เจาะลึก Honda HooRide 125 สกู๊ตเตอร์ ADV รุ่นใหม่ ฟีเจอร์จัดเต็ม

Honda HooRide 125 กลายเป็นหนึ่งในสกู๊ตเตอร์ที่ถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงหลัง เพราะตัวรถมีแนวคิดที่ค่อนข้างแตกต่างจากสกู๊ตเตอร์สายแอดเวนเจอร์ทั่วไป โดยเฉพาะการผสมดีไซน์แบบ Crossover ADV เข้ากับพื้นวางเท้าแบบเรียบ หรือ Flat Deck ซึ่งเป็นจุดที่หลายคนมองว่าตอบโจทย์การใช้งานจริงมากกว่าสกู๊ตเตอร์แอดเวนเจอร์แบบมีอุโมงค์กลาง
รุ่นนี้เป็นผลิตภัณฑ์จาก Wuyang Honda ในประเทศจีน วางตำแหน่งเป็นสกู๊ตเตอร์พิกัด 125cc ที่เน้นทั้งภาพลักษณ์สายลุย ความสะดวกในการใช้งานเมือง และเทคโนโลยีที่ให้มาแบบเกินตัว จนทำให้มันกลายเป็นหนึ่งในรถที่หลายตลาดเริ่มให้ความสนใจ แม้ตอนนี้จะยังทำตลาดหลักอยู่ในประเทศจีนก็ตาม

ดีไซน์สาย ADV ที่ได้แรงบันดาลใจจาก Africa Twin
Honda HooRide 125 ถูกออกแบบให้มีบุคลิกแบบสกู๊ตเตอร์สายผจญภัย โดยทางผู้ผลิตระบุว่าเส้นสายของตัวรถได้รับแรงบันดาลใจจาก Honda CRF1100L Africa Twin ซึ่งเป็นรถแอดเวนเจอร์รุ่นใหญ่ของค่าย
จุดเด่นอยู่ที่ด้านหน้าที่ดูแข็งแรง ไฟหน้า LED คู่ทรงเหลี่ยมคม ให้ภาพลักษณ์ที่ดุดันกว่าสกู๊ตเตอร์เมืองทั่วไป โดยมีการระบุว่าชุดไฟมีความสว่างสูงสุด 75,000 cd และให้มุมกระจายแสง 80 องศา ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการเดินทางช่วงกลางคืน
แม้จะเป็นรถพิกัด 125cc แต่หน้าตาของ HooRide กลับให้ความรู้สึกจริงจังกว่าขนาดเครื่องยนต์พอสมควร นี่คือจุดที่ทำให้รถรุ่นนี้ถูกพูดถึง เพราะมันไม่ได้พยายามเป็นแค่สกู๊ตเตอร์ประหยัดน้ำมัน แต่พยายามสร้างภาพจำแบบรถลุยขนาดเล็กที่ใช้งานได้ทุกวัน

วินด์ชิลด์ปรับได้ เพิ่มความเป็นรถเดินทาง
อีกหนึ่งรายละเอียดที่ช่วยเสริมบุคลิก ADV คือวินด์ชิลด์หน้าที่สามารถปรับระดับได้ 2 ตำแหน่ง โดยมีความสูงตัวรถที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งวินด์ชิลด์อยู่ที่ 1,180 มม และ 1,205 มม
ฟีเจอร์นี้อาจดูไม่หวือหวา แต่มีประโยชน์กับการใช้งานจริง เพราะช่วยให้ผู้ขี่ปรับระดับการปะทะลมได้ตามลักษณะการขับขี่ ไม่ว่าจะใช้ในเมืองหรือเดินทางไกลขึ้นเล็กน้อย
สำหรับรถคลาส 125cc การให้วินด์ชิลด์ปรับได้ตั้งแต่โรงงานถือเป็นรายละเอียดที่สะท้อนชัดว่า HooRide ไม่ได้ถูกวางตัวเป็นสกู๊ตเตอร์พื้นฐานทั่วไป แต่ต้องการยกระดับตัวเองให้ใกล้เคียงรถทัวร์ริ่งขนาดเล็กมากขึ้น
Flat Deck จุดขายที่ทำให้ต่างจาก ADV160
