เปิดตัว Honda Click 125 Smart Edition รถสกู๊ตเตอร์รุ่นใหม่ 47,000 บาท

Honda Philippines ขยายไลน์อัป Click 125 ด้วยรุ่น Smart Edition ที่ยกระดับภาพลักษณ์ให้ดูพรีเมียมกว่ารุ่น Standard ทั้งชุดสีแบบ Monotone ล้อโทนน้ำตาลเข้ม โลโก้ 3 มิติ และ Honda Smart Key
แต่ชื่อ “Smart Edition” อาจทำให้หลายคนคาดหวังเทคโนโลยีมากกว่านั้น เพราะรถรุ่นนี้ไม่ได้มาพร้อม Honda RoadSync ไม่มีการเชื่อมต่อสมาร์ตโฟน และยังไม่มี ABS โดยคำว่า Smart ของ Honda ในรุ่นนี้เน้นไปที่ความสะดวกในการใช้งานมากกว่า Connectivity

Smart Edition ต่างจากรุ่นปกติตรงไหน
ความแตกต่างสำคัญของ Click 125 Smart Edition คือ Honda Smart Key ซึ่งช่วยให้สามารถเปิดระบบรถและสตาร์ตเครื่องยนต์ได้โดยไม่ต้องเสียบกุญแจแบบดั้งเดิม
อีกหนึ่งระบบที่เพิ่มเข้ามาคือ Idling Stop System หรือ ISS ซึ่งจะดับเครื่องยนต์อัตโนมัติเมื่อรถหยุดนิ่งตามเงื่อนไข และติดเครื่องกลับขึ้นมาเมื่อเปิดคันเร่ง ช่วยลดการใช้น้ำมันโดยเฉพาะการขี่ในเมืองที่ต้องหยุดรอสัญญาณไฟบ่อย
ส่วนรุ่น Standard ยังคงใช้กุญแจแบบ Secure Key Shutter และไม่มี ISS
ดังนั้นคำว่า Smart Edition ในที่นี้จึงหมายถึงการเพิ่มระบบกุญแจอัจฉริยะและฟังก์ชันช่วยประหยัดน้ำมัน มากกว่าการเปลี่ยน Click 125 ให้กลายเป็น Connected Scooter เต็มรูปแบบ
ไม่มี RoadSync และยังไม่มี ABS
ถ้ามองจากเทคโนโลยีที่ Honda ใช้กับรถรุ่นใหญ่กว่า Click 125 Smart Edition ยังถือว่าค่อนข้างเรียบง่าย
ตัวรถไม่มี Honda RoadSync สำหรับเชื่อมต่อสมาร์ตโฟน ไม่รองรับ Navigation ผ่านหน้าจอ และไม่ได้ติดตั้งระบบ ABS
ระบบเบรกยังคงเป็นดิสก์เบรกแบบ Wavy Disc ด้านหน้า และดรัมเบรกด้านหลัง พร้อม Combined Brake System หรือ CBS
ข้อดีคือโครงสร้างของรถยังไม่ซับซ้อน และยังรักษาระดับราคาให้อยู่ในกลุ่มสกู๊ตเตอร์ 125cc ที่เข้าถึงง่าย

