All New Honda Click 125 มีลุ้นเข้าไทยปลายปี 2026 พร้อมรุ่น Street

Honda Click 125 เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่น่าจับตาในช่วงปลายปี 2026 หลังฝั่งอินโดนีเซียเปลี่ยนเข้าสู่ All New Vario 125 เจเนอเรชันใหม่ไปแล้ว พร้อมงานออกแบบที่เปลี่ยนไปชัดเจน อุปกรณ์ทันสมัยขึ้น และมีรุ่น Street ที่ใช้แฮนด์เปลือยเป็นครั้งแรก
สำหรับประเทศไทย Click 125 ยังเป็นหนึ่งในสกู๊ตเตอร์รุ่นสำคัญของ Honda ดังนั้นคำถามคือ ไทยฮอนด้าจะขยับตามอินโดนีเซียด้วยการเปิดตัวโฉมใหม่ในช่วงปลายปีหรือไม่

ดีไซน์ใหม่ สปอร์ตและคมกว่าเดิม
All New Vario 125 ซึ่งเป็นพื้นฐานเดียวกับ Click 125 ได้รับการปรับดีไซน์ใหม่แทบทั้งคัน
แฟริ่งด้านหน้าคมขึ้น ชุดไฟหน้า LED เปลี่ยนรูปทรงใหม่ และเส้นสายด้านข้างถูกปรับให้ดูต่อเนื่องและเต็มกว่าเดิม
ภาพรวมยังคงเป็น Sport Scooter ขนาดกะทัดรัด แต่ให้ความรู้สึกดุดันและทันสมัยกว่าโฉมเดิมอย่างชัดเจน

Street คือไฮไลต์สำคัญที่สุด
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของเจเนอเรชันนี้คือรุ่น Vario 125 Street
จุดแตกต่างอยู่ที่การเปลี่ยนจากแฮนด์ที่มีแฟริ่งครอบ มาเป็น Naked Handlebar หรือแฮนด์เปลือย
เรือนไมล์ถูกยกขึ้นมาแยกอยู่เหนือแฮนด์ ทำให้บุคลิกของรถดูคล้ายการผสมระหว่างสกู๊ตเตอร์กับ Street Bike ขนาดเล็ก
ถ้า Honda นำแนวทางนี้มาใช้กับ Click 125 ในประเทศไทยด้วย ก็จะถือเป็น Click ที่มีหน้าตาแตกต่างจากรุ่นก่อนๆ มากที่สุดรุ่นหนึ่ง

เครื่องยนต์ eSP 124.8cc 11.1 แรงม้า
พื้นฐานเครื่องยนต์ยังคงเป็น eSP สูบเดียว 4 จังหวะ SOHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ ความจุ 124.8cc
ให้กำลังสูงสุดประมาณ 11.1 PS ที่ 8,500 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 10.8 นิวตันเมตร ที่ 5,000 รอบต่อนาที
ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ V-Matic
อัตราสิ้นเปลืองตามข้อมูลของ Honda Indonesia อยู่ที่ประมาณ 51.7 กม./ลิตร
ดังนั้นจุดเด่นของ Click 125 รุ่นใหม่ยังคงเป็นความคล่องตัว ประหยัด และเหมาะกับการใช้งานในเมืองเป็นหลัก

Smart Key และ Idling Stop
ในอินโดนีเซีย All New Vario 125 แบ่งเป็นหลายรุ่นย่อย ทั้ง CBS, CBS-ISS และ Street
รุ่นเริ่มต้นเน้นความเรียบง่าย ขณะที่รุ่น CBS-ISS จะได้ระบบ Idling Stop และ Smart Key
ส่วนรุ่น Street ก็ได้ Smart Key เช่นเดียวกัน
หาก Honda Thailand นำโครงสร้างรุ่นย่อยแบบเดียวกันมาใช้ ก็สามารถจัดตำแหน่งราคาได้ตั้งแต่รุ่นพื้นฐานไปจนถึงรุ่น Street ที่เน้นภาพลักษณ์และอุปกรณ์มากขึ้น

