบคร่าวๆ จะอยู่ที่ประมาณ 57,000-63,000 บาท ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนและรุ่นย่อยที่เลือก
ตัวเลขนี้ถือว่าอยู่ในระดับที่น่าสนใจสำหรับสกู๊ตเตอร์ 160cc ที่มีเครื่องยนต์ eSP+ ฟีเจอร์ใช้งานครบ และมีภาพลักษณ์ใหม่ที่ดุดันขึ้น
อย่างไรก็ตาม หากมีการทำตลาดในไทยจริง ราคาจำหน่ายจะไม่สามารถอ้างอิงจากราคาอินโดนีเซียได้ตรงๆ เพราะต้องขึ้นอยู่กับโครงสร้างภาษี ต้นทุนการผลิต การนำเข้า หรือการประกอบในประเทศ รวมถึงการจัดรุ่นย่อยของ Honda ประเทศไทย

มีลุ้นเกี่ยวข้องกับ Honda Click 160 รุ่นใหม่ในไทย
สำหรับตลาดไทย ประเด็นที่ต้องจับตาคือ Honda Vario EVO 160 2026 จะมีผลต่อทิศทางของ Honda Click 160 รุ่นใหม่หรือไม่
ที่ผ่านมา Honda Vario ในอินโดนีเซียและ Honda Click ในไทยมีความเชื่อมโยงกันพอสมควร ทำให้การเปิดตัว Vario EVO 160 ในอินโดนีเซียถูกมองว่าอาจเป็นสัญญาณของการปรับโฉม Click 160 ในอนาคต
ถ้า Honda ประเทศไทยเลือกนำแนวทางนี้มาใช้จริง Click 160 รุ่นใหม่อาจมีดีไซน์ที่คมขึ้น ดุดันขึ้น และมีภาพลักษณ์สปอร์ตมากขึ้น แต่ในตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันอย่างเป็นทางการ จึงควรใช้คำว่า “ลุ้น” หรือ “มีโอกาส” มากกว่าการฟันธง
ถ้าเข้าไทย จุดขายจะอยู่ที่หน้าตาใหม่มากกว่าฟีเจอร์ใหม่
หาก Honda Click EVO 160 หรือ Click 160 โฉมที่ต่อยอดจาก Vario EVO 160 เข้ามาทำตลาดในไทยจริง จุดขายสำคัญน่าจะอยู่ที่ดีไซน์ภายนอกมากกว่าการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่แบบก้าวกระโดด
เพราะจากข้อมูลของรุ่นอินโดนีเซีย ตัวรถยังคงใช้เครื่องยนต์เดิม พื้นฐานเดิม หน้าจอดิจิทัลเดิม และฟีเจอร์หลักที่ใกล้เคียงรุ่นก่อนหน้า
ดังนั้นคนที่คาดหวังการอัปเกรดแบบจัดเต็ม เช่น หน้าจอ TFT ระบบเชื่อมต่อสมาร์ตโฟน หรือช่วงล่างหลังแบบมีซับแทงก์ อาจยังไม่ได้เห็นในรุ่นนี้ แต่คนที่ต้องการ Click 160 หน้าตาใหม่ คมขึ้น และดูวัยรุ่นขึ้น น่าจะถูกใจกับแนวทาง EVO มากกว่า

คู่แข่งในกลุ่มสกู๊ตเตอร์ 160cc
ตลาดสกู๊ตเตอร์ 150-160cc ในไทยและอาเซียนแข่งขันกันสูงมาก โดยเฉพาะกลุ่มรถใช้งานที่ต้องการทั้งความแรงพอประมาณ ความประหยัด และดีไซน์ที่โดนใจวัยรุ่น
ถ้า Honda Click EVO 160 เข้ามาไทยจริง คู่แข่งโดยตรงจะอยู่ในกลุ่มสกู๊ตเตอร์สปอร์ตพิกัดใกล้เคียง ทั้งจาก Yamaha และ Honda เองในบางรุ่น
จุดแข็งของ Click หรือ Vario คือฐานผู้ใช้เดิมที่แข็งแรง เครื่องยนต์ eSP+ ที่ไว้ใจได้ ความคล่องตัวในการใช้งาน และภาพลักษณ์สปอร์ตที่เข้าถึงง่าย
ส่วนจุดที่ต้องจับตาคือ ฟีเจอร์บางอย่างอาจยังไม่โดดเด่นเท่าสกู๊ตเตอร์ยุคใหม่บางรุ่นที่เริ่มใส่หน้าจอสีหรือระบบเชื่อมต่อสมาร์ตโฟนเข้ามาแล้ว
สกู๊ตเตอร์ 160cc ที่เปลี่ยนหน้าตาให้สดขึ้น แต่ยังคงสูตรใช้งานจริง
Honda Vario EVO 160 2026 หรือรุ่นที่คนไทยจับตามองในชื่อ Honda Click EVO 160 เป็นการปรับโฉมที่เน้นความสดใหม่ของภาพลักษณ์เป็นหลัก
จุดเด่นของรุ่นนี้คือดีไซน์ด้านหน้าที่คมขึ้น แฟริ่งแบบ Double Layer เส้นสายตัวถังที่ดุดันกว่าเดิม มือจับหลังทรงใหม่ เครื่องยนต์ eSP+ 157cc 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ กำลัง 15 จุด 4 แรงม้า Smart Key ช่องชาร์จ USB พื้นที่ใต้เบาะ 18 ลิตร ถังน้ำมัน 5 จุด 5 ลิตร และตัวเลือกระบบเบรก CBS กับ ABS
สำหรับประเทศไทย ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจาก Honda ว่าจะนำดีไซน์นี้มาใช้กับ Click 160 หรือไม่ แต่จากความเชื่อมโยงระหว่าง Vario ในอินโดนีเซียกับ Click ในไทย รุ่นนี้ถือเป็นหนึ่งในโมเดลที่น่าจับตามองมาก หากมีการเปิดตัวในบ้านเราในอนาคต เพราะมันอาจเป็นการเปลี่ยนภาพจำของ Click 160 ให้ดูสปอร์ต ดุดัน และสดใหม่ขึ้นกว่าเดิมอย่างชัดเจน
ขอบคุณภาพประกอบจาก iwanbanaran.com

Sakon Supapornopas – Website founder greatbiker.com I like all types of motorcycles. Working in the automotive industry for more than 10 years, in-depth analysis of new motorcycle models. that will be launched in Thailand and abroad Review from actual use experience


