เจาะลึก Suzuki SUI 125 2026 สกู๊ตเตอร์ทรง K-Car ประหยัด 51.1 กม./ล.

Suzuki SUI 125 รุ่นปี 2026 ยังคงเป็นหนึ่งในสกู๊ตเตอร์ 125cc ที่มีบุคลิกโดดเด่นที่สุดของ Suzuki ในตลาดไต้หวัน ด้วยการนำแนวคิดของรถ K-Car ญี่ปุ่น มาปรับเข้ากับรถสองล้อ เน้นตัวรถกะทัดรัด พื้นที่ใช้สอยคุ้มค่า และรูปทรงเนโอเรโทรที่แตกต่างจากสกู๊ตเตอร์สายสปอร์ตทั่วไปอย่างชัดเจน
จุดเด่นยังรวมถึงเครื่องยนต์ SEP 124cc ความประหยัดเฉลี่ย 51.1 กม./ลิตร เบาะสูงเพียง 750 มม. โช้กหลังคู่ปรับได้ 3 ระดับ ดิสก์เบรกหน้า 200 มม. และตัวเลือกสีมากถึง 8 แบบ

ถ่ายทอดแนวคิด K-Car ลงบนสกู๊ตเตอร์
Suzuki ระบุว่าแนวคิดของ SUI ได้รับอิทธิพลจากรถ K-Car ของญี่ปุ่น ซึ่งมีจุดเด่นเรื่องการสร้างพื้นที่ใช้สอยให้มากที่สุดภายใต้ตัวถังขนาดกะทัดรัด
แนวคิดดังกล่าวถูกนำมาใช้กับตัวรถผ่านพื้นวางเท้าแบบราบขนาดใหญ่ เบาะนั่งทรงกว้าง ช่องเก็บของด้านหน้า ตะขอแขวนสัมภาระ และพื้นที่ใต้เบาะที่สามารถใส่หมวกกันน็อกแบบ 3/4 พร้อมเหลือพื้นที่สำหรับสิ่งของอื่นได้อีก
ชื่อ SUI ยังมาจากคำว่า Suzuki Urban Icon สื่อถึงการเป็นรถสำหรับชีวิตประจำวันของคนเมือง

เครื่องยนต์ SEP 124cc กำลัง 8.84 PS
ขุมพลังเป็นเครื่องยนต์ 1 สูบ ระบายความร้อนด้วยอากาศ ความจุ 124cc กระบอกสูบ x ช่วงชัก 52.5 x 57.4 มม. และอัตราส่วนกำลังอัด 10.3:1
มาพร้อมเทคโนโลยี Suzuki Eco Performance หรือ SEP ซึ่งเน้นลดการสูญเสียภายในเครื่องยนต์ เพื่อให้ได้สมดุลระหว่างการตอบสนองและความประหยัด
กำลังสูงสุดอยู่ที่ 8.84 PS ที่ 7,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 9.6 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT
ประหยัดเฉลี่ย 51.1 กม./ลิตร
ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองที่ได้รับการรับรองในไต้หวันแบ่งออกเป็น
- การวิ่งด้วยความเร็วคงที่ 58.22 กม./ลิตร
- การขับขี่ในเมือง 47.18 กม./ลิตร
- ค่าเฉลี่ย 51.1 กม./ลิตร
ถังน้ำมันมีความจุ 5.5 ลิตร หากคำนวณจากค่าเฉลี่ยตามมาตรฐาน จะมีระยะทางตามทฤษฎีประมาณ 281 กม. ต่อการเติมเต็มถังหนึ่งครั้ง ทั้งนี้ระยะทางจริงขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้งาน

เบาะต่ำเพียง 750 มม.
SUI 125 มีจุดเด่นเรื่องความง่ายในการควบคุมด้วยเบาะสูงจากพื้นเพียง 750 มม.
ตัวเบาะถูกออกแบบให้มีขนาดใหญ่ ความยาวประมาณ 700 มม. และกว้างประมาณ 360 มม. เพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับทั้งผู้ขี่และผู้ซ้อน
ตัวรถมีมิติ 1,815 x 690 x 1,105 มม. ฐานล้อ 1,250 มม. และน้ำหนักพร้อมใช้งาน 112 กก.

