Honda BeAT 2026 สกู๊ตเตอร์ 110cc รุ่นใหม่ ประหยัด 58.8 กม./ล. ราคาไม่ถึง 5 หมื่นบาท

Honda BeAT รุ่นปี 2026 ยังคงเดินหน้าทำตลาดในมาเลเซียในฐานะสกู๊ตเตอร์ขนาดเล็กที่เน้นความคล่องตัวและความประหยัดเป็นหลัก พร้อมเพิ่มทางเลือกสีดำและสีขาวเข้ามาเสริมไลน์อัปเดิม ทำให้มีทั้งหมด 4 สี โดยยังคงเครื่องยนต์ eSP 110cc น้ำหนักตัวเพียง 88 กก. และระบบเบรก CBS
จุดเด่นของ BeAT ไม่ได้อยู่ที่เครื่องยนต์ขนาดใหญ่หรือเทคโนโลยีซับซ้อน แต่เป็นการออกแบบรถให้มีน้ำหนักต่ำ ขี่ง่าย และมีค่าใช้จ่ายในการใช้งานประจำวันไม่สูง เหมาะกับการเดินทางในเมืองโดยเฉพาะ
เครื่องยนต์ eSP 110cc กำลัง 8.8 PS
Honda BeAT ใช้เครื่องยนต์ eSP แบบ 1 สูบ 4 จังหวะ SOHC 2 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยอากาศ ความจุ 110cc
ให้กำลังสูงสุด 6.5 kW หรือประมาณ 8.8 PS ที่ 7,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 9.5 นิวตันเมตรที่ 5,500 รอบต่อนาที
ระบบจ่ายเชื้อเพลิงเป็นหัวฉีด PGM-FI ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ซึ่งเหมาะกับการใช้งานในเมืองที่ต้องออกตัวและหยุดรถบ่อยครั้ง

ประหยัดประมาณ 58.8 กม./ลิตร
Honda ระบุอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงของ BeAT ไว้ที่ประมาณ 1.7 ลิตร/100 กม. หรือคิดเป็นประมาณ 58.8 กม./ลิตร
จุดนี้ถือเป็นหนึ่งในข้อได้เปรียบสำคัญของรถ เพราะช่วยลดต้นทุนการเดินทางสำหรับผู้ที่ต้องใช้รถทุกวัน
นอกจากนี้ BeAT ยังได้รับการรับรองในกลุ่ม Energy Efficient Vehicle หรือ EEV ในประเทศมาเลเซีย สอดคล้องกับแนวทางของรถที่เน้นความประหยัดเป็นหลัก

น้ำหนักแค่ 88 กก. เบาะสูง 742 มม.
อีกหนึ่งตัวเลขที่โดดเด่นมากคือ น้ำหนักพร้อมใช้งานเพียง 88 กก.
เมื่อรวมกับความสูงเบาะเพียง 742 มม. ทำให้ BeAT เป็นรถที่ควบคุมได้ง่าย โดยเฉพาะขณะขี่ด้วยความเร็วต่ำ เข็นรถ กลับรถ หรือหยุดในสภาพการจราจรหนาแน่น
มิติตัวรถอยู่ที่
- ยาว 1,876 มม.
- กว้าง 669 มม.
- สูง 1,080 มม.
- ฐานล้อ 1,255 มม.
- ระยะห่างจากพื้น 148 มม.
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนชัดว่า BeAT ถูกออกแบบมาเพื่อความคล่องตัวมากกว่าการเน้นตัวรถขนาดใหญ่
เฟรม eSAF ช่วยลดน้ำหนัก
โครงสร้างหลักใช้เฟรม eSAF หรือ enhanced Smart Architecture Frame ซึ่ง Honda พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยลดน้ำหนักและจัดสรรพื้นที่ภายในตัวรถได้ดีขึ้น
ผลลัพธ์คือรถที่มีน้ำหนักต่ำกว่า 90 กก. แต่ยังสามารถให้พื้นที่เก็บสัมภาระใต้เบาะประมาณ 12 ลิตร
สำหรับการใช้งานประจำวันสามารถใช้เก็บเสื้อกันฝน ถุงมือ หรือสิ่งของขนาดเล็กได้ โดยไม่ต้องติดตั้งกล่องเพิ่มเติม