เพิ่ม USB Type-C
อีกหนึ่งจุดที่ถูกปรับให้เข้ากับการใช้งานยุคปัจจุบันคือช่องชาร์จ USB Type-C 5V 3A
ตำแหน่งติดตั้งอยู่ภายในช่องเก็บของด้านหน้า ทำให้สามารถชาร์จสมาร์ตโฟนได้โดยไม่ต้องติดตั้งอุปกรณ์เสริม
ด้านหน้ายังมีช่องเก็บของและตะขอแขวนสัมภาระ ช่วยให้ยังคงความสะดวกแบบสกู๊ตเตอร์ใช้งานประจำวัน
กล่องใต้เบาะ 18 ลิตร
พื้นที่เก็บของใต้เบาะมีความจุประมาณ 18 ลิตร
ถือว่าเพียงพอสำหรับของใช้ทั่วไปหรือหมวกกันน็อกบางประเภท
แม้ตัวรถจะถูกปรับภาพลักษณ์ให้สปอร์ตมากขึ้น แต่ Honda ยังไม่ทิ้งเรื่องความสะดวกในการใช้งาน ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดแข็งของ Click มาโดยตลอด

ยางใหญ่ขึ้น รถดูเต็มขึ้น
รุ่นใหม่เปลี่ยนมาใช้ยางหน้า 90/80-14
ด้านหลัง 100/80-14
สัดส่วนยางที่ใหญ่ขึ้นช่วยทำให้ตัวรถดูเต็มขึ้นทั้งด้านหน้าและด้านหลัง และยังช่วยเสริมภาพลักษณ์สปอร์ตของรถได้ชัดเจนขึ้น
ระบบเบรกของเวอร์ชันอินโดนีเซียยังใช้ดิสก์เบรกหน้า ดรัมเบรกหลัง และ Combi Brake System หรือ CBS
ถ้าเข้าไทย รุ่น Street อาจเป็นตัวสร้างกระแส
หาก All New Click 125 เข้ามาทำตลาดในไทยจริง รุ่นที่น่าจับตาที่สุดอาจไม่ใช่รุ่นมาตรฐาน แต่เป็น Click 125 Street
เหตุผลคือ ตลาดสกู๊ตเตอร์ 125cc ในไทยมีการแข่งขันสูงอยู่แล้ว การเปลี่ยนแฟริ่งใหม่เพียงอย่างเดียวอาจไม่สร้างความแตกต่างมากพอ
แต่แฮนด์เปลือย สีเฉพาะ และสไตล์ที่ดูเหมือนรถแต่งจากโรงงาน สามารถสร้างคาแรกเตอร์ใหม่ให้ Click ได้ชัดเจนกว่าเดิม
โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการรถใช้งานทุกวัน แต่ไม่อยากได้หน้าตาเหมือนสกู๊ตเตอร์ทั่วไป
ปลายปี 2026 จึงเป็นช่วงที่น่าจับตา
All New Vario 125 เปิดตัวในอินโดนีเซียตั้งแต่ช่วงปลายปี 2025 และปัจจุบันกลายเป็นโมเดลหลักของ Honda ในตลาดนั้นแล้ว
ขณะที่ Click 125 ในประเทศไทยยังคงทำตลาดด้วยโฉมปัจจุบัน
ดังนั้นช่วงปลายปี 2026 จึงเป็นจังหวะที่น่าสนใจว่า Honda Thailand จะเลือกขยับเข้าสู่เจเนอเรชันใหม่หรือไม่
หากมาไทยจริง จุดเปลี่ยนสำคัญคงอยู่ที่ดีไซน์ใหม่ Smart Key, USB Type-C, กล่องใต้เบาะ 18 ลิตร และโดยเฉพาะรุ่น Street ที่สามารถสร้างความแตกต่างจาก Click รุ่นก่อนๆ ได้ชัดเจนที่สุด

ผู้ก่อตั้ง GreatBiker.com ทำงานในวงการมอเตอร์ไซค์มากว่า 15 ปี รายงานข่าวรถมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยเรียบเรียงจากข้อมูลของแต่ละแบรนด์ และทดสอบขี่จริงกับรถที่เปิดตัวในไทย