พื้นวางเท้ากว้าง เน้นใช้งานจริง
พื้นที่วางเท้าแบบราบมีความยาวประมาณ 400 มม. และกว้าง 260 มม. ช่วยให้ผู้ขี่สามารถเปลี่ยนตำแหน่งเท้าได้สะดวก และยังใช้วางกระเป๋าหรือสัมภาระได้
ด้านหน้ามีช่องเก็บของแบบเปิด ซึ่ง Suzuki ระบุว่าสามารถรองรับภาชนะเครื่องดื่มขนาดประมาณ 600cc ได้ พร้อมตะขอแขวนสัมภาระที่ออกแบบมาเพื่อลดโอกาสสิ่งของหลุดจากตะขอเมื่อวิ่งผ่านพื้นผิวขรุขระ

โช้กหลังคู่ ปรับได้ 3 ระดับ
ด้านหลังใช้ระบบกันสะเทือนแบบ โช้กคู่ ซึ่งสามารถปรับได้ 3 ระดับ รองรับทั้งการขี่คนเดียว การมีผู้ซ้อน หรือการบรรทุกสัมภาระ
Suzuki ชูชุดช่วงล่างนี้เป็นหนึ่งในจุดเด่นของ SUI เมื่อเปรียบเทียบกับสกู๊ตเตอร์เมืองขนาดเล็กในระดับใกล้เคียงกัน
ล้อหน้าและหลังขนาด 10 นิ้ว ใช้ยาง 100/90-10 เท่ากันทั้งสองล้อ ช่วยให้ตัวรถยังคงมีขนาดกะทัดรัดและเปลี่ยนทิศทางได้ง่ายในเมือง
ดิสก์เบรกหน้า 200 มม.
ระบบเบรกด้านหน้าเป็นดิสก์ไฮดรอลิกขนาด 200 มม. พร้อมจานแบบมีช่องระบายความร้อน ส่วนด้านหลังเป็นดรัมเบรก
นอกจากนี้ยังใช้สายคันเร่งแบบคู่ ช่วยให้การเปิดและคืนคันเร่งทำงานอย่างแน่นอนมากขึ้น และลดความเสี่ยงจากสายคันเร่งไม่คืนตำแหน่งหลังผ่านการใช้งานเป็นเวลานาน
ด้านท้ายติดตั้งไฟ LED ซึ่งช่วยเพิ่มความชัดเจนในการมองเห็นจากรถที่ตามหลัง

มีสีให้เลือกถึง 8 แบบ
Suzuki SUI 125 ในไต้หวันมีตัวเลือกสีทั้งหมด 8 แบบ ได้แก่
- Soda Blue
- Lemon Yellow
- Titanium Gray
- Thai Milk Red
- Matcha Green
- Pomelo Yellow
- Parmesan White
- Currant Black
การมีสีให้เลือกจำนวนมากสอดคล้องกับตำแหน่งของ SUI ที่ต้องการเป็นทั้งรถเดินทางและสินค้าด้านไลฟ์สไตล์ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้ที่ต้องการรถหน้าตาแตกต่างจากสกู๊ตเตอร์ทั่วไป

ราคา 77,000 ดอลลาร์ไต้หวัน หรือประมาณ 80,200 บาท
Suzuki Taiwan ระบุราคาแนะนำสำหรับ SUI 125 รุ่นปี 2026 ที่ 77,000 ดอลลาร์ไต้หวัน รวมค่าใช้จ่ายบางรายการตามโครงสร้างราคาของตลาดไต้หวัน
เมื่อแปลงตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบันคิดเป็นเงินไทยประมาณ 80,200 บาท โดยเป็นเพียงการเทียบค่าเงิน ไม่ใช่ราคาจำหน่ายในประเทศไทย
จุดแข็งของ Suzuki SUI 125 จึงไม่ได้อยู่ที่สมรรถนะสูงสุด แต่เป็นการรวมเครื่องยนต์ 124cc ที่ประหยัด 51.1 กม./ลิตร เบาะต่ำ พื้นที่ใช้สอยมาก โช้กหลังคู่ และดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก K-Car เข้าไว้ด้วยกัน
สำหรับประเทศไทย ปัจจุบันยังไม่มีการประกาศแผนนำ Suzuki SUI 125 รุ่นนี้เข้ามาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

ผู้ก่อตั้ง GreatBiker.com คลุกคลีในวงการยานยนต์มากว่า 10 ปี เขียนข่าวและเจาะลึกมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ทั้งในไทยและต่างประเทศ พร้อมทดสอบขี่จริงด้วยตัวเอง