ได้สีพิเศษและล้อโทน Burnt Titanium
อีกจุดที่ช่วยแยก Smart Edition ออกจากรุ่น Standard คือรายละเอียดด้านงานตกแต่ง
รุ่น Smart Edition ใช้การทำสีตัวรถในแนว Monotone มากขึ้น พร้อมโลโก้ Click แบบ 3 มิติ และล้ออัลลอยโทน Matte Brown หรือ Burnt Titanium ซึ่งช่วยทำให้รถดูพรีเมียมกว่าเวอร์ชันปกติ
ก่อนหน้านี้มีสี Matte Axis Gray Metallic และ Matte Fresco Brown ก่อนที่ Honda Philippines จะเพิ่ม Pearl Arctic White Smart Edition เข้ามาในเดือนสิงหาคม 2026
สีขาวรุ่นนี้ถูกผลิตแบบจำกัดจำนวนเพียง 20,000 คัน เพื่อฉลองยอดการผลิตรถจักรยานยนต์ของ Honda Philippines ครบ 10 ล้านคัน
เครื่องยนต์ eSP 125cc ประหยัด 50.3 กม./ลิตร
พื้นฐานเครื่องยนต์ไม่ได้แตกต่างจาก Click 125 รุ่นปกติ
เป็นเครื่องยนต์สูบเดียว 4 จังหวะ SOHC 2 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ความจุ 125cc พร้อมระบบหัวฉีด PGM-FI และเทคโนโลยี eSP
ให้กำลังสูงสุด 8.2 kW หรือประมาณ 11.1 PS ที่ 8,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 10.8 นิวตันเมตร ที่ 5,000 รอบต่อนาที
ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ V-Matic
Honda ระบุอัตราสิ้นเปลืองตามมาตรฐาน WMTC ที่ 50.3 กม./ลิตร ซึ่งยังคงเป็นหนึ่งในจุดแข็งสำคัญของ Click 125 สำหรับการใช้งานประจำวัน
ใต้เบาะ 18 ลิตร พร้อม USB Type-C
แม้ไม่มีระบบเชื่อมต่อสมาร์ตโฟน แต่ Click 125 รุ่นล่าสุดยังได้อุปกรณ์สำหรับใช้งานในชีวิตประจำวันค่อนข้างครบ
พื้นที่เก็บสัมภาระใต้เบาะมีความจุ 18 ลิตร รองรับหมวกกันน็อกและสัมภาระขนาดเล็ก
บริเวณด้านหน้ายังมีช่องชาร์จ USB Type-C สำหรับสมาร์ตโฟนและอุปกรณ์ต่างๆ
เรือนไมล์เป็น Full Digital Meter Panel และระบบไฟรอบคันเป็น LED ทั้งไฟหน้า ไฟท้าย ไฟ Position และไฟเลี้ยว

ล้อ 14 นิ้ว ยางหน้า-หลังกว้างขึ้น
Click 125 ใช้ล้ออัลลอยขนาด 14 นิ้วทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
ยางหน้าขนาด 90/80-14 ส่วนด้านหลัง 100/80-14 เป็นยาง Tubeless ทั้งคู่
ตัวรถมีน้ำหนักพร้อมใช้งานประมาณ 111 กก เบาะสูง 769 มม และมีถังน้ำมันขนาด 5.5 ลิตร
จึงยังคงเป็นสกู๊ตเตอร์ที่เน้นความคล่องตัวสำหรับการเดินทางในเมืองเป็นหลัก
Smart Edition ราคา 87,700 เปโซ
Honda Philippines ตั้งราคา Click 125 รุ่น Standard ไว้ที่ 83,000 เปโซ
ส่วน Click 125 Smart Edition ราคา 87,700 เปโซ หรือประมาณ 47,000 บาทตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน
ขณะที่ Click 125 Street ซึ่งเพิ่มแฮนด์แบบ Naked Handlebar และรายละเอียดเฉพาะรุ่น มีราคาสูงขึ้นไปอีกที่ 90,000 เปโซ เมื่อมองจากอุปกรณ์ทั้งหมด Click 125 Smart Edition จึงไม่ได้เป็น “Smart Scooter” ในความหมายของรถที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตหรือสมาร์ตโฟนเต็มรูปแบบ แต่เป็นการนำ Click 125 รุ่นปกติมาเพิ่มความสะดวกและความพรีเมียมผ่าน Smart Key, Idling Stop System และงานตกแต่งเฉพาะรุ่น สำหรับคนที่ไม่ได้ต้องการ Navigation หรือ Connectivity แต่ต้องการ Click 125 ที่ดูหรูขึ้นและใช้งานกุญแจแบบ Keyless ได้ รุ่น Smart Edition ก็ถือว่าเติมสิ่งที่จำเป็นมาได้ตรงจุดพอสมควร
ที่มา warungasep.net

ผู้ก่อตั้ง GreatBiker.com ทำงานในวงการมอเตอร์ไซค์มากว่า 15 ปี รายงานข่าวรถมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยเรียบเรียงจากข้อมูลของแต่ละแบรนด์ และทดสอบขี่จริงกับรถที่เปิดตัวในไทย