ล้อ 14 นิ้ว พร้อมยาง Tubeless
BeAT ใช้ล้อขนาด 14 นิ้วทั้งหน้าและหลัง
ด้านหน้าใช้ยางขนาด 80/90-14 ส่วนด้านหลังขนาด 90/90-14 โดยเป็นยางแบบ Tubeless
ระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็นโช้กเทเลสโคปิก ส่วนด้านหลังใช้ Swing Arm พร้อมโช้กเดี่ยว
การใช้ล้อ 14 นิ้วช่วยรักษาสมดุลระหว่างความคล่องตัวกับความมั่นคงได้ดีกว่าการใช้ล้อขนาดเล็กมาก ซึ่งเหมาะกับสภาพถนนในเมือง
ดิสก์เบรกหน้า พร้อม CBS
ระบบเบรกด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกไฮดรอลิก ส่วนด้านหลังเป็นดรัมเบรก
มาพร้อม Combi Brake System หรือ CBS ซึ่งช่วยกระจายแรงเบรกระหว่างล้อหน้าและหลังเมื่อใช้งานเบรก ช่วยให้การชะลอความเร็วมีความสมดุลมากขึ้น
นอกจากนี้ BeAT ยังได้รับการประเมินความปลอดภัยจาก Malaysia Motorcycle Assessment Programme หรือ MyMAP ในระดับ 3 ดาว

ไฟหน้า LED พร้อมมาตรวัด Analog + LCD
แม้จะเป็นรถในกลุ่มราคาเข้าถึงง่าย แต่ BeAT ยังได้ไฟหน้าแบบ LED ช่วยเพิ่มความทันสมัยและการมองเห็นในเวลากลางคืน
ชุดมาตรวัดใช้รูปแบบ Analog ผสม LCD แสดงข้อมูลสำคัญสำหรับการขับขี่ พร้อม Eco Indicator เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่สังเกตช่วงการใช้คันเร่งที่เหมาะกับการประหยัดเชื้อเพลิง
ตัวรถยังมีช่องจ่ายไฟสำหรับชาร์จอุปกรณ์พกพา ตะขอแขวนสัมภาระ Parking Brake Lock และ Side Stand Switch ที่ตัดการทำงานของเครื่องยนต์เมื่อกางขาตั้งข้าง
เพิ่มสีดำและสีขาว
ไลน์อัปล่าสุดของ Honda BeAT ในมาเลเซียเพิ่มตัวเลือกใหม่ Black และ White เข้ามาเสริมจากสีที่ทำตลาดอยู่ก่อนแล้ว
ทำให้ปัจจุบันมี 4 สีหลัก ได้แก่
- Black
- White
- Matte Silver
- Green
การเพิ่มสองสีใหม่ช่วยขยายทางเลือกจากโทนสีสดไปยังกลุ่มที่ต้องการรถสีเรียบและใช้งานได้ง่ายในระยะยาว

ราคา RM6,090 หรือประมาณ 49,800 บาท
Honda BeAT วางจำหน่ายในมาเลเซียด้วยราคาแนะนำ RM6,090 ไม่รวมภาษีถนน ประกันภัย และค่าจดทะเบียน
เมื่อคิดตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 49,800 บาท ซึ่งเป็นเพียงการแปลงค่าเงินเพื่อเปรียบเทียบ และไม่ใช่ราคาที่สามารถนำมาอ้างอิงเป็นราคาจำหน่ายในประเทศไทยได้โดยตรง
Honda BeAT จึงยังเป็นหนึ่งในสกู๊ตเตอร์ที่เน้นความเรียบง่ายได้อย่างชัดเจน ด้วยเครื่องยนต์ 110cc ความประหยัดประมาณ 58.8 กม./ลิตร น้ำหนักเพียง 88 กก. เบาะสูง 742 มม. ล้อ 14 นิ้ว และ CBS ซึ่งเหมาะกับผู้ที่ต้องการรถคันเล็กสำหรับเดินทางทุกวัน โดยไม่จำเป็นต้องแบกรับน้ำหนักหรือฟังก์ชันที่เกินความต้องการ

ผู้ก่อตั้ง GreatBiker.com คลุกคลีในวงการยานยนต์มากว่า 10 ปี เขียนข่าวและเจาะลึกมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ทั้งในไทยและต่างประเทศ พร้อมทดสอบขี่จริงด้วยตัวเอง


