2021 Ducati Panigale V4 รุ่นปรับปรุงใหม่

2021 Ducati Panigale V4 รุุนปรับปรุงใหม่

หลังจากเปิดตัวไปตั้งแต่ปี 2018 สำหรับรถมอเตอร์ไซค์สปอร์ตฟูลแฟร์ริ่งมิติใหม่จากผู้ผลิต Ducati ที่ได้ปฎิวัติเครื่องยนต์ใหม่จากเดิมที่ใช้งานเครื่องยนต์สองลูกสูบ L-Twin มาสู่เครื่องยนต์ V4 และได้นำเทคโนโลยีจากสนามการแข่งขันมากมายมาใส่ในโมเดลสำหรับการจำหน่ายทั่วไป และในปี 2022 ที่กำลังจะมาถึงนี้จะเป็นอีกครั้งที่ Panigale V4 จะได้รับการอัพเกรดใหม่ให้มีประสิทธิภาพที่สูงขึ้น

610975b99ab4c45cb5902a2dbb3f3a85.jpg

Ducati Panigale V4 เปิดตัวมาในช่วงปลายปี 2017 ก่อนจะมีการจำหน่ายอย่างจริงจังในปี 2018 และต่อมาในปี 2020 ก็มีการอัพเกรดจากเดิมด้วยการติดตั้ง Winglet หรืออุปกรณ์อากาศพลศาสตร์ที่ช่วยเสริมแรงกดที่ส่วนหน้าของตัวรถในยามที่ขับขี่ด้วยความเร็วสูง ซึ่งในปี 2022 นั้นอุปกรณ์ชิ้นนี้ก็ถูกพัฒนาไปอีกระดับด้วยรูปร่างที่ดูบางลอง แต่มีการสร้างแรงกดที่เท่ากับของเดิม ด้วยแรงกด 37 กิโลกรัมที่ล้อหน้า เมื่อตัวรถวิ่งด้วยความเร็ว 180 ไมล์ต่อชั่วโมง (290 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) แต่ด้วยความบางของตัวอุปกรณ์นั้นจะช่วยทำให้เกิดแรงต้านที่น้อยกว่า ทำให้โดยรวมแล้วอุปกรณ์จะมีการทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

0bb5734bd26ae47c47c4c77e1ec86267.jpg

ในส่วนของเครื่องยนต์นั้น จะยังคงใช้งานเครื่องยนต์ V4 4ลูกสูบขนาด 1,103 ซีซี ชุดเดิม แต่มีการปรับปรุงในส่วนของอุปกรณ์และระบบภายในใหม่ทำให้ได้กำลังสูงสุดที่เพิ่มขึ้นเป็น 215.5 แรงม้า (HP) ที่ 13,000 รอบต่อนาที เพิ่มขึ้นจากรุ่นปี 2021 1.5 แรงม้า (HP) โดยกำลังที่เพิ่มขึ้นมาจากการเปลี่ยนแปลงระบบน้ำมัน ซึ่งรวมถึงปั๊มน้ำมันใหม่ที่ดูดซับกำลังของเครื่องยนต์น้อยลง ตลอดจนท่อไอเสียที่ออกแบบใหม่พร้อมช่องเก็บเสียงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่ขึ้นเพื่อลดแรงดันย้อนกลับ รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลง Mapping Engine ใหม่ และระบบECU ใหม่ เพื่อให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงทางกลไกทำให้การแก้ไขเสร็จสมบูรณ์

e5e7eb15b9acb1df0200c93039a3833f.jpg

ไม่เพียงแต่กำลังจะเพิ่มขึ้นจากเดิม แต่ยังสามารถเปลี่ยนแปลงกำลังให้ไปถึงขีดสุด ด้วยการเปลี่ยนชุดท่อไอเสียจาก Akrapovič ในรูปแบบของ Track Use ที่จะช่วยเร่งให้กำลังของตัวรถพึ่งขึ้นไปแตะที่ 228 แรงม้า (HP) พร้อมตัวเก็บเสียงระดับสูงที่ช่วยลดเสียงจากการทำงาน โดยท่อที่ติดตั้งจากโรงงานจะมีระดับความดังที่ 109 dB แต่ท่อสำหรับสนามของ Akrapovič จะมีความดังสูงสุดที่ 105 dB เท่านั้น แต่ท่อชุดนี้ก็ไม่สามารถนำเอาไปใช้งานบนท้องถนนสาธารณะได้เนื่องจากการปล่อยค่ามลพิษนั้นจะสูงกว่าท่อจากโรงงานนั่นเอง

e80c12402ae126d6540c695dbdc66c04.jpg

ในส่วนของแรงบิดของเครื่องยนต์รุ่นปรับปรุงนั้น จะลดลงเล็กน้อย จากเดิมที่มีแรงบิดสูงสุด 91.5 ib-ft จะลดลงเหลือ 91.2 ib-ft ในจำนวนรอบเครื่องยนต์ที่เท่ากัน มีการปรับปรุงในส่วนของอัตราทดเกียร์ใหม่ โดยเปลี่ยนระยะจากเกียร์ 1ไปเกียร์2 และช่วงเกียร์ 6 ใหม่ โดยปรับเพิ่มระยะทดเป็น 11.6% และ 56% ตามลำดับ โดยการปรับอัตราทดใหม่นี้จะช่วยสร้างพื้นที่ในการใช้เกียร์ที่กว้างขึ้น ทำให้ผู้ขับขี่สามารถลากรอบได้มากขึ้น และช่วยให้ตัวรถสามารถใช้ประโยชน์จากกำลังและอากาศที่พัฒนาขึ้นได้อย่างเต็มที่ โดยเพิ่มความเร็วสูงสุดได้ 5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