ความน่าสนใจที่สุดของ Honda HooRide 125 คือพื้นวางเท้าแบบ Flat Deck ขนาด 276 x 450 มม ซึ่งต่างจากสกู๊ตเตอร์แอดเวนเจอร์หลายรุ่นที่มีอุโมงค์กลางบริเวณใต้เบาะหรือใต้คอนโซล
ข้อดีของพื้นเรียบคือความ practical ในชีวิตประจำวัน ผู้ใช้สามารถวางของบริเวณกลางรถได้ง่ายขึ้น เช่น กระเป๋า ถุงช้อปปิ้ง หรือของใช้ที่ต้องหยิบเข้าออกบ่อยๆ พร้อมยังมีตะขอแขวนของช่วยเพิ่มความสะดวกอีกชั้นหนึ่ง
นี่คือจุดที่ทำให้ HooRide น่าสนใจมาก เพราะมันแก้โจทย์สำคัญของสกู๊ตเตอร์สาย ADV บางรุ่นที่ดูเท่และมีภาพลักษณ์ลุย แต่เสียพื้นที่ใช้งานตรงกลางไปจากอุโมงค์กลาง ขณะที่ HooRide เลือกทางที่ใช้งานง่ายกว่า โดยยังคงหน้าตาแบบสายลุยเอาไว้

ย้ายถังน้ำมันลงใต้พื้น ช่วยให้จุดศูนย์ถ่วงต่ำลง
เพื่อให้มีพื้นวางเท้าแบบเรียบ Honda HooRide 125 เลือกวางถังน้ำมันไว้ใต้พื้นรถ ซึ่งมีผลดีในเชิงการใช้งานมากกว่าที่เห็น
ตำแหน่งถังน้ำมันที่อยู่ต่ำช่วยทำให้จุดศูนย์ถ่วงของตัวรถลดลง ส่งผลให้รถมีความนิ่งและควบคุมง่ายขึ้น โดยเฉพาะช่วงความเร็วต่ำ การเลี้ยวในเมือง หรือการขี่ในพื้นที่แคบ
อีกผลพลอยได้คือพื้นที่ใต้เบาะมีขนาดใหญ่ขึ้น โดยมีการระบุว่าสามารถรองรับหมวกกันน็อกแบบ Jet ได้ถึง 2 ใบ ขึ้นอยู่กับขนาดของหมวก ซึ่งถือว่าเป็นข้อได้เปรียบชัดเจนสำหรับสกู๊ตเตอร์ที่ต้องการตอบโจทย์ทั้งการเดินทางและการใช้งานประจำวัน
เบาะสูง 760 มม เป็นมิตรกับผู้ขี่เอเชีย
Honda HooRide 125 มีความสูงเบาะ 760 มม ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่เข้าถึงง่ายสำหรับผู้ขี่ในเอเชีย ตัวเบาะถูกออกแบบให้มีความหนาและให้ความสบายพอสมควร เหมาะกับการใช้งานทั้งในเมืองและการเดินทางระยะกลาง
เมื่อรวมกับน้ำหนักตัว 125 กิโลกรัม ตัวรถอาจไม่ได้เบาที่สุดในกลุ่ม 125cc แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ไม่ยาก โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่ารถรุ่นนี้ให้ฟีเจอร์และอุปกรณ์มาเยอะกว่าสกู๊ตเตอร์พื้นฐานทั่วไป
เครื่องยนต์ eSP+ 124.7cc 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ
ด้านขุมพลัง Honda HooRide 125 ใช้เครื่องยนต์ eSP+ ขนาด 124.7cc แบบสูบเดียว 4 จังหวะ SOHC 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ซึ่งเป็นพื้นฐานเครื่องยนต์ใกล้เคียงกับ Honda PCX 125 และ Honda Lead 125 ในตลาดโลก
