Yamaha Grand Filano Hybrid 2026

Honda CBR750R จ่อมา? รถสปอร์ต 754cc รุ่นใหม่ จากพื้นฐาน Hornet

กระแสของ Honda CBR750R เริ่มน่าสนใจขึ้นอย่างมาก หลังการปรากฏตัวของ Onitsuka Tiger Honda Mid Sports Concept ที่ Milan Fashion Week เพราะเมื่อมองข้ามชุดสี Tiger Yellow และงาน Collaboration กับแบรนด์แฟชั่น จะพบว่าตัวรถมีรายละเอียดหลายจุดที่ชวนให้คิดว่า Honda อาจไม่ได้สร้างมันขึ้นมาเพื่อโชว์เพียงคันเดียว

สื่อญี่ปุ่น Web AutoBy วิเคราะห์โครงสร้างของรถต้นแบบคันนี้ และพบความเชื่อมโยงกับ CB750 Hornet หลายจุด ตั้งแต่รูปทรงเครื่องยนต์ เฟรม ไปจนถึงตำแหน่งติดตั้งขุมพลัง ก่อนตั้งข้อสังเกตว่า สิ่งที่เราเห็นอาจเป็นการบอกใบ้ถึงสปอร์ตฟูลแฟริ่งรุ่นใหม่ที่มีโอกาสใช้ชื่อ CBR750R


HbaczD.jpeg

พื้นฐาน CB750 Hornet เห็นได้ค่อนข้างชัด

Honda ระบุอย่างเป็นทางการเพียงว่า Onitsuka Tiger Honda Mid Sports Concept ถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานของรถสปอร์ตระดับ Middleweight โดยไม่ได้เปิดเผยชื่อรุ่น

แต่เมื่อเปรียบเทียบรูปทรงของเครื่องยนต์และโครงเฟรมกับรถที่ Honda มีอยู่ในปัจจุบัน Web AutoBy มองว่าพื้นฐานใกล้เคียงกับ CB750 Hornet อย่างมาก

หากเป็นเช่นนั้นจริง หัวใจของรถก็จะเชื่อมโยงกับเครื่องยนต์ Parallel Twin ขนาด 754cc ที่ Honda ใช้อยู่ใน CB750 Hornet และ XL750 Transalp

สำหรับ CB750 Hornet สเปกญี่ปุ่น เครื่องยนต์ชุดนี้ให้กำลังสูงสุด 91 PS ที่ 9,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 75 นิวตันเมตร ที่ 7,250 รอบต่อนาที

ตัวเลขดังกล่าวอยู่ในระดับที่เหมาะกับตลาด Sport Middleweight ยุคใหม่ ซึ่งปัจจุบันมีรถอย่าง Yamaha YZF-R7, Suzuki GSX-8R และ Aprilia RS 660 แข่งขันอยู่แล้ว


Hba9rC.jpeg

ไม่ใช่แค่ Hornet ใส่แฟริ่ง

สิ่งที่ทำให้ Concept คันนี้น่าสนใจคือรายละเอียดหลายตำแหน่งไม่ได้ดูเหมือนการนำ CB750 Hornet มาครอบแฟริ่งเพิ่มเติมอย่างง่ายๆ

ตำแหน่งพักเท้าถูกออกแบบใหม่และขยับถอยหลังมากขึ้น รองรับท่านั่งที่สปอร์ตขึ้น

แฮนด์เปลี่ยนเป็นแบบ Clip-On และอยู่ในตำแหน่งต่ำกว่า Hornet แต่ไม่ได้ก้มสุดแบบรถ Supersport สนามแข่ง ทำให้ท่านั่งมีแนวโน้มใกล้กับ CBR650R หรือ CBR400R มากกว่า

ส่วนท้ายของรถก็ดูสูงขึ้นเล็กน้อย เมื่อรวมกับตำแหน่งแฮนด์และพักเท้า จึงสร้าง Riding Triangle ที่ชัดเจนว่าเป็นรถ Full Fairing Sport

จุดนี้ทำให้แนวคิดของชื่อ CBR750R ดูมีเหตุผลมากกว่า CBR750RR เพราะรถไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็น Race Replica เต็มรูปแบบ แต่เน้นสมดุลระหว่างการขี่สปอร์ตและการใช้งานบนถนน

HIX1Cb.jpeg

โช้ก USD สีทอง พร้อม Brembo Radial Mount

รถต้นแบบติดตั้งโช้กหน้า Upside Down พร้อมกระบอกโช้กสีทอง และใช้คาลิเปอร์ Brembo แบบ Monobloc Radial Mount

ถือเป็นอุปกรณ์ที่ดูจริงจังกว่า CB750 Hornet รุ่นมาตรฐานอย่างเห็นได้ชัด

ด้านหลังยังดูเหมือนว่าจะใช้ล้อและยางที่แตกต่างออกไป โดย Web AutoBy วิเคราะห์จากภาพเปรียบเทียบว่าหน้ายางหลังอาจขยับขึ้นมาอยู่ประมาณ 180 หรือ 190 มม.

