Thailand Bike of The Year 2019 สู่ทศวรรษที่ 2 ของงานจัดอันดับสุดยอดรถจักรยานยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี

“GPI สานพลังสื่อ จับมือนักทดสอบอิสระร่วมทดสอบรถค่อนร้อย เฟ้นหาที่สุดแห่งรถยอดเยี่ยมประจำปี”

ต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 แล้ว สำหรับการจัดงาน Thailand Bike of The Year ซึ่ง บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) โดยนิตยสารมอเตอ์ไซค์ ได้กำหนดจัดขึ้น ภายใต้วัตถุประสงค์หลักเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันวงการอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์ไทยให้เติบโตยิ่งๆ ขึ้นไป พร้อมมอบรางวัลอันทรงเกียรติให้กับบริษัทฯ ผู้ผลิต ที่มุ่งมั่นพัฒนารถจักรยานยนต์ ให้ตอบสนองการใช้งานของผู้บริโภคได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทั้งในด้านของสมรรถนะ ความประหยัด และปลอดภัย รวมไปถึงความคุ้มค่าคุ้มราคาด้วย

9efOXJ.jpg

โดยปีล่าสุดของการจัดงาน Thailand Bike of The Year 2019 นั้น คณะทำงานยังคงคัดเลือกคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ รวมไปถึงนักทดสอบซึ่งล้วนมีประสบการณ์ในการขับขี่ เป็นที่ยอมรับของวงการมาทำหน้าที่ลงคะแนนตัดสินอย่างยุติธรรมเหมือนเช่นเคย ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของสื่อมวลชนสายรถจักรยานยนต์ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ และสื่อออนไลน์ รวมไปถึงนักทดสอบอิสระ ซึ่งมีความรู้ความสามารถ และมีประสบการณ์การขับขี่ทั้งในและนอกสนามแข่งมาร่วมทำหน้าที่ในปีนี้ด้วย

9efEO9.jpg

พร้อมกันนี้เพื่อให้การตัดสิน และการมอบรางวัลเป็นไปตามสภาพตลาดที่มีการปรับเปลี่ยนไป ผู้จัดงานยังได้ทำการปรับประเภทรางวัลต่างๆ ให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้นด้วย โดยทำการเพิ่มประเภทรางวัลในส่วนของรถจักรยานยนต์สไตล์คลาสสิค ซึ่งบรรดาบริษัทผู้ผลิตฯ ทั้งในฝั่งยุโรป อเมริกา ไปจนถึง 4 ค่ายยักษ์ใหญ่จากประเทศญี่ปุ่นต่างก็พัฒนาออกมาเป็นทางเลือกในตลาด รวมไปถึงยังเป็นที่นิยมของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันด้วย ซึ่งในการจัดงานครั้งนี้ ยังคงได้รับความไว้วางใจจากบรรดาค่ายผู้ลิตรถจักรยานยนต์ชั้นนำที่ทำการตลาดอย่างจริงจังในประเทศ ส่งรถเข้าร่วมประกวดมากมายกว่า 70 คัน จาก 9 ค่ายผู้ผลิต

9efjzb.jpg

โดยแบ่งกลุ่มรถประกวดออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่ กลุ่มรถตลาด ที่แยกประเภทรางวัลเอาไว้ครอบคลุมตั้งแต่ กลุ่มรถออโตเมติก รถครอบครัว รถสปอร์ต / แน็กเก็ตไบค์ รวมไปถึงกลุ่มรถมินิไบค์ที่จำกัดเอาไว้สำหรับรถที่มีขนาดวงล้อไม่เกิน 12 นิ้ว และรถที่ใช้งานครอบคลุมทุกประเภทแบบ Dual Purpose และรางวัลใหม่ในประเภท Modern Classic ด้วย เช่นเดียวกันกับในกลุ่มรถบิ๊กไบค์ หรือรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดความจุฯ เกินกว่า 300 ซีซี. ก็มีการแบ่งประเภทรางวัลตามลักษณะการใช้งาน ไล่เรียงกันไปตั้งแต่กลุ่มรถสปอร์ต / แน็กเก็ตไบค์ รถสกู๊ตเตอร์ ทัวริ่งไบค์ แอ๊ดเวนเจอร์ และกลุ่มรถสไตล์ Modern Classic ซึ่งทั้งหมดนั้นยังจัดแบ่งประเภทรางวัลตามขนาดความจุฯ ไล่เรียงไปตั้งแต่ คลาสไลท์เวท มิดเดิ้ลเวท จนถึงเฮฟวี่เวท

9efAWq.jpg
9efPKz.jpg
9efsA8.jpg
9ef2eR.jpg
9efu30.jpg
9ef6Ou.jpg
9efnaZ.jpg
9ef8zI.jpg
9efHxP.jpg
9efVnt.jpg
9efaWe.jpg
9efpKl.jpg
9efvPk.jpg
9efGev.jpg
9efL3E.jpg
9efebN.jpg
9efmaV.jpg
9efF4Q.jpg
9efIQS.jpg
9efMnn.jpg
9ehddg.jpg
9eh0ZW.jpg
9ehSm1.jpg
9ehz3y.jpg

สำหรับสถานที่จัดการทดสอบในปีนี้ ยังคงใช้สนามปทุมธานี สปีดเวย์ จ.ปทุมธานี เป็นเวทีทดสอบเช่นเคย โดยแบ่งสถานีการทดสอบ เพื่อพิสูจน์สมรรถนะในการขับขี่ในด้านต่างๆ อาทิ สถานีทดสอบอัตราเร่ง เพื่อให้นักทดสอบได้เค้นสมรรถนะของเครื่องยนต์ ,สถานีสลาลอม เพื่อหาความคล่องตัว รวมไปถึงการควบคุมรถ ,สถานีทดสอบระบบรองรับของช่วงล่าง ไปจนถึงสถานทีทดสอบระบบเบรก ฯลฯ
และเพื่อให้การลงคะแนนทำได้อย่างถูกต้องเป็นกลางมากที่สุด คณะกรรมการทดสอบที่ผ่านการคัดเลือกมาทำหน้าที่ในปีนี้ จึงต้องทำการขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ส่งเข้าประกวดทั้งหมดกว่า 70 คัน ภายในระยะเวลา 2 วัน ซึ่งบรรยากาศของการทดสอบที่เป็นไปอย่างเคร่งเครียด และเข้มข้นนี้ ที่สุดแล้วแล้วรถจักรยานยนต์รุ่นไหน ยี่ห้ออะไร จะได้รับรางวัลแห่งความภาคภูมิใจ สามารถติดตามการประกาศผล และมอบรางวัลได้ในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้

เรื่องฮิตล่าสุด!
wliJA1.jpg
ZWy4L1.jpg
KhSxjP.gif
ZWM8ee.gif
ZWMaav.gif
KyS06P.jpg
w4byX1.gif