เครื่องยนต์ชุดนี้ให้กำลังสูงสุด 8.2 กิโลวัตต์ หรือประมาณ 11.2 แรงม้า ที่ 8,250 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 11.7 นิวตันเมตร ที่ 5,250 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านระบบสายพาน CVT
คาแรกเตอร์ของเครื่องยนต์ไม่ได้เน้นความแรงแบบจัดจ้าน แต่เน้นความลื่นไหล ความประหยัด และแรงบิดที่เพียงพอต่อการใช้งานจริง ซึ่งเหมาะกับรถแนวนี้มาก เพราะ HooRide ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อซิ่ง แต่เพื่อเป็นสกู๊ตเตอร์ที่ขี่สบาย ใช้งานได้หลากหลาย และพร้อมเดินทางไกลกว่าเดิม
ประหยัดเฉลี่ย 47.17 กม ต่อลิตร วิ่งไกลได้ถึง 380 กม
Honda HooRide 125 มีอัตราสิ้นเปลืองตามมาตรฐาน WMTC อยู่ที่ 47.17 กิโลเมตรต่อลิตร หรือคิดเป็นประมาณ 2.2 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร
เมื่อรวมกับถังน้ำมันขนาด 8.2 ลิตร รุ่นนี้จึงถูกระบุว่าสามารถทำระยะทางได้สูงสุดประมาณ 380 กิโลเมตรต่อการเติมน้ำมันเต็มถัง ซึ่งถือว่าน่าสนใจมากสำหรับสกู๊ตเตอร์พิกัด 125cc
จุดนี้ทำให้ HooRide มีความเป็นรถเดินทางมากขึ้น ไม่ใช่แค่สกู๊ตเตอร์ไว้ขี่ในเมือง เพราะระยะทางต่อถังที่ค่อนข้างไกลช่วยลดความกังวลเรื่องการเติมน้ำมันบ่อย โดยเฉพาะผู้ใช้ที่เดินทางทุกวันหรือขี่ออกนอกเมืองเป็นครั้งคราว
ล้อ 17 นิ้ว ยางกึ่งลุย และโช้กหลังคู่ปรับพรีโหลดได้
ด้านช่วงล่าง Honda HooRide 125 เลือกใช้ล้อขนาด 17 นิ้ว พร้อมยางขนาด 100/80-17 ที่ด้านหน้า และ 130/70-17 ที่ด้านหลัง โดยเป็นยางแนว Dual-Purpose จาก YOSUN เพื่อเสริมบุคลิกแบบ Crossover ADV
การใช้ล้อ 17 นิ้วถือเป็นจุดที่ทำให้รถดูจริงจังขึ้นกว่าสกู๊ตเตอร์เมืองทั่วไป และช่วยให้ตัวรถมีภาพลักษณ์ใกล้เคียงรถลุยมากขึ้น แม้ในเชิงการใช้งานจริงจะยังเหมาะกับถนนทั่วไปเป็นหลักก็ตาม
ระบบกันสะเทือนหลังเป็นโช้กคู่ที่สามารถปรับพรีโหลดได้ ช่วยให้ผู้ใช้ปรับความแข็งอ่อนตามน้ำหนักบรรทุกหรือสไตล์การขี่ได้มากขึ้น ถือเป็นรายละเอียดที่มีประโยชน์สำหรับรถที่ตั้งใจรองรับการเดินทางและใช้งานหลายรูปแบบ
ระบบเบรกดิสก์หน้า-หลัง ABS สองแชนแนล และ HSTC
ด้านความปลอดภัย Honda HooRide 125 ให้มาแบบน่าสนใจมากในคลาส 125cc โดยใช้ดิสก์เบรกทั้งหน้าและหลัง พร้อมระบบ ABS แบบ 2 แชนแนล
นอกจากนี้ยังมี HSTC หรือระบบควบคุมการลื่นไถลของล้อหลัง ช่วยเสริมความมั่นใจเมื่อต้องขี่บนพื้นผิวที่ลื่นหรือมีแรงยึดเกาะต่ำ
