Honda Winner R 2026 รุ่นใหม่ รถสปอร์ตครอบครัว 150cc ราคาเริ่ม 58,000 บาท

Honda Winner R 2026 คือการยกระดับรถครอบครัวสปอร์ตของ Honda ในตลาดเวียดนามขึ้นอีกขั้น หลังเปลี่ยนจากชื่อ Winner X มาใช้ชื่อ Winner R พร้อมปรับดีไซน์รอบคันให้เข้าใกล้รถสปอร์ตมากขึ้น ขณะที่พื้นฐานยังคงความคล่องตัวแบบรถ Underbone ที่เหมาะกับการใช้งานประจำวัน
จุดเด่นของรุ่นใหม่นอกจากรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไปแล้ว ยังมีเครื่องยนต์ 149.2cc DOHC 4 วาล์ว เกียร์ 6 สปีด พร้อม Assist & Slipper Clutch รวมถึง Smart Key และอุปกรณ์ที่เน้นการใช้งานจริงครบขึ้น
เปลี่ยนจาก Winner X สู่ Winner R เน้นภาพลักษณ์ Racing
ตัวอักษร R ถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มภาพลักษณ์ด้าน Racing ให้ชัดเจนขึ้น โดย Honda ปรับแนวทางการออกแบบใหม่ให้ตัวรถดูเฉียบคมและมีบุคลิกใกล้เคียงรถสปอร์ตของค่าย
ด้านหน้าถูกออกแบบให้ดุดันกว่าเดิม ชุดแฟริ่งมีเส้นสายซ้อนเป็นชั้น ขณะที่ส่วนท้ายเรียวและยกสูงขึ้น ทำให้ภาพรวมของ Winner R ดูกระชับกว่า Winner X
Honda ยังปรับมือจับผู้ซ้อนให้กลืนไปกับท้ายรถ ช่วยลดความรู้สึกแบบรถครอบครัวดั้งเดิม และเพิ่มอารมณ์สปอร์ตให้มากขึ้น

ไฟ LED ใหม่ เพิ่มความสปอร์ตด้านหน้า
Winner R ใช้ชุดไฟ LED ดีไซน์ใหม่ โดยชุดไฟหน้าถูกออกแบบให้มีขนาดกะทัดรัดและเฉียบคมขึ้น พร้อมแนวไฟที่ช่วยสร้างเอกลักษณ์ให้ด้านหน้าของรถ
Honda ระบุว่ามีการนำเทคโนโลยีด้านแสงสว่างมาปรับใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็น ขณะที่ไฟท้ายก็ได้รับการออกแบบให้เข้ากับทรงท้ายใหม่ที่ดูเพรียวกว่าเดิม
เครื่องยนต์ DOHC 149.2cc เกียร์ 6 สปีด
ขุมพลังเป็นเครื่องยนต์ 1 สูบ 4 จังหวะ DOHC 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ความจุ 149.2cc
ให้กำลังสูงสุด 11.5 kW หรือประมาณ 15.6 PS ที่ 9,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 13.5 นิวตันเมตรที่ 7,000 รอบต่อนาที
ส่งกำลังผ่านเกียร์ 6 สปีด ซึ่งช่วยให้สามารถเลือกใช้รอบเครื่องยนต์ได้ละเอียด เหมาะทั้งการขี่ในเมืองและการเดินทางด้วยความเร็วต่อเนื่อง
Honda ยังปรับรายละเอียดภายในเครื่องยนต์ ทั้งองศาการทำงานของวาล์ว ระบบลดแรงสั่น รวมถึงชิ้นส่วนที่ช่วยลดแรงเสียดทาน เพื่อเพิ่มความนุ่มนวลในการทำงาน