834677385ed87b98442a8c7e3d007ba7.jpg

ในส่วนของระบบอิเล็กทรอนิกส์นั้น มีการปรับค่าที่แตกต่างกันใน 4 รูปแบบการเซตติ้ง โดยจะมีการปรับค่าแบบ full, high, medium และ low โดยแต่ล่ะเซตติ้งนั้นจะมีการปรับแต่งที่แตกต่างกัน ไล่เรียงไปตั้งแต่ Mapping ของชุดเกียร์ ระบบช่วยเหลือต่างๆ หรือแม้แต่กำลังของ Engine Brake ที่จะปรับให้เข้ากันตามรูปแบบที่เลือกใช้ โดยค่าเซตติ้งแบบ Low จะเป็นการจำกัดกำลังของตัวรถแบบชัดเจนที่สุด โดยจะสามารถลดกำลังของเครื่องยนต์ให้เหลือเพียง 150 แรงม้า (HP) เท่านั้น เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานในชีวิตประจำวันมากขึ้น

388bc92f3496d31fe35728f18d88f356.jpg

รุ่นใหม่ของปี 2022 ในรุ่น S ยังมาพร้อมกับชุดกันสะเทือนที่อัพเกรดใหม่ โดยยังคงเลือกใช้อุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูงของ Öhlins แต่ใช้งานรุ่นใหม่ล่าสุด NPX 25/30 ที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีการเพิ่มระยะยุบตัวที่มากขึ้น 5 มิลลิเมตร ทำให้การตั้งค่านุ่มนวลขึ้น ส่วนด้านหลังจะเป็นรุ่น TTX36 เหมือนกับปี 2021 แกนยังคับเลี้ยวจาก Öhlins ยังคงติดตั้งมาให้ในตัว สวิงอาร์มใหม่ที่ปรับขนาดเพิ่มขึ้นอีก 4 มิลลิเมตร ช่วยเพิ่มอัตราเร่งด้วยการลดทอนการสั่นเมื่อผู้ขับขี่กระแทกคันเร่ง

b37147a3589fe3bdc5ce8cd386c752b0.jpg

ระบบใหม่ที่เพิ่มเข้ามาทั้งในรุ่นมาตรฐาน และรุ่น S คือระบบ Track EVO ที่ช่วยเพิ่มอรรถรสในการขับขี่ในสนามแข่ง ด้วยตัวนับรอบ ซึ่งมีการปรับปรุงใหม่ให้สามารถมองเห็นได้ชัดกว่าเดิมบนหน้าจอแสดงผลใหม่ รวมไปถึงการอ่านค่าต่างที่ชัดเจนมากขึ้น นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับครอบถังน้ำมันใหม่ที่ทางผู้ผลิตอ้างว่าถังใหม่นี้ จะสร้างตัวยึดเกาะของเข้าที่ดีขึ้นในยามเบรก และสามารถกางขาได้สบายมากขึ้นในยามเข้าโค้ง

3c2a97e3d9ad4d8cfc49734913ee5ca0.jpg
d1a0c89671da7c76d5792703fe8497d8.jpg
e967f39011a6b9d98cebaab9f27b0a93.jpg

2022 Ducati Panigale V4 รุ่นมาตรฐานจะมีตัวเลือกสีสันเพียงสีเดียว คือสีแดง ส่วนในรุ่น S จะมาพร้อมกับตัวถังสีทูโทน อีกทั้งยังมีข่าวลือเกี่ยวกับการที่ผู้ผลิตเตรียมการอัพเกรดรุ่นสูงสุดอย่าง Panigale V4 SP ที่ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลออกมา รวมไปถึง Panigale V4R ตัวแข่งในรายการ WorldSBK เองก็ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลใหม่แต่อย่างใด ส่วนราคาจำหน่ายนั้น รุ่นมาตรฐานจะมีราคาจำหน่ายที่ 20,996 ปอนด์ หรือประมาณ 944,421 บาท และรุ่น S ในราคา 25,995 ปอนด์หรือประมาณ 1,169,337 บาท โดยตัวรถจะเริ่มเข้าสู่โชว์รูมในโซนยุโรปภายในเดือนธันวาคมนี้ ส่วนประเทศไทยคงต้องรอติดตามการเปิดตัวกันต่อไป

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก www.bennetts.co.uk

e3c5f26071a692f52c0a0ae44a03ec71.gif
a96bf05e3e035d09368c2ad5994a7a2d.gif
c47c2b8530b04ff3fab32b4195bd9c49.gif