การมีทั้ง ABS สองแชนแนลและระบบควบคุมการลื่นไถลในรถพิกัด 125cc ถือว่าไม่ธรรมดา เพราะฟีเจอร์เหล่านี้มักพบในรถคลาสใหญ่กว่า หรือสกู๊ตเตอร์พรีเมียมที่มีราคาสูงกว่า ทำให้ HooRide ดูเหนือกว่าสกู๊ตเตอร์ใช้งานทั่วไปอย่างชัดเจน

หน้าจอ TFT 5 นิ้ว พร้อม Wi LINK และ NFC
Honda HooRide 125 มาพร้อมหน้าจอ TFT สีขนาด 5 นิ้ว ที่แสดงข้อมูลได้หลากหลาย รวมถึงข้อมูลอย่างสภาพอากาศ ซึ่งถือเป็นฟีเจอร์ที่ไม่ค่อยพบในสกู๊ตเตอร์ 125cc ทั่วไป
ตัวรถยังรองรับระบบ Wi LINK และ NFC โดยนอกจากระบบ Smart Key แล้ว ผู้ใช้ยังสามารถสตาร์ตรถผ่านการ์ด NFC หรือผ่านแอปบนสมาร์ตโฟนได้ เพิ่มความทันสมัยและความสะดวกในการใช้งาน
ใต้หน้าจอยังมี accessory bar จากโรงงาน สำหรับติดตั้งอุปกรณ์เสริม เช่น ที่ยึดสมาร์ตโฟน ซึ่งตอบโจทย์สายเดินทางหรือคนที่ต้องใช้แผนที่ระหว่างขี่
ปุ่มควบคุมกล้อง DJI ฟีเจอร์แปลกใหม่สำหรับสายทัวร์ริ่ง
หนึ่งในฟีเจอร์ที่โดดเด่นที่สุดของ Honda HooRide 125 คือในรุ่นสูงจะมีปุ่มควบคุมกล้อง DJI บริเวณสวิตช์แฮนด์ โดยรองรับกล้องอย่าง DJI Osmo Action 4, Osmo Action 5 Pro และ Osmo Action 6
ฟีเจอร์นี้ช่วยให้ผู้ขี่สามารถสั่งถ่ายภาพหรือบันทึกวิดีโอได้จากแฮนด์รถโดยตรง เหมาะกับผู้ใช้สายท่องเที่ยวหรือสายคอนเทนต์ที่ต้องการบันทึกเส้นทางโดยไม่ต้องละมือไปกดกล้องเอง
นี่เป็นฟีเจอร์ที่สะท้อนแนวคิดของ HooRide ได้ชัดมาก เพราะตัวรถไม่ได้มองแค่การเดินทางจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง แต่พยายามจับกลุ่มผู้ใช้ที่ต้องการบันทึกประสบการณ์การเดินทางด้วย
USB-A และ USB-C ให้มาครบสำหรับอุปกรณ์ยุคใหม่
ด้านความสะดวกในการใช้งาน Honda HooRide 125 มีช่องชาร์จให้ทั้ง USB-A และ USB-C อยู่ในช่องเก็บของด้านหน้า ช่วยรองรับอุปกรณ์หลากหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ตโฟน กล้องแอ็กชัน หรืออุปกรณ์เสริมอื่นๆ
สำหรับสกู๊ตเตอร์ยุคใหม่ รายละเอียดแบบนี้มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะผู้ใช้จำนวนมากต้องพึ่งพาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ระหว่างเดินทาง การมีพอร์ตชาร์จสองแบบตั้งแต่โรงงานจึงช่วยเพิ่มความสะดวกได้จริง
TPMS ตรวจแรงดันลมยางจากหน้าจอ
นอกจากระบบความปลอดภัยหลักอย่าง ABS และ HSTC แล้ว Honda HooRide 125 ยังมีระบบ TPMS สำหรับตรวจสอบแรงดันลมยาง และแสดงข้อมูลผ่านหน้าจอ
ฟีเจอร์นี้มีประโยชน์มากสำหรับการเดินทาง เพราะแรงดันลมยางที่เหมาะสมส่งผลทั้งต่อความปลอดภัย ความประหยัดน้ำมัน และการสึกหรอของยาง การมีระบบแจ้งเตือนติดรถมาจากโรงงานจึงช่วยลดความเสี่ยงจากการละเลยจุดเล็กๆ ที่สำคัญมากในการใช้งานจริง