Assist & Slipper Clutch มาให้ครบ
Winner R ยังคงติดตั้ง Assist & Slipper Clutch ซึ่งถือเป็นหนึ่งในจุดขายสำคัญของรถรุ่นนี้
ระบบ Assist ช่วยลดแรงในการกำคลัตช์ ทำให้ใช้งานง่ายขึ้นเมื่อต้องเปลี่ยนเกียร์บ่อย ส่วน Slipper Clutch ช่วยลดแรงกระชากจากล้อหลังเมื่อมีการลดเกียร์อย่างรวดเร็ว
ฟังก์ชันนี้ช่วยให้ Winner R มีบุคลิกใกล้เคียงรถสปอร์ตมากกว่ารถครอบครัวเกียร์ธรรมดาทั่วไป
Smart Key ให้มาทุกรุ่น
อีกหนึ่งอุปกรณ์สำคัญคือ Honda Smart Key ซึ่งถูกติดตั้งมาให้กับ Winner R ทั้ง 3 รุ่นย่อย
ระบบสามารถใช้สำหรับเปิดและปิดรถ รวมถึงช่วยค้นหาตำแหน่งรถผ่านรีโมต เพิ่มความสะดวกในการใช้งานประจำวัน
ส่วนหน้าจอเป็นแบบ Full Digital แสดงข้อมูลสำคัญ ทั้งความเร็ว รอบเครื่องยนต์ ตำแหน่งเกียร์ ระดับน้ำมัน และข้อมูลการเดินทาง
ตัวรถหนักประมาณ 123-124 กก. เบาะสูง 795 มม.
Winner R ยังคงรักษาความคล่องตัวตามสไตล์ Underbone โดยมีน้ำหนักประมาณ 123-124 กก. ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย
ตัวรถมีความยาว 2,013 มม. กว้าง 725 มม. สูง 1,075 มม. และฐานล้อ 1,277 มม.
เบาะสูง 795 มม. ระยะห่างจากพื้น 153 มม. และถังน้ำมันขนาด 4.5 ลิตร
ล้อขนาด 17 นิ้ว ใช้ยางหน้า 90/80-17 และด้านหลัง 120/70-17

ราคาเริ่มประมาณ 58,000 บาท
Honda Winner R แบ่งออกเป็น 3 รุ่นหลักในเวียดนาม ได้แก่ Standard, Special และ Sport
รุ่น Standard มีราคาแนะนำล่าสุด 46.36 ล้านดอง หรือคิดตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบันประมาณ 58,000 บาท
รุ่น Special ราคา 50.26 ล้านดอง และรุ่น Sport ราคา 50.76 ล้านดอง โดยรุ่น Sport เน้นชุดสีและรายละเอียดที่เชื่อมโยงกับรถสปอร์ตระดับสูงของ Honda
ราคาดังกล่าวเป็นราคาสำหรับตลาดเวียดนาม ยังไม่รวมภาษีหรือค่าใช้จ่ายหากนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศอื่น
คู่แข่งตรงของ Yamaha Exciter 155
ตำแหน่งของ Winner R อยู่ในกลุ่มเดียวกับ Yamaha Exciter 155 ซึ่งเป็นหนึ่งในคู่แข่งสำคัญของตลาดรถครอบครัวสปอร์ตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ฝั่ง Winner R เน้นเครื่องยนต์ DOHC 4 วาล์ว เกียร์ 6 สปีด Assist & Slipper Clutch และตัวรถที่มีน้ำหนักเบา
ในขณะที่ Exciter 155 มีจุดขายจากเครื่องยนต์ VVA และภาพลักษณ์สปอร์ตที่แข็งแรง ทำให้การแข่งขันของรถสองรุ่นนี้ไม่ได้อยู่เพียงตัวเลขกำลัง แต่รวมไปถึงดีไซน์ ฟีเจอร์ และบุคลิกการขับขี่
สำหรับประเทศไทย ขณะนี้ยังไม่มีการประกาศนำ Honda Winner R 2026 เข้ามาทำตลาดอย่างเป็นทางการ แต่ด้วยเครื่องยนต์ 150cc DOHC เกียร์ 6 สปีด น้ำหนักเพียงราว 123 กก. และดีไซน์ใหม่ที่ขยับเข้าใกล้สปอร์ตไบค์มากกว่าเดิม ทำให้เป็นอีกหนึ่งโมเดลที่น่าจับตามอง หาก Honda มีแผนขยายตลาดรถ Underbone Sport ในอนาคต

ผู้ก่อตั้ง GreatBiker.com คลุกคลีในวงการยานยนต์มากว่า 10 ปี เขียนข่าวและเจาะลึกมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ทั้งในไทยและต่างประเทศ พร้อมทดสอบขี่จริงด้วยตัวเอง