หากรายละเอียดเหล่านี้ถูกถ่ายทอดไปยังรถ Production ก็จะทำให้ CBR750R สามารถแยกตำแหน่งออกจาก Hornet ได้มากกว่าการเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอก

เครื่องยนต์ 754cc เหมาะกับการสร้าง CBR รุ่นใหม่

Honda มีประวัติการขยายเครื่องยนต์หนึ่งชุดไปยังรถหลายประเภทอยู่แล้ว

เครื่องยนต์ 471cc ที่เคยใช้ใน CB500F ถูกนำไปต่อยอดทั้ง CBR500R, NX500, Rebel 500 และ CL500

ฝั่ง 754cc ก็เริ่มเดินในทิศทางเดียวกัน โดยปัจจุบันถูกใช้ใน CB750 Hornet และ XL750 Transalp

ดังนั้น การเพิ่ม Full Fairing Sport เข้ามาเป็นสมาชิกตัวที่สามของแพลตฟอร์มนี้จึงถือว่าสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนารถของ Honda

ยิ่งเมื่อคู่แข่งในคลาสนี้เริ่มใช้เครื่องยนต์ 2 สูบเป็นหัวใจหลักมากขึ้น การมี CBR พิกัดประมาณ 750cc ที่ให้กำลังระดับ 90 แรงม้าก็สามารถเติมช่องว่างในไลน์อัป Honda ได้อย่างเหมาะสม

HIX4b8.jpeg

จะอยู่ตรงไหนระหว่าง CBR650R และ CBR600RR

ถ้า CBR750R เกิดขึ้นจริง คำถามที่น่าสนใจคือ Honda จะวางรถไว้ตรงไหน เพราะปัจจุบันมี CBR650R เครื่องยนต์ 4 สูบ และ CBR600RR สาย Supersport อยู่แล้ว

แต่บุคลิกของทั้งสามคันสามารถแตกต่างกันได้ชัดเจน

CBR650R เน้นเสน่ห์ของเครื่องยนต์ 4 สูบเรียงและการใช้งานถนน

CBR600RR เป็นรถที่มีพื้นฐานและเป้าหมายใกล้สนามแข่งมากกว่า

ส่วน CBR750R สามารถเข้ามาเป็นสปอร์ต 2 สูบน้ำหนักเบา เน้นแรงบิดกลาง ความคล่องตัว และต้นทุนที่ควบคุมได้มากกว่า โดยแข่งขันกับรถ Middleweight Twin โดยตรง

จึงไม่จำเป็นต้องเข้ามาแทนรถรุ่นใดรุ่นหนึ่ง

Concept ยังไม่เห็น E-Clutch

อีกหนึ่งรายละเอียดที่ Web AutoBy สังเกตคือ Onitsuka Tiger Honda Mid Sports Concept ดูเหมือนจะไม่ได้ติดตั้งระบบ E-Clutch

CB750 Hornet ปัจจุบันมีเวอร์ชันที่ใช้ E-Clutch ซึ่งสามารถออกตัว หยุดรถ และเปลี่ยนเกียร์โดยไม่ต้องกำคลัตช์ได้

แต่การที่รถ Concept ไม่มีระบบดังกล่าวไม่ได้หมายความว่ารถ Production จะไม่มี เพราะ Honda สามารถทำตลาดได้ทั้งเวอร์ชันคลัตช์ปกติและ E-Clutch เช่นเดียวกับรถรุ่นอื่นของค่าย

หาก CBR750R ถูกพัฒนาขึ้นจริง E-Clutch ก็ถือเป็นอุปกรณ์ที่เข้ากับรถประเภทนี้ได้ดี เพราะช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานประจำวัน โดยยังรักษาเกียร์ธรรมดาและความรู้สึกของรถสปอร์ตเอาไว้

HIXfmL.jpeg

จับตา EICMA 2026

จังหวะต่อไปที่น่าสนใจมากคือ EICMA 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นที่เมืองมิลานช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน

Honda เพิ่งเปิดตัว Mid Sports Concept ในเมืองเดียวกันจากงาน Milan Fashion Week ทำให้เกิดคำถามว่า บริษัทจะนำรถต้นแบบคันนี้กลับมาแสดงในงานมอเตอร์ไซค์ระดับโลกอีกครั้งหรือไม่

Web AutoBy มองว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเห็นพัฒนาการต่อจาก Concept ภายในงาน EICMA หรืออย่างช้าที่สุดในงาน Motorcycle Show ที่ญี่ปุ่นช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2027

สื่อดังกล่าวประเมินโอกาสที่โมเดลซึ่งใช้แนวคิด CBR750R จะถูกผลิตจริงไว้มากกว่า 70% แต่ตัวเลขนี้เป็นการประเมินของสื่อ ไม่ใช่การประกาศจาก Honda

HIXjqY.jpeg

ถ้า CBR750R มา จะเป็นคู่แข่งที่น่าสนใจทันที

ตลาด Middleweight Sport ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเปลี่ยนไปมาก จากเดิมที่รถสปอร์ตมักแข่งขันกันด้วยเครื่องยนต์ 4 สูบรอบจัด มาเป็นรถ 2 สูบที่เบา ขี่ง่าย และมีแรงบิดใช้งานจริงมากขึ้น

เครื่องยนต์ 754cc ของ Honda มีทั้งกำลัง 91 PS และแรงบิด 75 นิวตันเมตรอยู่แล้ว หากนำมาใส่ในตัวถัง Full Fairing ที่เซ็ตช่วงล่างและท่านั่งใหม่ ก็แทบไม่จำเป็นต้องเพิ่มกำลังอย่างมากเพื่อให้รถมีสมรรถนะน่าสนใจ

สิ่งที่ต้องรอดูจึงเป็นน้ำหนักตัวรถ ระบบช่วงล่าง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และราคามากกว่า

ตอนนี้ชื่อ CBR750R ยังไม่ใช่ชื่อที่ Honda ประกาศ แต่ Onitsuka Tiger Honda Mid Sports Concept ทำให้แนวคิดของสปอร์ต 754cc ฟูลแฟริ่งดูใกล้ความเป็นจริงขึ้นกว่าเดิมอย่างชัดเจน

และหาก Honda มีอะไรซ่อนอยู่ใต้แฟริ่งสี Tiger Yellow จริง EICMA 2026 อาจเป็นเวทีที่เราได้เห็นคำตอบชัดเจนขึ้น

ที่มา autoby.jp

HeySoZ.gif
HeywuD.gif