มี 3 รุ่นย่อยในจีน ราคาเริ่มราว 65,000 บาท
Honda HooRide 125 ในประเทศจีนมีให้เลือก 3 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น Standard, รุ่น High-End และรุ่น High-End Box Edition
รุ่น High-End จะเพิ่มกราฟิกสไตล์ออฟโรด ล้อสีทอง และระบบเชื่อมต่อกล้อง DJI ส่วนรุ่น High-End Box Edition จะเพิ่มกล่องท้ายที่เชื่อมต่อกับระบบ Smart Key ช่วยเพิ่มความสะดวกสำหรับคนที่ต้องการพื้นที่เก็บของมากขึ้น
ราคาจำหน่ายในจีนอยู่ที่ประมาณ 12,980-14,680 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยราว 65,000-74,000 บาทโดยประมาณ ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อยและอุปกรณ์ที่ติดตั้งมา
Honda HooRide 125 เหมาะกับใคร
Honda HooRide 125 เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการสกู๊ตเตอร์ขนาดเล็กที่มีความอเนกประสงค์มากกว่ารถเมืองทั่วไป จุดขายของรุ่นนี้อยู่ที่การรวมดีไซน์สาย ADV เข้ากับพื้นวางเท้าแบบเรียบ ซึ่งทำให้ใช้งานจริงสะดวกกว่าสกู๊ตเตอร์แอดเวนเจอร์หลายรุ่น
นอกจากนี้ยังให้ฟีเจอร์มาแบบจัดเต็ม ทั้งเครื่องยนต์ eSP+ 124.7cc ระบายความร้อนด้วยน้ำ หน้าจอ TFT 5 นิ้ว Wi LINK, NFC, ABS สองแชนแนล, HSTC, TPMS, พอร์ต USB-A และ USB-C รวมถึงปุ่มควบคุมกล้อง DJI ในรุ่นสูง
ถ้ามองในภาพรวม HooRide 125 คือสกู๊ตเตอร์ที่มีแนวคิดน่าสนใจมาก เพราะไม่ได้เลือกว่าจะเป็นรถ ADV หรือรถใช้งานเมืองอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่พยายามรวมข้อดีของทั้งสองฝั่งเข้าไว้ด้วยกัน ทั้งหน้าตาสายลุย ความสะดวกของ Flat Deck ความประหยัดของเครื่อง 125cc และฟีเจอร์ล้ำเกินคลาส
สำหรับตลาดนอกจีน ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนว่าจะถูกทำตลาดในประเทศอื่นหรือไม่ แต่หากรุ่นนี้ถูกนำไปจำหน่ายในตลาดอาเซียนจริง ก็มีโอกาสได้รับความสนใจไม่น้อย โดยเฉพาะจากผู้ใช้ที่ชอบสกู๊ตเตอร์พื้นเรียบ แต่ต้องการหน้าตาและอุปกรณ์ที่ดูจริงจังกว่ารถเมืองทั่วไป
ที่มา iwanbanaran.com

Sakon Supapornopas – Website founder greatbiker.com I like all types of motorcycles. Working in the automotive industry for more than 10 years, in-depth analysis of new motorcycle models. that will be launched in Thailand and abroad Review from actual use experience


